News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด


เป็นอีกครั้งที่ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงมา และเปิดโอกาสให้นักลงทุนระยะยาวได้สะสมอีกครั้ง โดยเฉพาะการลงทุนระยะยาวเพื่อลดหย่อนภาษี อย่างกองทุนรวมหุ้นระยะยาว และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ LTF-RMF


เหตุผลที่ชี้ว่า ตลาดหุ้นไทย เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้สะสมหุ้นเข้าพอร์ตอีกครั้ง เพราะมุมมองของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ ยังคงเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะทิศทางขาลงที่เริ่มจำกัดมากขึ้น


ที่สำคัญ แรงซื้อหลักที่จะเข้ามาในตลาดหุ้นช่วงไตรมาสสุดท้ายจาก LTF-RMF ยังเป็น Flow ก้อนใหญ่ที่มีโอกาสดันดัชนีเป็นขาขึ้นได้จากระดับ SET Index ที่ไหลลงมาต่ำกว่า 1,700 จุดอีกครั้ง


มีสถิติที่น่าสนใจ จากการเปิดเผยโดย "มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)" พบว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกๆปี จะมีเงินไหลเข้ากองทุน LTF เฉลี่ยมากกว่า 30,000 ล้านบาท


- ย้อนกลับไปไตรมาส 4 ของปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่ามีเงินไหลเข้ากองทุน LTF ถึงกว่า 33,626 ล้านบาท
- ไตรมาส 4 ของปี 2559 มีเงินไหลเข้ากองทุน LTF ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 32,825 ล้านบาท
- ไตรมาส 4 ของปี 2558 มีเงินไหลเข้ากองทุน LTF จำนวน 30,619 ล้านบาท
- ไตรมาส 4 ของปี 2557 มีเงินไหลเข้ากองทุน LTF จำนวน 37,779 ล้านบาท
- และไตรมาส 4 ของปี 2556 มีเงินไหลเข้ากองทุน LTF จำนวน 26,509 ล้านบาท


ข้อมูลข้างต้น สอดคล้องกับมุมมองของ "วศิน วณิชย์วรนันต์" ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ที่บอกกับ "Money Channel" ว่า ในแต่ละปี จะมีเงินเข้ามาลงทุนผ่านกองทุน LTF และ RMF ประมาณปีละ 70,000- 80,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ พบข้อมูลว่า เงินลงทุนใหม่ที่เข้ามาจากการซื้อ  LTF-RMF มีอยู่ราว 34,000 ล้านบาทเท่านั้น


ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า ในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปี มีโอกาสที่ Flow มากกว่า 40,000 ล้านบาท จะไหลเข้ามาลงทุนและเข้ามาซื้อหุ้นไทยเพิ่มในช่วงไตรมาสสุดท้าย


บวกกับปัจจัยหนุนสำคัญในประเทศอย่างการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ทำให้นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 เดือนสุดท้าย จะเป็นขาขึ้นได้ต่อเนื่อง


เพราะหากมองในแง่ของความเสี่ยงที่จะเพิ่มโอกาสขาลงของตลาดหุ้นไทย เชื่อว่าค่อนข้างจำกัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าสำคัญที่ผ่อนคลายลง หรือประเด็นปัญหาของตลาดเกิดใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นที่ผ่านมา ไทยเองซึ่งมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่าประเทศเกิดใหม่อื่นๆ ก็ทำให้ความเสี่ยงประเด็นนี้ไม่ได้น่ากังวลมากนัก


นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนยังย้ำด้วยว่า ในจังหวะนี้ ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ลงทุนระยะยาว ที่จะหาจังหวะสะสมหุ้นเข้าพอร์ต ซึ่งกลยุทธ์ที่แนะนำ คือการสะสมกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี รวมถึงกองทุนหุ้นที่เน้นลงทุนให้หุ้นกลุ่มปันผล เพราะเชื่อว่า จะเป็นพอร์ตการลงทุนที่บาลานซ์กับความผันผวนที่ผู้ลงทุนยังต้องเผชิญอยู่ทั้งในตอนนี้และในระยะถัดไป


ประเด็นที่นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนเน้นย้ำเพิ่มเติมคือ ผู้ลงทุนไม่ควรไปกังวลกับความเสี่ยงระยะสั้นมากจนเกินไป เพราะการลงทุนที่สามารถคาดหวังผลตอบแทนได้ดีที่สุด คือการลงทุนระยะยาว ซึ่งตามสถิติแล้ว การลงทุนอย่างมีวินัย พบว่าสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนได้ถึง 10% ต่อปี


คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ