News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด


ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี  บรรดามนุษย์เงินเดือนและผู้ที่มีรายได้ มักจะมองหากองทุนประหยัดภาษีทั้ง LTF และ RMF แม้บางคนจะทยอยเก็บสะสมมาตั้งแต่ต้นปี แต่จากข้อมูลในอดีตพบว่ามีผู้ออม/ผู้ลงทุนจำนวนไม่น้อยที่นิยมรอหาจังหวะเก็บกองทุนกลุ่มนี้ในช่วงปลายปี 


การเลือก LTF หรือ RMF เป้าหมายไม่ได้เป็นไปเพื่อตอบโจทย์การนำไปหักลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว เพราะหากผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีนโยบายลงทุนที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาวะตลาด ผู้ลงทุนก็ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการเติบโตมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว ซึ่งถ้าเลือกลงทุน 7 ปีกับกองทุน LTF ก็อาจจะเลือกที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลด้วย เพื่อให้เรามีรายได้ระหว่างทางกลับมา ยิ่งกองทุนไหนมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ก็ถือว่ากองทุนนั้นทำผลการดำเนินงานได้ดี และถ้ารวมผลตอบแทนจากเงินปันผลเข้าไปด้วยคิดๆ แล้วผลตอบแทนโดยรวมก็น่าดึงดูดใจไม่น้อย ส่วนผู้ลงทุนที่เน้นวางแผนเกษียณ การเลือกลงทุนกับ RMF ที่ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล กำไรที่ได้จากการลงทุนก็จะถูกต่อยอดสะสมจนงอกเงยกลายเป็นเงินก้อนใหญ่เอาไว้ใช้เมื่อยามเกษียณ แถมRMF ยังมีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายแบบ เพราะเปิดให้ลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภททั้งในและต่างประเทศ


ปัจจุบัน มี LTF และ RMF หลายกองทุนที่ออกมานำเสนอแก่ผู้ลงทุน แต่การจะพิจารณาเลือกลงทุนกับกองไหน นอกเหนือจากการดูผลตอบแทนที่โดดเด่นแล้วควรพิจารณาเรื่องความสม่ำเสมอของผลดำเนินงานด้วย โดยเฉพาะกองทุนที่ยังสามารถเอาชนะความผันผวนของตลาดหุ้นไทย ที่ขึ้นแรง ลงแรงได้ 


แล้วกองทุนไหนจะตอบโจทย์เหล่านี้ได้ดี? 

กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) และกองทุนเปิดเค หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KEQRMF) ของ บลจ.กสิกรไทย เป็น 2 กองทุนประหยัดภาษีที่มีสไตล์การลงทุนที่โดดเด่นและมีผลดำเนินงานที่ดีสม่ำเสมอแม้ในภาวะตลาดที่ผันผวนในปัจจุบัน ด้วยกลยุทธ์หลักที่เน้นคัดเลือกหุ้นไทยที่เป็นบริษัทชั้นนำในแต่ละหมวดอุตสาหกรรม และมีการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี เพราะหุ้นที่เลือกเข้ามาอยู่ในพอร์ต เป็นหุ้นใหญ่ที่มีความมั่งคงและมีการกระจายลงทุนอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ในทุกสภาวะตลาด 


ทีมผู้จัดการกองทุนของทั้ง KDLTF และ KEQRMF จะให้น้ำหนักเลือกลงทุนใน 3 ธีมหลัก ได้แก่ : 


- กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ เช่น หุ้นในกลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก 

- กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐที่เน้นปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมทั้งการลงทุนขนาดใหญ่ผ่านโครงการ EEC เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม 

- กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี กลุ่มโรงพยบาล 


โดยการคัดเลือกหลักทรัพย์มุ่งให้มีความเหมาะสมและสอดรับกับสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนมากขึ้น จากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนออกจากภูมิภาคเอเชีย 

กลยุทธ์ดังกล่าว สะท้อนกลับมาที่ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของทั้ง 2 กองทุน โดย KDLTF สามารถทำผลตอบแทนติดอันดับ Quartile ลำดับที่ 1 และ 2 (เปรียบเทียบจากกองทุน LTF ทั้งหมดในอุตสาหกรรม 87 กองทุน) อย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาการลงทุน 5 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา (ที่มา: Morningstarณ 30 ก.ย.61)

ในขณะที่ KEQRMF สามารถทำผลตอบแทนติดอันดับ Quartile ลำดับที่ 1 และ 2 (เปรียบเทียบจากกองทุน RMF ที่เน้นลงทุนหุ้นไทยทั้งหมดในอุตสาหกรรม 48 กองทุน) อย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาการลงทุน 5 ปีย้อนหลังที่ผ่านมาเช่นกัน (ที่มา: Morningstar ณ 30 ก.ย.61)

นอกเหนือจากกลยุทธ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ทุกสภาวะตลาดแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่ผู้ลงทุนสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกกองทุนได้สำหรับLTF บางกองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผล ก็คือการดูdividend yieldหรืออัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอ 


KDLTF กองทุนหุ้นใหญ่ จ่ายปันผลงาม

นอกจากจุดเด่นที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่กองทุน KDLTF ยังเป็นกองทุนที่มีการจ่ายปันผลสูงของกสิกรไทย และมีประวัติจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอทุกปี โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (19 ต.ค. 2547) จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 9.83 บาท (รวม 22 ครั้ง) และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย (average dividend yield) ประมาณ 4% ต่อปีตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และหากดูอัตราจ่ายเงินปันผลในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (ณ 30 มิ.ย. 2561) ยังมีอัตราการจ่ายปันผลสูงถึง 8.19%ซึ่งข้อดีของการได้รับปันผล นอกจากเป็นการเพิ่ม Income หรือรายรับระหว่างทางให้กับผู้ลงทุนแล้ว อีกแง่หนึ่งยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากโอกาสที่หุ้นจะปรับตัวลงจากภาวะตลาดที่ผันผวนด้วยการที่กองทุนพิจารณาจ่ายกำไรบางส่วนคืนกลับออกมาเป็นเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน


        อย่างไรก็ตามทีมผู้จัดการกองทุนของ บลจ.กสิกรไทย มองว่าตลาดหุ้นไทยว่าแม้จะยังคงผันผวนจากปัจจัยกดดันเรื่องความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ปัญหาเงินไหลออกจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ แต่ในแง่ของความเสี่ยงขาลง (Downside risk) เชื่อว่าน่าจะมีอย่างจำกัดแล้ว หลังตัวเลขเศรษฐกิจไทย่ฟื้นตัวดี ตามการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงสัญญาณโครงการภาครัฐที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ภายหลังกฎหมาย EEC ออกมาอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งในปีหน้า (24 ก.พ. 2562) ยังส่งผลดีต่อภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นอีกด้วย

         ทีมผู้จัดการกองทุน บลจ.กสิกรไทยยังเชื่อว่าเป้าหมาย SET Index ปลายปีนี้ ยังมีโอกาสเคลื่อนไหวขึ้นไปอยู่ในกรอบ 1,750 - 1,800 จุด โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ปี 2561 และ 2562 อยู่ที่ 8% และ 10% ตามลำดับ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนบลจ.กสิกรไทยได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ! รับ Starbucks e-Coupon สูงสุด 200 บาท 

เมื่อซื้อกลุ่มกองทุน LTF และ/หรือ RMF  ผ่านแอป K PLUS หรือ K-My Funds เป็นครั้งแรก โดยเมื่อ 

         - ลงทุนสะสมสุทธิ 50,000-99,999 บาท รับ Starbucks e-Coupon มูลค่า 100 บาท

         - ลงทุนสะสมสุทธิ 100,000 บาทขึ้นไป รับ Starbucks e-Coupon มูลค่า 200 บาท

ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-28 ธ.ค. 61 


***เงื่อนไขเพิ่มเติมเป็นไปตามที่บลจ.กสิกรไทยกำหนด 



ซื้อง่ายผ่าน K PLUS, K-My Funds และที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา  เริ่มต้นเพียง 500 บาท 

#KAsset #LTFRMF #KDLTF #KEQRMF #เลือกให้แล้วว่าดี 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/2SLeoNf


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



- คำเตือน

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน  

ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

เงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือสามารถเลือกให้ไม่หัก ณ ที่จ่ายก็ได้ แต่จะต้องนำเงินปันผลไปรวมเป็นรายได้ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้สิ้นปี


คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ