News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

มาสำรวจตัวเอง ว่าเราเป็นผู้ลงทุนที่ติดตามข่าวสารมากจนเกิดความกลัว และลงทุนน้อยเกินไปหรือไม่ ติดตามใน Fund view

มีหลายต่อหลายเหตุผล ที่ทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสลงทุนดีๆ ไป และหนึ่งในเหตุผลที่นักลงทุนมักจะใช้เป็นข้ออ้างคือ “ความกลัว” ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ตัวผู้ลงทุนเอง ติดตามข่าวสารมากเกินไป จนทำให้เกิดอาการ “กลัว” นั่นเอง



“ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย หนึ่งในกูรูด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์มายาวนาน บอกว่า นอกจากการลงทุนจะมีความเสี่ยงแล้ว “การไม่ลงทุน” ก็เป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะเป็นเหตุผลหนึ่งที่อาจจะทำให้ผู้ลงทุน ทิ้งโอกาสในการสั่งสมความมั่งคั่งในระยะยาวไปโดยเปล่าประโยชน์

ซึ่ง “การไม่ลงทุน” ส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากการที่ผู้ลงทุนเอง ใช้เวลาในการติดตามข่าวสารมากไป จนเกินระดับที่เหมาะสม

กูรูท่านนี้ เล่าว่า ประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงการลงทุนมาตลอดกว่า 20 ปี ทำให้เห็นว่า “ความไม่แน่นอน” เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการที่ผู้ลงทุน มัวแต่ไปรอให้ความไม่แน่นอนเหล่านี้คลี่คลายหรือสงบลง จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวผู้ลงทุนเอง โดยที่ไม่มีโอกาสให้ลงทุนเลย

ดังนั้น ส่วนตัวจึงเชื่อว่า การติดตามข่าวสารในระดับที่เหมาะสม โดยไม่เอาข่าวสารประจำวันมาประกอบการตัดสินใจตลอดเวลา จะเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ลงทุนได้

เขายังย้ำถึงสำคัญที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจลงทุน มี 3 หลักการด้วยกัน

หลักการแรก คือ การทำ Asset Allocation หรือการจัดสรรเงินลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ ซึ่งอาจจะทำได้ด้วยการแบ่งเงินลงทุนตามวัตถุประสงค์ของการลงทุน เช่น ลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว หรือลงทุนเพื่อรอรับรายได้ระหว่างทาง หรือเพื่อเป็นสภาพคล่อง เป็นต้น

หลักการที่ 2 คือการ Selection ความหมายคือ เมื่อเราตัดสินใจตามหลักการแรกแล้ว เราก็จะมาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนได้ เช่น หากจะลงทุนในหุ้น ก็ต้องคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี มีการเติบโตในระยะยาว เป็นต้น

หลักการสุดท้ายคือ การตัดสินใจเรื่องของจังหวะเวลาในการลงทุน หรือ Market Timing นั่นเอง

กูรูท่านนี้ ยกตัวอย่างงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า แม้หลักการทั้ง 3 ข้อจะมีผลต่อผลตอบแทน แต่ก็อยู่ในระดับที่ไม่เท่า โดยที่การทำ Asset Allocation มีผลต่อผลตอบแทนถึง 92% ในขณะที่การ Selection มีผลต่อผลตอบแทนเพียง 5% ส่วนการจับจังหวะ หรือ Market Timing มีผลน้อยเพียง 2% เท่านั้น

จากงานวิจัยข้างต้น สะท้อนได้ว่า หากผู้ลงทุนติดตามข่าวสารมากจนเกินไป จนนำไปสู่การจับจังหวะที่มากเกินไปด้วย จะทำให้ผู้ลงทุนเสี่ยงกับการ Under invest หรือลงทุนน้อยจนเกินไป เช่นเดียวกัน หากจับจังหวะมากเกินไป จนทุ่มสุดตัวหรือ Bull invest ก็จะนำพาตัวเองไปสู่ความเสี่ยงในที่สุดได้เช่นกัน

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า การติดตามข่าวสารเป็นเรื่องที่ดี แต่หากผู้ ลงทุนให้ความสำคัญกับข่าวในเชิงลบ และมองเป็นความเสี่ยงไปซะทุกเรื่อง จะเป็นการสร้างความกลัวให้กับตัวผู้ลงทุนเอง  จนไม่กล้าเสี่ยงที่ลงทุน ซึ่งบางครั้งอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสของการลงทุนที่ดีที่สุดไป เพราะความเสี่ยงบางความเสี่ยง กลับกลายเป็นการสร้างโอกาสให้เงินของเรางอกเงยได้เช่นกัน

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ