News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด


มุมมองจากหลายๆ โบรกเกอร์ หรือแม้กระทั้งผู้จัดการกองทุนเอง ที่ยังคงเชื่อว่า SET Index ในช่วงที่เหลือของปี ยังมีโอกาสเป็นขาขึ้น โดยมีดัชนีเป้าหมายที่ระดับเหนือ 1,800 จุด หรือแม้แต่ 1,900 จุด ก็มีบางโบรกเกอร์บอกว่ายังมีโอกาสเป็นไปได้


ภาพเหล่านี้ สะท้อนว่า ณ ระดับดัชนีปัจจุบัน ที่ 1,600 จุดกว่าๆ เป็นโอกาสดีที่ผู้ลงทุนไทย จะหาจังหวะสะสมหุ้นเข้าพอร์ต โดยเฉพาะพอร์ตการลงทุนระยะยาวในกองทุน LTF ซึ่งยังคงได้สิทธิลดหน่อยภาษี


และเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเลือก LTF ในช่วงที่โอกาสเปิดอยู่ในตอนนี้ มีคำแนะนำดีๆ จากกูรูของ "ฟินโนมีนา" ที่จะมาบอกถึง "4 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพื่อคัดกรองกองทุน LTF ที่ดี" มาฝากนักลงทุน


ปัจจัยแรกที่ "ฟินโนมีนา" ให้พิจารณาคือ การดูผลตอบแทนระยะยาว ซึ่งหมายถึง 3 ปี 5 ปีขึ้นไป เพราะเชื่อว่า ยิ่งกองทุนเปิดมานานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอดีตให้นักลงทุนศึกษามากเท่านั้น ซึ่งคำแนะนำเบื้องต้น คือ ให้เรียงอันดับกองทุน LTF ที่ผลตอบแทนดีที่สุดในรอบ 5 ปีออกมา แล้วเลือกแค่ 20 กองแรกที่มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปีดีที่สุดมาวิเคราะห์ต่อ


2. ดูผลตอบแทนระยะสั้น หรือช่วงเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี โดยสาเหตุที่ต้องดูผลตอบแทนระยะสั้นประกอบด้วย  เพราะจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถทำความเข้าใจสไตล์การบริหารของผู้จัดการกองทุนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมาซึ่งตลาดหุ้นไทยค่อนข้างผันผวน ถ้าผลตอบแทนระยะสั้นของกองทุนไหนชนะดัชนีได้ และผันผวนต่ำ ก็สะท้อนถึงการมีการบริหารความเสี่ยงได้ดี


3. ดูผลตอบแทนเปรียบเทียบความเสี่ยง ซึ่งที่นิยมใช้กันก็คือ Sharpe Ratio โดยค่า Sharpe Ratio ยิ่งมากยิ่งแปลว่า ผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยง ดังนั้น เวลาดูว่ากองไหนดีกว่ากองไหน ก็ให้ดูกองทุนที่ค่า Sharpe Ratio สูงกว่า กูรูของ "ฟินโนมีนา" ยังแนะนำให้ดู Information Ratio (IR) ควบคู่กันไปด้วย โดยในส่วนของ IR นั้นคำนวนคล้ายๆกับ Sharpe Ratio โดย Information Ratio หาได้จาก Return – Benchmark เเละหารด้วย Standard deviation


สุดท้าย 4. เข้าไปดูนโยบายการลงทุน เมื่อได้กองทุนที่ติดใน List หลังจากที่นักลงทุนประเมินตาม 3 ขั้นตอนข้างต้นแล้ว ก็เลือกกองทุนที่คิดว่าน่าสนใจออกมาซัก 5 กอง แล้วมาศึกษาต่อว่า นโยบายการลงทุนเป็นอย่างไร ลงทุนในหุ้นประเภทไหน ค่าธรรมเนียมแพงหรือเปล่า เพื่อดูว่า กองทุนนั้น พอจะไว้ใจฝากผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวได้จริงหรือไม่


ผู้ลงทุนที่อยากรู้ว่า จะดูผลตอบแทนระยะสั้น ระยะยาว และนโยบายการลงทุนของกองทุนได้อย่างไร แนะนำเว็บไซด์ของ "มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)" หรือ www.morningstarthailand.comซึ่งได้รวมรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ทั้งหมด

ซึ่งในที่นี้ Money Channel ได้หยิบเอากองทุน LTF ที่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีที่สุดภายใต้ความผันผวนของตลาดหุ้นไทยที่เกิดขึ้นตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา กับกองทุน 5 อันดับแรกที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุด ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน ผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนีตลาดหุ้นไทย ไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยติดลบไปถึง -6.24%

LTF 5 อันดับแรกที่ทำผลตอบแทน YTD ดีที่สุด ได้แก่

1.กองทุนเปิดเค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟหุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF)+1.19%
2.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด หุ้นระยะยาว (ABLTF)
+0.39%
3.กองทุนเปิดวรรณเอเอ็มสมาร์ทหุ้นระยะยาว (1SMART-LTF)
-0.62%
4. กองทุนเปิด JUMBO PLUS ปันผล หุ้นระยะยาว (JBP LTF)
-0.79%
5. กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นระยะยาว ชนิดหน่วยลงทุน B (TISCOLTF-B)
-1.11%





คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ