News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด


คนไทยส่วนใหญ่อยากลงทุน แต่ยังติดภาพการ ลงทุนเป็นเรื่องของคนรวย ครั้นพอจะเปิดใจศึกษาข้อมูลลงทุน ข้อมูลก็เยอะแถมเข้าใจได้ยาก ขาดช่องทางในการเริ่มต้นที่ง่ายและสะดวก ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแนวคิดปลุกปั้นแอปพลิเคชัน odini (โอดีนี่) ลงทุนอัตโนมัติในกองทุนรวม แก้ Pain Point ด้านการลงทุนแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้ Smart Phone เป็นหลัก สามารถเปิดบัญชีลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมชูการจัดสัดส่วนการลงทุน Asset Allocation แบบอัตโนมัติ ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ การปรับ สมดุลพอร์ต (Rebalancing) ให้เข้ากับสถานการณ์ของตลาด  ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท แต่ได้รับบริการเสมือน มีเงินทุนเป็นล้าน คาดดึงดูดนักลงทุนเข้าใช้บริการได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 ราย ภายในเวลา 3 ปี

บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) โรโบเวลธ์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 ให้ บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้การบริหารงานของพันธมิตรนักธุรกิจรุ่นใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านฟินเทค - ชลเดช เขมะรัตนา นักการเงิน การธนาคาร - พสุ ลิปตพัลลภ ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและ กฎหมาย - ศรุดา พัฒนาหิรัญ นักพัฒนาแบบจำลองทางการเงินและผู้จัดการกองทุน - ชัยปกรณ์ จ.คุโนปกรณ์  นอกจากนี้ยังมีทีมนักพัฒนาซอฟต์แวร์มืออาชีพอย่างบริษัท โค้ดฟิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ส่งผลให้โรโบเวลธ์เป็น Fintech ด้านการลงทุนที่สมบูรณ์แบบและน่าเชื่อถือ

ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลน. โรโบเวลธ์ จำกัด เล่าถึงที่มาของแอปพลิเคชัน odini (โอดีนี่)  ในขณะที่เราเป็นประเทศสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)  ที่กำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society)  แต่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศกลับยังไม่ได้เริ่มต้นลงทุนเลย เนื่องจากขาดช่องทางการลงทุนที่ง่ายและสะดวก สังคมไทยจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับคนทุกชนชั้น ดังนั้นเราจึงนำนวัตกรรม Robo-advisor ที่ใช้ Quantitative Model มาทำ Asset Allocation และเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสม รวมทั้ง ส่งคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติ เพื่อวางแผนการลงทุน ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของผู้ลงทุน แต่ละคน โดย Robo-advisor เป็น Fintech ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา และกำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญ ที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก


odini หนึ่งเดียวในไทยที่ใช้ Robo-advisor ลงทุนอัตโนมัติในกองทุนรวม

odini ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้เป็นหลัก เพื่อให้ผู้ใช้งาน สัมผัสกับความง่าย สะดวก และน่าเชื่อถือมากที่สุด

ชัยปกรณ์ จ.คุโนปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลน. โรโบเวลธ์ จำกัด ซึ่งคลุกคลีอยู่กับการพัฒนาแบบจำลองทางการเงินและระบบการลงทุน ตั้งแต่การเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทางการเงิน นักวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analyst) ก่อนที่จะก้าวสู่การเป็นผู้จัดการกองทุน กล่าวว่า เนื่องจาก odini ต้องการทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พอเป้าหมายเป็นคนจำนวนมาก วิธีการเข้าถึงและใช้งานจะต้องง่ายสุด ๆ แต่ของอะไรก็ตามที่ภายนอกเรียบง่ายและดูดี ภายในมักจะซับซ้อน เหมือนโทรศัพท์มือถือ ยิ่งเครื่องบาง ยิ่ง ปุ่มน้อย ก็ยิ่งออกแบบและประกอบยาก odini เองก็เช่นกัน เบื้องหลังของระบบ odini มีการจำลองสมองของผู้จัดการกองทุนไว้ และออกแบบมาให้ทุกอย่างสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ จนถึงระดับที่คนใช้งานแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่า odini กำลังทำงานที่ซับซ้อนให้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่มีคุณค่า และคุ้มค่าเมื่อทำได้สำเร็จ

ง่าย

ด้าน พสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัท บลน. โรโบเวลธ์ จำกัด กล่าวว่าโจทย์ของ odini คือทำอย่างไรให้เรื่องการลงทุนเป็นเรื่องง่าย ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้หมด  โดย Barriers to Entry ที่สำคัญในปัจจุบันคือเรื่องการไม่สามารถเข้าถึงการวางแผนการลงทุนที่มีคุณภาพ ทั้งการจัดพอร์ตการลงทุนตามความเสี่ยงของลูกค้า การเสนอทางเลือกของกองทุน อีกทั้งการติดตามดูแลแบบมีระเบียบวินัย เมื่อไหร่ซื้อ เมื่อไหร่ขาย ซึ่ง odini ที่เราสร้างขึ้นมานั้นสามารถตอบโจทย์ ผู้ใช้งานในจดุนี้ได้ โดยเราใช้มาตรฐานเดียวสำหรับการให้ คำแนะนำการลงทุนให้กับคนทุกคน ไม่ว่าลูกค้าจะมีเงินลงทุน หลักพันบาทหรือหลักล้านบาท โดยทำการจัดพอร์ต ลงทุนในกองทุนรวมและติดตามดูแลปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ ลูกค้าใช้งานได้ง่ายเพียงแค่เลือกระดับความเสี่ยงและผล ตอบแทนที่ต้องการ กำหนดเงินลงทุนรายครั้งหรือรายเดือน  แล้วที่เหลือปล่อยให้เทคโนโลยีเป็นคนจัดการให้หมด

สะดวก

ชลเดช กล่าวว่า นอกจากใช้ง่ายแล้ว ก็ต้องสะดวกด้วย  โดยมองว่า e-KYC ไม่ใช่เป็นเรื่องของอนาคต แต่เป็นสิ่งต้อง มีในปัจจุบัน ซึ่ง odini ได้พัฒนาแอปพลิเคชันให้นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีลงทุนผ่านแอปได้เลยโดยไม่ต้องใช้กระดาษแต่อย่างใด เนื่องจากมีความทันสมัยในการยืนยันตัวตนด้วยระบบ e-KYC ผ่านการถ่ายรูปเซลฟี่กับบัตรประชาชน พร้อมผูกบัญชีกองทุนรวมที่เปิดใหม่กับบัญชีเงินฝากที่มีอยู่แล้วผ่านระบบ Mobile Banking ของธนาคารชั้นนำได้ทันที เพื่อตัดเงินจากบัญชีเงินฝากมาซื้อกองทุนรวมและรับเงินจากการขายกองทุนรวม โดยที่กระบวนการนี้ได้ลดขั้นตอนการเปิดบัญชีไปได้มาก ปัจจุบันสถาบันการเงินอื่นยังต้องให้ลูกค้า Print แบบฟอร์มจากการกรอก ข้อมูล Online เพื่อเซ็นต์ชื่อและส่งไปรษณีย์ไป ๆ มา ๆ หาก เอกสารไม่ครบ ก็ต้องรอกันเป็นเดือนกว่าจะได้เริ่มลงทุน ความแตกต่างนี้ทำให้ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีผ่านทาง odini ได้รวดเร็วกว่าผู้ให้บริการรายอื่นเป็นอย่างมาก และเมื่อเปิดบัญชีเสร็จแล้วลูกค้าสามารถลงทุนได้ทันทีโดยลูกค้าของ odini มีอิสระในการเลือกวิธีเพิ่มเงินลงทุนได้สองรูปแบบคือ “ลงทุนรายเดือน” เริ่มต้น 1,000 บาท หรือ “ลงทุนรายครั้ง” ครั้งแรกเริ่มต้น 5,000 บาท ครั้งถัดไป เริ่มต้น 1,000 บาท ซึ่ง odini จะทำการตัดเงินจากบัญชีเงินฝากเวลา 10.00 น. เพื่อนำเงินไปลงทุนในพอร์ตกองทุนรวมให้แบบอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องมาคอยเลือกกองทุนเองในแต่ละครั้ง และไม่ต้องกำหนดมูลค่าเงินลงทุนในแต่ละกองทุน เนื่องจาก odini จะทำทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ เรียก ได้ว่าลูกค้ามีหน้าที่แค่เปิดบัญชีและฝากเงินเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องที่เหลือ odini จะจัดการให้หมด เพื่อความสะดวกสูงสุดของลูกค้า

น่าเชื่อถือ

ในฐานะนักบัญชีและกฏหมายที่มีประสบการณ์ในแวดวงการเงินการลงทุนนั้น ศรุดา พัฒนาหิรัญ ประธานเจ้าหน้าที่กำกับการปฎิบัติงาน บลน. โรโบเวลธ์ จำกัด กล่าวว่า แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเงิน ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ ทุกเทคโนโลยี ทุกนวัตกรรมที่เกิดขึ้นภายใน แอปพลิเคชัน odini ล้วนเป็นสิ่งที่ใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้ใน ประเทศไทยมาก่อน ดังนั้น ก่อนที่จะพัฒนาแอปพลิเคชัน  ทีมงานของเราได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารแห่ง ประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จนกระทั่งได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ผ่าน ระบบงาน Robo-advisor ที่เชื่อมการลงทุนในกองทุนรวมกับบัญชีเงินฝากของลูกค้าผ่านทาง e-Wallet พร้อมทั้งใช้ระบบ FundConnext ซึ่งพัฒนาโดยตลาดหลักทรัพย์เพื่อเชื่อมระบบการส่งคำสั่งซื้อขายกองทุนรวมกับ บลจ. ชั้นนำ ของประเทศ นอกจากนี้ odini ยังได้เปิดเผยข้อมูลการทำงานของโมเดลทางการเงินไว้ใน White Paper เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ www.odiniapp.com/white-paper


ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน:จัดพอร์ตการลงทุน ≠ คัดเลือกกองทุน

ชัยปกรณ์กล่าวว่า พอพูดถึงเรื่องการออมการลงทุน คนส่วนใหญ่ก็จะคิดถึงแค่การฝากเงินและการซื้อหุ้น มี คนเพียงส่วนน้อยที่จะคิดถึงการลงทุนผ่านกองทุนรวม ส่วนคนที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้น ก็มักเน้นให้ความสำคัญกับการคัดเลือกกองทุนเป็นหลัก ซึ่งในความเป็นจริงนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องการลงทุน คือการจัดเงินและจัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) หากเปรียบเทียบกับทีมฟุตบอล การเลือกหุ้นหรือเลือกกองทุน คือ การคัดเลือกตัวนักเตะ แต่หัวใจที่แท้จริงคือการจัดทีมและ จัดตำแหน่งผู้เล่น เหมือนกับการทำ Asset Allocation

พอร์ตลงทุนที่มีแต่เงินฝากหรือกองทุนตราสารหนี้  คือทีมที่มีแต่กองหลัง ไม่เสียประตูแต่ก็ไม่ชนะ สุดท้าย จบลงด้วยการมีเงินไม่พอใช้ยามเกษียณ

พอร์ตลงทุนที่มีแต่หุ้นหรือกองทุนหุ้น คือทีมที่มีแต่กองหน้า มีโอกาสทำประตูเยอะ  แต่โอกาสเสียประตูก็สูงเช่นกัน สุดท้ายเจอวิกฤตรอบเดียวก็จอดป้ายแรก ผ่านไปไม่ได้

ดังนั้น พอร์ตที่ดีจึงต้องมีสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งตราสารหนี้ อสังหา-ริมทรัพย์ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ เพราะสินทรัพย์ ทุกประเภทต่างมีหน้าที่ของตัวเอง เช่น การสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ การสร้างกำไรส่วนเพิ่ม และการกระจายความเสี่ยง เป็นต้น ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้ไม่ใช่ความผิดของนักลงทุน แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงคำแนะนำที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตรงจุดนี้ odini จะเข้ามาช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ อย่างสบายใจมากขึ้น

จัดพอร์ตตอบโจทย์ ผลตอบแทนเป้าหมาย เลือกได้ตั้งแต่ 4 - 12%

odini คือตัวช่วยให้คนเข้าถึงการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) และการคัดเลือกกองทุน (Fund Selection)

ชัยปกรณ์เผยว่าในขั้นตอนของการจัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) หรือการจัดทีมนั้น จะประกอบไปด้วย 1.พอร์ตการลงทุนหลัก (Core Portfolio) หรือตำแหน่งหลัก คือ กองทุนตราสารหนี้และกองทุนหุ้นไทย ซึ่งเน้นสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายในระยะยาว และ 2.พอร์ตเสริม (Satellite Portfolio) หรือตำแหน่งเสริม คือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฯ กองทุนหุ้นต่างประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้มากขึ้น รวมถึงช่วยกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โดยใช้มุมมองที่นักวิเคราะห์จากทั่วโลกมีต่อสินทรัพย์ประเภทเข้ามาช่วยปรับพอร์ตให้เข้ากับสถานการณ์การลงทุนในขณะนั้น

ในขั้นตอนของการคัดเลือกกองทุน (Fund Selection) หรือการคัดเลือกนักเตะนั้น odini จะเน้นคัดเลือกกองทุนที่มีผลการดำเนินงานดีอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน คือถ้าต้องเลือกระหว่างคนที่เก่งที่สุดแต่ฟอร์ม การเล่นขึ้น ๆ ลง ๆ กับคนที่เก่งพอประมาณแต่มีฟอร์มที่คงเส้นคงวา เราจะเลือกคนที่เก่งแบบคงเส้นคงวา เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการความหวือหวา

นอกจากนี้ สำหรับสินทรัพย์ที่ผลการดำเนินงานของกองทุนมีความผันผวนสูง เช่นกองทุนหุ้นไทยที่บางครั้งอันดับของกองทุนมักจะแกว่งไปมาจากหัวตารางลงไปอยู่ท้ายตาราง หรือจากท้ายตารางขึ้นมาอยู่หัวตาราง odini จะแนะนำให้ลงทุนเป็น กลุ่มของกองทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง แทนที่การเลือกเพียงกองทุนเดียว โดยการดูความสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่างกองทุน แล้วคัดเลือกชุดกองทุน 3 กองทุนที่ อยู่รวมกันแล้วดีที่สุด เปรียบเหมือนผู้เล่น 3 คนที่เข้าขากันมากที่สุด

คำแนะนำด้านการลงทุนนี้จะถูกจัดเตรียมไว้ 5 พอร์ตการลงทุน โดยแบ่งตามระดับผลตอบแทนเป้าหมายตั้งแต่ 4% ถึง 12% ต่อปี ตามลำดับ “จากข้อมูลปัจจุบัน ลูกค้า odini ส่วนใหญ่จะเลือกพอร์ตที่มีผลตอบแทนเป้าหมาย 8% และ 10% ต่อปี โดยที่ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือน ก.ค. จนถึง ก.ย. 2561 odini สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8% ถึง 4.0%” ชัยปกรณ์กล่าว

มากกว่า ‘คำแนะนำ’ คือการนำไปใช้

ชัยปกรณ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สาเหตุอันดับต้น ๆ ของการลงทุนที่ล้มเหลวคือ การปฏิบัติ (Execution) ถ้าเราอ่านบทสัมภาษณ์นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เรื่องที่จะถูกเน้นย้ำและให้ความสำคัญมากที่สุดที่ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์คือ เรื่องของวินัยในการลงทุน (Discipline)

สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะมีคนมาคอยดูแลเรื่องการลงทุนให้อย่างใกล้ชิด หลังจากใช้ความพยายามในการเสาะหาคำแนะนำที่ดีมีประสิทธิภาพมาได้แล้ว ด่านสำคัญต่อไปที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องผิดหวังกับการลงทุน คือการนำคำแนะนำนั้นไปใช้งานจริง เนื่องจากคำแนะนำจะดีแค่ไหนหากไม่ได้ทำตามก็ไม่มีประโยชน์ หรือถ้าทำตามไปแล้วแต่ไม่ได้ติดตามอาจก่อให้เกิดโทษก็ได้ เช่น มีคนแนะนำให้ซื้อกองทุนหนึ่ง ตอนที่แนะนำและซื้อก็ดีจริง แต่ตอนที่ไม่ดีแล้วไม่มีคนมาบอกให้ขาย เป็นต้น

สืบเนื่องจากกับดักการลงทุนของคนส่วนใหญ่นี้ odini จึงพัฒนาระบบที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ตามคำแนะนำ โดยการจำลองวิธีคิดและการทำงานของผู้จัดการกองทุนในการจัดเงินและติดตามพอร์ตการลงทุนมาไว้ใน odini

ทุกครั้งที่ลงทุนเพิ่ม (Deposit) – odini จะคำนวณคำสั่งซื้อโดยการแจกเงินให้กับสินทรัพย์ที่มีอยู่น้อยเกินไป (Underweight) เมื่อเทียบกับสัดส่วนที่แนะนำ

ทุกครั้งที่ถอนเงินลงทุน (Withdrawal) – odini จะคำนวณคำสั่งขายโดยการขายสินทรัพย์ที่มีอยู่มากเกินไป (Overweight) เมื่อเทียบกับสัดส่วนที่แนะนำ

ในแต่ละเดือน odini จะคอยตรวจสอบสถานะพอร์ตการลงทุนจริงของลูกค้าแต่ละคนว่าแตกต่างไปจากคำแนะนำ มากเกินไปหรือไม่ เพื่อทำการปรับสมดุลพอร์ต (Portfolio Rebalancing) ให้เหมาะสม

นอกจากนี้ odini ยังคอยติดตามผลการดำเนินงานของ กองทุนที่ลูกค้าแต่ละคนมีอยู่ ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถถือเพื่อลงทุนต่อไปได้หรือไม่ (Fund Monitoring) อีกด้วย กลไกการทำงานเหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้ทำงานเข้ากับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การทำงานของอุตสาหกรรมกองทุนรวมในประเทศไทย

ลงทุนอย่างมีวินัยสไตล์ odini

พสุ ชี้ว่าสิ่งที่น่าสังเกตคือนักลงทุนยังคงเป็นคนกลุ่ม เดิม และสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมนั้นยังน้อยมากทั้งจำนวนคนและเม็ดเงินลงทุน เมื่อเทียบกับในต่างประเทศ ที่มีการพัฒนาด้านการลงทุนไปไกลแล้ว พสุมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการเข้าถึงการศึกษาและช่องทางการลงทุน แต่ส่วนหนึ่งที่นักลงทุนยังไม่ประสบความสำเร็จคือการขาดวินัย ทั้งวินัยในการศึกษาเพื่อที่จะเข้าใจการลงทุน และวินัยในการปฎิบัติในเรื่องการลงทุน “เคล็ดลับที่จะทำให้ประสบความสำเร็จคือการมีระเบียบวินัย นี่คือเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งในการทำธุรกิจและในการลงทุน” พสุกล่าว

ดังนั้น แอปพลิเคชัน odini จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทำให้การลงทุนเป็นประจำ (DCA) สามารถทำได้โดยง่าย สะดวก ลงทุนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องสับสนหรือลังเลว่าควรเลือกซื้อกองทุนไหน เมื่อไหร่ ตอนไหนดี  เพราะว่า Robo-advisor จะเข้ามาดูแลการลงทุนให้เราตลอดเวลา วันนี้กองทุนที่เราซื้อไปเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี  ระบบสมองกลจะทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่ซับซ้อน เพื่อช่วยตัดสินใจและจัดการให้หมด ย้ำอีกครั้งถึงความ “ง่าย” ด้วยศักยภาพของ Robo-advisor จะทำให้นักลงทุนได้ลงทุนอย่างมีวินัย

พสุ ได้ยกตัวอย่างประสบการณ์จากผู้ใช้งานแอป ฯ odini ว่า “ลูกค้าของเราบางคนมีพฤติกรรมที่ใส่ใจการลงทุนและมีวินัยในการลงทุนมาก โดยมีลูกค้าท่านหนึ่งได้ฝากเงินเข้ามาเพื่อลงทุนกว่า 30 ครั้ง ในเวลาเพียงแค่  2 เดือน และมีลูกค้าหลายรายที่ลงทุนผ่าน odini จนได้กำไร เป็นกอบเป็นกำ ก็มาโพสต์ชื่นชมเราผ่านทาง Social Media ด้วยเช่นกัน ถือเป็นความภูมิใจของเราที่ช่วยให้คนไทย ตื่นตัวกับการลงทุน”

odini ผนึกกำลังกับ ก.ล.ต. ภายใต้โครงการ “5 ขั้นมั่นใจลงทุน”

ศรุดากล่าวเสริมว่า แม้แอปพลิเคชันของเราเพิ่งเปิดตัว ไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 แต่ก็ได้รับความไว้วางใจจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ยกให้เป็นหนึ่งในพันธมิตรร่วมกับสถาบัน การเงินชั้นนำของประเทศ ภายใต้โครงการ “5 ขั้นมั่นใจลงทุน” โดยผ่านมาตรฐานที่ทางโครงการได้กำหนดไว้ดังนี้

ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ความต้องการ

odini มีการกำหนดเป้าหมายการลงทุนพร้อมประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคนก่อนลงทุนจริง

ขั้นที่ 2 กำหนดสัดส่วนเงินลงทุน

odini ออกแบบพอร์ตลงทุน (Asset Allocation) ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของลูกค้า ตลอดจนเลือกกองทุนที่เหมาะสมสำหรับสินทรัพย์แต่ละประเภท

ขั้นที่ 3 เลือกลงทุนตามเป้าหมาย

odini ลงทุนในพอร์ตของกองทุนรวมจากหลากหลาย บลจ. ชั้นนำ ให้แบบอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น DCA

ขั้นที่ 4 ติดตามและปรับกลยุทธ์

odini ให้คำแนะนำและปรับพอร์ตให้ทันกับสถานการณ์ลงทุนจริง โดยมีฟังก์ชั่นปรับสมดุลพอร์ตเป็นประจำทุกเดือน (Rebalancing) และนำเงินที่ได้ไปลงทุนต่อให้แบบอัตโนมัติ (Reinvestment)

ขั้นที่ 5 รายงานสถานะการลงทุน

odini สามารถติดตามผลงานการลงทุนผ่านแอปฯ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

odini 1 ใน 10 ทีม สุดยอดนวัตกรรมตลาดทุนไทยปี 2561

โครงการ “สุดยอดนวัตกรรมตลาดทุนไทยปี 2561” (Capital Market Innovation Awards 2018) จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็น สถาบันการเงินชั้นนำและ Fintech Start-up รวม 60 ผลงาน โดย odini ถูกเลือกจาก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในตลาดทุนไทย ให้เป็น 1 ใน 10 ผลงานสุดยอดนวัตกรรม  แม้จะเพิ่งตัวแอปพลิเคชันไปได้ไม่นาน เนื่องจาก odini มีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดทุนผ่านการขยายฐานนักลงทุนในวงกว้าง ช่วยให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย และค่อย ๆ เรียนรู้ เรื่องการลงทุนผ่านการลงทุนในสนามจริงไปพร้อมกัน  โดย odini จะ Notify ลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันเป็นประจำ ทุกเดือน เพื่อแจ้งถึงการจัดสรร Asset Allocation ที่เหมาะสม กับสภาวะตลาดล่าสุด รวมทั้งจะมีการสอดแทรกเนื้อหาความรู้ด้านการลงทุนผ่านทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี บทความ คลิปวีดีโอ Social Media หรือ Animation เพื่อให้นักลงทุนมีความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนที่ถูกต้อง 

ฟีเจอร์ใหม่! โดนใจนักลงทุนอีกเพียบ

DCA ทั้งพอร์ตลงทุน

odini ให้ความร่วมมือกับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยการปล่อยฟีเจอร์ DCA ส่งเสริมให้นักลงทุน สามารถลงทุนแบบต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนด้วยการตัดบัญชีเงินฝากแบบอัตโนมัติ โดยการทำ DCA ที่มีอยู่ ในท้องตลาดของผู้ให้บริการรายอื่นในตอนนี้ จะเป็นการซื้อหุ้นสามัญตัวใดตัวหนึ่ง หรือการซื้อกองทุนกองใดกองหนึ่ง  ซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับการทำ DCA ของ odini ที่ตัดเงินมาซื้อชุดของกองทุนรวมตาม Asset Allocation ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ตลาดในขณะนั้น

จุดเด่น คือ สามารถกระจายเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ไปซื้อชุดกองทุนที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละเดือน ได้แบบอัตโนมัติ สร้างวินัยการลงทุนที่ดีในระยะยาว พร้อม กับการกระจายความเสี่ยงเรื่องเวลาการลงทุน

พอร์ต LTF

ภายในเดือนตุลาคม 2561 odini พร้อมแล้วที่จะให้บริการพอร์ต LTF เพื่อลดหย่อนภาษี สำหรับนักลงทุน ทุกคน ซึ่งยังคงชูจุดเด่นในความง่าย และการทำงานแบบอัตโนมัติไว้เช่นเดิม

จุดเด่น คือ มีการจัดสัดส่วนเงินลงทุนในพอร์ตกองทุน LTF ซึ่งเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมที่สุดจากชุดกองทุน ที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยไม่เสี่ยงลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งด้วยเงินทั้งหมด

ยกระดับ odini สู่นวัตกรรมระดับประเทศ ในรูปแบบ Ecosystem

ชลเดชเผยว่า “ทีมงานทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันคือ อยากช่วยคนไทยให้ลงทุนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท เจ้าของธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า ข้าราชการ เกษตรกร หรือชาวเขา ซึ่งอาจมีเงินทุนน้อยหรือมีเงินทุนมากก็ แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นคน Gen ไหนก็สามารถใช้ odini ได้ ด้วย แนวคิดของเรา ‘ลงทุนง่าย ได้ทุกคน’ ปลุกกระแส ลงทุน Fever ผนึกกำลังกับหลายภาคส่วนเพื่อนำ Robo-advisor ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ชลเดชยังบอกด้วยว่า “เรื่องการออมการลงทุนไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเฉพาะกับคนรวยเท่านั้น แต่สามารถทำได้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในวัยเริ่มทำงานซึ่งสามารถรับความเสี่ยงได้สูง ก็ควรที่จะเริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ฝากเงินในธนาคารอย่างเดียวเพราะอาจได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้อำนาจซื้อลดลง ยิ่งฝากยิ่งจนลงเมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น”

“เราไม่ได้มองว่าการทำธุรกิจ Robo-advisor เป็นแค่การสร้างแอปพลิเคชั่นชิ้นนึง แต่เราอยากสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการให้บริการด้านการลงทุน และ เป็นเรื่องธรรมดาในโลกธุรกิจที่ต้องมีการแข่งขัน มีคู่แข่งทางธุรกิจ ทั้งในและนอกวงการ แต่จุดนี้ทีมงานเรากลับ ไม่เคยมองว่าใครเป็นคู่แข่งเลย เพราะเราเชื่อใน Co-opetition  Strategy ซึ่งมองว่าทุกคนเป็นคู่ค้า โดยที่เราสามารถร่วมมือ กับคนที่เหมือนเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเราได้ ผ่านการให้บริการแบบ B2B เพราะเชื่อว่าทุกคนย่อมมีจุดแข็งในส่วน ที่ต่างกัน สามารถดึงดูดฐานลูกค้าที่ต่างกัน และการที่ประเทศไทยมีบริษัทที่พร้อมจะผลิตผลงานเพื่อเปลี่ยนประเทศ นำนวัตกรรมใหม่เข้ามายกระดับการให้บริการ ยิ่งช่วยส่งส่งเสริมให้อุตสาหกรรมโดยรวมใหญ่ขึ้น ทำให้ ทุกคนได้ประโยชน์ ทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือแม้กระทั่งหน่วยงานที่ต้องควบคุมผู้ประกอบการ ดังนั้น บลน.  โรโบเวลธ์ จึงไม่หยุดสร้าง Ecosystem ที่ดีที่สุดเพื่อให้ คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีคุณภาพ” ชลเดช กล่าว

เพิ่มความแข็งแกร่ง เจาะกลุ่มตลาด B2B

Robo-for-advisors

แม้ว่า Robo-advisor จะถูกออกแบบมาให้จับกลุ่มลูกค้าที่เป็น Tech-savvy แต่ บลน. โรโบเวลธ์ ยังมองเห็น โอกาสในการต่อยอดเทคโนโลยีที่มีอยู่ มาช่วยให้การทำงาน ของที่ปรึกษาทางการเงิน หรือ Relationship Manager (RM) มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยการพัฒนาแอปพลิเคชัน บน iPad เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการทำงานของ RM สำหรับการดูแลลูกค้าระดับ High Net Worth (HNW) ซึ่ง มีเงินลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยปัจจุบัน บลน. โรโบเวลธ์ มี AuM รวมสูงกว่า 5 พันล้านบาทสำหรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว และมี RM จากหลากหลายช่องทางแสดงความสนใจมาร่วมเป็นพันธมิตรเพิ่มเติม โดยคาดว่า ภายใน 3 ปี จะมี AuM จากช่องทาง Robo-for-advisors  ทั้งสิ้นประมาณ 15,000 - 20,000 ล้านบาท

Robo-as-a-service

เพื่อเป็นการต่อยอดและใช้งาน System Architecture ที่อยู่เบื้องหลัง odini ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการลงทุนของประเทศ บลน. โรโบเวลธ์  ได้นำเสนอบริการด้าน e-KYC และ Robo-advisor ให้กับสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) รวมไปถึง Fintech Start-up ซึ่งคาดว่าภายในปี 2561 นี้ จะมีผลงานออกมาให้กับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของไทย 2 รายในเวลาใกล้กัน โดยที่บริษัทมีข้อได้เปรียบ B2B Robo-advisor ในต่างประเทศเจ้าอื่น เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นอย่างมาก เนื่องจาก odini มีกระบวนการทำงานที่ออกแบบมาสำหรับตลาดทุนไทยโดยเฉพาะ และสามารถ Implement ได้จริงผ่านบริษัท  โค้ดฟิน จำกัด ซึ่งเป็น Software House บริษัทลูกของ บลน. โรโบเวลธ์ เอง ใน ขณะที่คู่แข่งจากต่างประเทศมักมีข้อจำกัดด้านทีมงานและการประสานงาน เนื่องจาก  Developer ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ รวมถึงการไม่มี Office อยู่ในประเทศไทย ทำให้เกิดปัญหาโครงการเสร็จช้ากว่ากำหนดให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง อีกหนึ่งจุดเด่นของบริการ Robo-as-a-service ของบริษัท คือเรื่องความยืดหยุ่นของการกำหนดราคาให้สอดคล้องกับลักษณะและขนาดของแต่ละสถาบันการเงิน โดยที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งสามารถเลือกจ่ายค่าบริการ Robo-as-a-service จากส่วนแบ่งรายได้ค่าธรรมเนียม หรือจ่ายตามขนาดของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AuM) หรือจ่ายตามจำนวนลูกค้าผู้ใช้งานในแต่ละเดือน โดยที่เราไม่ได้มองว่าเป็นการแข่งขันกันเองระหว่าง odini กับลูกค้า B2B เลย เนื่องจากบริการของแต่ละที่มีความแตกต่างกัน มีจุดเด่นที่ดึงดูดฐานลูกค้าที่ต่างกัน นอกจากนี้ odini ยังมองตลาดที่เป็น Blue Ocean ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่ยังไม่เคยมีบัญชีสำหรับลงทุนเลยอีกด้วย

ปั้นลูกค้า 2 แสนราย ภายใน 3 ปี

ชลเดช เผยบริษัทฯ ตั้งเป้าภายใน 3 ปีหลังจากนี้ ต้องมีลูกค้าเข้ามาใช้ odini ไม่ต่ำกว่า 200,000 ราย และภายใน 5 ปี จะเพิ่มเป็น 500,000 ราย โดยมีพันธมิตรธุรกิจแนวหน้าแห่งวงการ Telecom อย่าง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) พร้อมจะสนับสนุนด้านการตลาดโดยการสื่อสารไปยังฐานลูกค้ากว่า 40 ล้านเลขหมาย ผ่านช่องทางที่ AIS เล็งเห็นว่าจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้ดีที่สุด พร้อมกับวางแผนการตลาดร่วมกัน ผ่านการประชุมระหว่างทีมงานและ ผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 หน่วยงานเป็นประจำทุกต้นเดือน โดยที่ AIS เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับตลาดทุนไทย เปิดโอกาส ให้นักลงทุนรายใหม่เข้าถึงช่องทางการลงทุนได้มากขึ้น เหมาะสมอย่างยิ่งกับช่วงเวลานี้ ที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) แต่ยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยรายได้ต่อหัวของคนทั้งโลก

odini คือ Game Changer ของตลาดทุนไทยอย่างแท้จริง

ย้อนกลับเมื่อหลายปีก่อนสิ่งที่กลุ่มนักบริหารไฟแรงเหล่านี้คิดจะทำ หลายคนคงบอกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่วันนี้พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นไปได้ กว่าแรมปีที่ปลุกปั้นแอปพลิเคชัน odini เข้าใจปัญหาและแก้ไขอย่างตรงจุด นี่คือแอปพิเคชันลงทุนของคนไทย ที่พัฒนาเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง ความทุ่มเท ความตั้งใจ ส่งผลให้ทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนอย่างมากมาย … แล้วแบบนี้ทำไมคนไทยถึงจะไม่ใช้ล่ะ - odini ลงทุนง่าย ได้ทุกคน

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ