News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด


กระแสข่าวที่ระบุว่า การขายหุ้นของระบบเทรดอัตโนมัติ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นโลกปั่นป่วน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นข้อมูลที่สะท้อนได้ว่า บรรดาโปรแกรมซื้อขายหุ้นอัตโนมัติ ที่ทำงานด้วย Robot หรือสมองกลของ AI (Artificial Intelligence) เริ่มมีบทบาทในโลกการลงทุนยุคปัจจุบันมากขึ้น


ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความนิยมในการใช้โปรแกรมซื้อขายอัตโนมัติ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ตลาดหุ้นขนาดใหญ่ของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา มีสัดส่วนเกินกว่าครึ่งของการซื้อขายต่อวันไปแล้ว


เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย ที่ในระยะหลังถูกต้องข้อสังเกตุว่า โปรแกรมซื้อขายหุ้นอัตโนมัติ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นบางตัว เกิดอาการแกว่งแบบผิดปกติหรือผิดวิสัยการเทรดโดยทั่วไปด้วยฝีมือมนุษย์ จนมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาควบคุมโดยด่วน


มีข้อมูลว่า “ภายใน 3 วินาที ระบบเทรดด้วยสมองกลของ AI สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ถึง 17 รายการ” และยังมีข้อมูลด้วยว่าปัจจุบัน “คำสั่งซื้อขายในตลาดหุ้นไทย มาจากการทำงานของระบบ AI  มากถึง 20% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด”



เหตุผลที่การซื้อขายหุ้นด้วยระบบอัตโนมัติได้รับความนิยมสูงขึ้น เพราะจุดเด่นของระบบ ที่เชื่อกันว่า สามารถลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเทรดโดยมนุษย์ได้ โดยเฉพาะข้อผิดพลาดที่เกิดจากอารมณ์ ความกลัวและความโลภของมนุษย์ 


มากไปกว่านั้น สมองกลของ AI ยังรู้จักจดจำข้อผิดผลาดที่เกิดขึ้น โดยไม่กลับไปทำซ้ำ หรือประมวลผลในข้อมูลชุดเดิมที่เกิดความ ผิดพลาดกลับขึ้นมาอีก


และอีกหนึ่งจุดเด่นที่ผู้ลงทุนเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีกว่า ในการหาผลตอบแทนจากตลาดหุ้นได้ ก็คือการประมวลผลที่รวดเร็วของ AI จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่สามารถทำได้รวดเร็วกว่าการวิเคราะห์ของมนุษย์นั่นเอง


ปัจจุบัน สมองกลของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเลือกหุ้นรายตัวเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้ในแวดวงการบริหารจัดการ Wealth ด้วยเช่นกัน ซึ่งบริการเหล่านี้ ก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในต่างประเทศ


หรือในแวดวงกองทุนรวมของไทยเอง สมองกลของ AI ยังถูกนำมาใช้สกรีนหาหุ้นพื้นฐานดี เพื่อจัดเป็นพอร์ตลงทุนให้กับนักลงทุนไทยอีกด้วย


อย่างกองทุนล่าสุดของ บลจ.กรุงไทย ที่ชื่อว่า กองทุนเปิด กรุงไทย เอไอ เบรน (KT-Brain) ที่นำสมองกลของ AI มาทำหน้าที่คัดเลือกหลักทรัพย์แทนผู้จัดการกองทุน ซึ่งเป็นกองทุนลำดับที่ 2 ต่อจากกองทุนของค่าย "ไทยพาณิชย์" ที่ออกมาก่อนหน้านี้


โดยสมองกลของกองทุนนี้ ถูกตั้งให้ประมวลผลและวิเคราะห์จากข้อมูลทางการเงินเป็นรายบริษัท เพื่อสกรีนหาหุ้นพื้นฐานดีทั้งที่จดทะเบียนในกระดาน SET และ mai จากจำนวนรวมประมาณ 731 หลักทรัพย์ ให้เหลือเพียง 30-40  หลักทรัพย์ มาจัดเป็นพอร์ตการลงทุน โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนโดยรวม ให้เหนือกว่าดัชนีอ้างอิง (SET Total Return) ซึ่งจากการทำการแบบจำลองการลงทุน (Back Test) ย้อนหลังเอง ก็พบว่า หุ้นที่ถูก AI คัดเลือกมาจัดเป็นพอร์ตของกองทุนนั้น สามารถให้ผลตอบแทนรวมชนะดัชนีอ้างอิงได้


และอีกหนึ่งโมเดลที่ตอกย้ำว่า AI มีบทบาทในโลกลงทุนยุคปัจจุบันมากขึ้น ก็คือ Application เพื่อการลงทุนกองทุนรวมอัตโนมัติด้วย Robo advisor อย่าง “Odini” ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยจัดพอร์ตกองทุนรวม ให้ผู้ลงทุนสามารถคาดหวังผลตอบแทนภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้


ซึ่งจุดเด่นของ "Odini” คือผู้ลงทุน ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการลงทุนมาก่อนก็สามารถลงทุนได้ และยังสะดวก-ปลอดภัย จบในที่เดียว ด้วยเงินหลักพันเท่านั้น



คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ