News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

นักวิเคราะห์ระบุปัญหาความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ อาจทำให้รัฐบาลจีนล้มเลิกนโยบายลดภาระหนี้ในประเทศ หรือใช้มาตรการอื่นเพื่อกระตุ้นส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ 

ก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้กำหนดให้ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการควบคุมปริมาณการกู้ยืมในภาคธุรกิจที่เคยพุ่งขึ้นในอดีตโดยไม่มีการกำกับดูแล โดยเฉพาะในธุรกิจปล่อยกู้ที่อยู่นอกระบบธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีใบอนุญาตถูกต้อง 

เนื่องจากทางการจีนต้องการชะลอปริมาณสินเชื่อที่ได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในเกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ  

แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณว่า จีนอาจกำลังใกล้จะกลับลำด้านนโยบายลดระดับภาระหนี้ในประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันทางการค้าที่มีเพิ่มขึ้นจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าส่วนใหญ่ของจีน 

สัญญาณที่ชัดที่สุดมีปรากฏให้เห็นในวันอังคารของสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อธนาคารกลางจีน (PBOC) ทำให้ตลาดแปลกใจโดยประกาศลดสัดส่วนเงินสดที่ธนาคารต่างๆต้องตั้งสำรองตามกฎหมาย 

ต่อมาในวันพฤหัสบดี หน่วยงานกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของรัฐ เปิดเผยแผนที่จะลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับภาคการค้าและอุตสาหกรรมลงเฉลี่ย 10% ซึ่งถึงแม้ว่าจะสอดคล้องกับมาตรการในปีที่ผ่านมาในการช่วยลดต้นทุนของภาคธุรกิจ แต่ตลาดการเงินก็แปลกใจกับอัตราและจังหวะเวลาของการปรับลดค่าไฟฟ้าครั้งล่าสุดนี้  

รัฐบาลจีนได้ประกาศความตั้งใจที่จะลดภาระภาษีของพลเมืองและธุรกิจในจีนในปีนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ปีนี้ จะปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจขนส่ง ก่อสร้าง โทรคมนาคม และเกษตร 

นักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์บางคนคาดว่า ถ้าการตอบโต้กันระหว่างจีนกับสหรัฐลุกลามจนกลายเป็นสงครามการค้าเต็มรูปแบบ รัฐบาลจีนอาจจะเพิ่มมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโดยรวมให้มากขึ้นไปอีก 

อเล็กซ์ วูฟ นักเศรษฐศาสตร์ตลาดประเทศเกิดใหม่ของ Aberdeen Standard Investments กล่าวว่า ถ้าจีนเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจจะชะลอลงจนติดลบ รัฐบาลคงจะไม่อยู่นิ่งเฉย และคงจะปรับลำดับความเร่งด่วนของแผนก่อนหน้านี้ที่ให้ลดการปล่อยสินเชื่อ และระดับภาระหนี้ของภาคการเงิน  

สิ่งที่รัฐบาลจีนกังวลคือ ถ้าเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากจนต่ำกว่าเป้าอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 6.5% ในปีนี้ มันอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ในบางภาคเศรษฐกิจ จนทำให้คนจำนวนมากตกงาน หรือมีงานทำน้อยลง  

เท่าที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนมักจะอ่อนไหวมากต่อปัญหาที่อาจเป็นชนวนของความไม่สงบในประเทศ เช่นการนัดหยุดงานหรือการประท้วง ซึ่งอาจลุกลามจนกลายเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ 

ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่องและดีกว่าคาด ถึงแม้จะมีปัญหาด้านราคาบ้านที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นช้าลง รวมทั้งการชะลอตัวของการปล่อยสินเชื่อ และการเพิ่มความเข้มงวดในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม 

GDP จีนได้ขยายตัว 6.8% ต่อปีในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งดีกว่ามากเมื่อเทียบกับเป้าของทั้งปี 2018 ที่คาดว่าจะโต 6.5% 

Money channel แปลและเรียบเรียง โดยวิฑูรย์  อมรวิรัตนสกุล 

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ