News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ฤกษ์ดีวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใจกลางกรุงเทพฯ จะมีการเปิดโครงการ "ไอคอนสยาม" (ICON SIAM) อย่างเป็นทางการ อภิมหาโปรเจ็กต์ของกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ (SPW) บนทำเลทองพื้นที่ 55 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 54,000 ล้านบาท   

“สยามพิวรรธน์” มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK  ที่ถือหุ้นในสัดส่วนราว 47%  โดยเป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็นเจ้าของธุรกิจศูนย์การค้าหลายแห่ง เช่น ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, อาคาร พาราไดซ์ เพลส, ห้างสรรพสินค้า Tokyu @Paradise, ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ เป็นต้น  

ในไตรมาส 2/2561 MBK ได้ประกาศขายหุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (DTC) ที่ถืออยู่ทั้งหมด 96.1 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 11.3% ของจำนวนหุ้น DTC ทั้งหมด ให้กับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ได้รับเงินสดหลังหักภาษีราว 929 ล้านบาท โดยในช่วงเวลาเดียวกัน นั้น MBK ประกาศเข้าซื้อหุ้นบริษัท สยามพิวรรธน์ เพิ่มอีก 1.87 ล้านหุ้น มูลค่าเงินลงทุน 933 ล้านบาท   

บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าของกลุ่ม MBK น่าจะรักษาแนวโน้มขาขึ้นต่อไป และจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังจากได้รับส่วนแบ่งกำไรภายหลังจากการเปิดโครงการ "ไอคอนสยาม"  

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2561 คาดจะมีกำไรอยู่ที่ 755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.4% Y/Y และมีรายได้รวมที่ 2.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% Y/Y ผลประกอบการที่ดีขึ้นเกิดจากธุรกิจศูนย์การค้า อัตราเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้นของห้างพาราไดซ์ เพลส และธุรกิจการเงิน พอร์ตโฟลิโอที่ใหญ่ขึ้นจากทั้งธุรกิจเช่าซื้อและสินเชื่อที่มีหลักประกัน ซึ่งโบรกเกอร์รายนี้ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"  MBK ราคาเป้าหมาย 29.50 บาท 

เช่นเดียวกับ บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า มองว่าสัดส่วนการถือหุ้นใน SPW ที่เพิ่มขึ้น จึงประเมินกำไรปีนี้จะอยู่ที่ 2,128 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,774 ล้านบาทในปี 2562 ส่งผลให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วงปี 25602563 ขยับขึ้นมาเป็น 19% ต่อปี โดยจะเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 เป็นต้นไป ตามการเปิดเชิงพาณิชย์ของโครงการ "ไอคอนสยาม" ขณะที่ธุรกิจหลักอย่างศูนย์การค้าและโรงแรมเป็นตัวสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ธุรกิจอาหารและอสังหาฯแนวโน้มดีขึ้นตามกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวในระยะถัดไป   

“ชฎาทิพ จูตระกูล” กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ไอคอนสยามคือ Destination ที่เกิดจากการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งได้ชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย หลอมรวมความเป็นที่สุดของเอกลักษณ์และวิถีไทยอันสง่างาม นำเสนอในรูปแบบของความวิจิตรล้ำสมัยสู่สายตาชาวโลก   

โครงการนี้ได้มีการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดของโลกมารวบรวมไว้ ณ ที่แห่งเดียว ภายใต้คอนเซ็ป “การสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย” หรือ Creating Shared Value และ “การร่วมกันรังสรรค์” หรือ Co – Creation เพื่อสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน โดยสุดยอดไฮไลท์หรือสิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไม่ควรพลาดนั่นก็คือ :   

 1. River Park หรือพื้นที่ Community ริ่มฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถเข้ามาพักผ่อนและสัมผัสกับความงดงามของบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะเดียวกันยังรองรับการจัดงานระดับชาติ และการแสดงโชว์ระดับโลก  

2. ระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ชื่อ “ICONIC Multimedia Water Features” ซึ่งจะเป็น “"Iconic Attraction” ระดับโลก ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ สร้างความแข็งแกร่งให้กรุงเทพมหานครเทียบชั้นมหานครทั่วโลก   

3. สุขสยาม หรือพื้นที่ Co-Creation ครั้งแรกของการผนึกกำลังสร้างสรรค์จากชุมชนท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมสร้าง Platform ธุรกิจและพื้นที่เชิงวัฒนธรรม ต่อยอดการพัฒนาสินค้าของแต่ละชุมชนให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตลาดรูปแบบใหม่ที่ครบวงจร (Omni Channel) ซึ่งถือเป็น Commercial Ecosystem ที่ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0   

4. รถไฟฟ้าสายสีทอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่เชื่อมต่อ รถ-ราง-เรือ ยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพเศรษฐกิจโดยรอบ และในพื้นที่โครงการยังสร้างท่าเทียบเรือ 4 ท่า ในโครงการเพื่อเชื่อมโยงการสัญจรทาง รถ ราง เรือ เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด  

5. ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเวทีสาธารณะที่ได้รวบรวมผลงานทุกแขนงกว่า 100 ศิลปิน ตั้งแต่ศิลปินท้องถิ่น ไปจนถึงศิลปินระดับโลก ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกเพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะหนึ่งเดียวในโลก   

6. ทรูไอคอน ฮอลล์ หรือศูนย์ประชุมนวัตกรรมล้ำยุค รองรับการจัดงานประชุมระดับชาติ และจัดงานแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ล้ำยุคด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะผลักดันให้ กรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติในอนาคต  

7. พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ภายใต้ชื่อ “ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก” พื้นที่องค์ความรู้ให้สาธารณชนเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะระดับโลก จากประเทศต่างๆ ได้ในชีวิตประจำวัน   

ในเบื้องต้น ผู้บริหารโครงการไอคอนสยาม ได้ตั้งเป้าหมายจะมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาเยือนไม่ต่ำกว่าปีละ 20 ล้านคน ซึ่งในช่วงแรกของการเปิดให้บริการจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 150,000 คน แบ่งเป็น คนไทย 65 - 70% และชาวต่างชาติ 30 - 35% ส่วนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเช่นปลายปี สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเพิ่มเป็น 40-45% 

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ