News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด


เป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับผู้ลงทุนไทย ที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนกลับมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น กับการประกาศลด “ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)" ในกองทุนกลุ่ม Passive Fund ของบริษัทจัดการกองทุนค่ายใหญ่อย่าง บลจ.กสิกรไทย

เมื่อเร็วๆนี้ บลจ.กสิกรไทย ออกมาประกาศข่าวดีสำหรับผู้ลงทุน ว่าได้ปรับลดค่าธรรมเนียม 3 กลุ่ม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ขาเข้า (Brokerage-In Fee) และค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Exit Fee) ในกองทุนกลุ่ม Passive Fund ซึ่งมีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบเชิงรับ (Passive Management Strategy) ที่เน้นลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง


โดยในส่วนของค่าธรรมเนียมการจัดการนั้น จากเดิมที่เรียกเก็บจากกองทุนในอัตรา 0.50% ต่อปีของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ปรับลดมาอยู่ที่ 0.35% ต่อปีของ NAV


ซึ่งมีผลสำหรับกองทุนหุ้นจำนวน 9 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนหุ้นไทย 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 (K-SET50), กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจธนาคาร (K-BANKING), กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจพลังงาน (K-ENERGY) และกองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร (K-ICT)


ส่วนที่เหลือเป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศจำนวน 5 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นจีน (K-CHX), กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นยุโรป (K-EUX), กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย (K-INDX), กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น (K-JPX) และกองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USXNDQ-A(D))


ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมดังกล่าว บลจ.กสิกรไทย ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2561


อีก 2 รายการที่ค่ายนี้ใจดีลดให้ผู้ลงทุนคือ ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ขาเข้า และค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ซึ่ง 2 รายการนี้ ปรับลดเฉพาะกองทุนหุ้นไทยจำนวน 4 กองทุน นั่นคือ กองทุน K-SET50, กองทุน K-BANKING, กองทุน K-ENERGY และกองทุน K-ICT โดยปรับลดลงมาอยู่ที่ 0.10% ของมูลค่าซื้อขาย จากอัตราเดิมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย 0.15% ของมูลค่าซื้อขาย


การออกมาประกาศลดค่าธรรมเนียมของค่ายใหญ่ในครั้งนี้ น่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้คู่แข่งในอุตสาหกรรม โดดลงมาร่วมวงศึกลดค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ด้วย เพราะด้วยสไตล์การลงทุนของกองทุนประเภท Passive Fund โดยทั่วไป ไม่ได้ใช้ฝีมือผู้จัดการกองทุนมากนัก เพียงแต่ต้องจัดสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามดัชนีเท่านั้น อีกทั้งผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับ ก็แทบจะไม่แตกต่างกันอยู่แล้ว เพราะเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ดังนั้น หากกองทุนไหนที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมถูกกว่า แน่นอนว่าผู้ลงทุนย่อมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า


ซึ่งการประกาศลดค่าธรรมเนียมการจัดการของค่ายกสิกรไทยในครั้งนี้เอง ยังทำให้ผู้ลงทุนรายย่อย ได้ลงทุนในกองทุนหุ้นไทยกลุ่ม Passive Fund ที่มีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำสุดในอุตสาหกรรมอีกด้วย จึงทำให้มั่นใจได้ว่า เร็วๆ นี้ ค่ายอื่นๆ น่าจะลงสนามแข่งในไม่ช้า


และจากการสอบถามไปยัง บลจ.กสิกรไทยเอง ก็ยืนยันว่า การลดค่าธรรมเนียมทั้ง 3 รายการของทั้ง 9 กองทุนหุ้นข้างต้น เป็นการปรับลดแบบถาวร นั่นหมายความว่าไม่ใช่โปรโมชั่นกระตุ้นการลงทุนแค่ชั่วคราว ดังนั้น หากมีการแข่งขันลดค่าธรรมกันมากขึ้น ประโยชน์ก็จะตกเป็นของผู้ลงทุนมากขึ้น ในแง่ผลตอบแทนที่จะได้กลับมา

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ