News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

การย่อตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐ และตลาดหุ้นจีน เพื่อสะท้อนข่าวในเชิงลบที่กดดันราคาหุ้นทั้ง 2 ประเทศ กลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสการลงทุนที่นักวิเคราะห์กองทุนรวม จาก บล.ฟิลลิปแนะนำ

อย่างสถานการณ์ในสหรัฐ นักวิเคราะห์กองทุนรวมค่ายนี้ ให้ข้อมูลว่า หลังจากทรัมป์ลงนามเก็บภาษีนําเข้าจากจีนเป็นมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ก็ทําให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามการค้า อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง เช่นเดียวกับความกังวลที่เกิดขึ้นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง facebook ที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลผู้ใช้งาน ถูกนําไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็กลายเป็นปัจจัยกดดันทําให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอื่น ได้รับผลกระทบเชิงลบไปด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิเคราะห์กองทุนเชื่อว่า ด้วยปัจจัยพื้นฐานของหุ้นสหรัฐ ที่ยังมีแนวโน้มที่ดี จึงถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

พร้อมปรับคำแนะนำใหม่ จากเดิมที่ให้สะสม กองทุนกลุ่ม Healthcare มาเป็นกลุ่ม Technology แทน เพราะมองว่า ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐยังดีอยู่และมีแนวโน้มที่ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ จะบวกขึ้นต่อไปได้ ในขณะเดียวกัน คาดว่าประเด็นทางด้านการเมืองสหรัฐ จะสามารถเจรจากันได้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าของทั้งสองประเทศ

ส่วนมุมมองต่อตลาดหุ้นจีน นักวิเคราะห์กองทุนค่ายฟิลลิป มองว่า แม้ขณะนี้นักลงทุนจะกังวลกับนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ หลังทรัมป์ลงนามขึ้นภาษีนําเข้าสินค้าจีน พร้อมกับการตอบโต้ในทันทีของจีน ด้วยการประกาศขึ้นภาษีนําเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์เช่นกัน

แต่ในมุมมองของ "ฟิลลิป" เชื่อว่าประเด็นนี้ จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจีนค่อนข้างจํากัด แต่ก็ไม่ทิ้งประเด็นที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีนและสหรัฐฯในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดหุ้นจีนย่อตัวรับข่าวในเชิงลบดังกล่าว นักวิเคราะห์กลับมามองว่าเวลานี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่จะเข้าสะสมหุ้นจีน



โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ใน New China Economy ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพียงเล็กน็อย และมีสัดส่วนรายได้หลัก มาจากการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งได้แก่ กลุ่ม Consumption, Healthcare และ Internet/Ecommerce เป็นต้น

ปิดท้ายด้วยกลยุทธ์สำหรับตลาดหุ้นไทย ซึ่งฟิลลิปมองว่า  ดัชนีหุ้นไทย ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอกประเทศเช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะเดียวกัน ก็ยังไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆ ในประเทศ ที่จะช่วยดันตลาดในระยะสั้น ได้ หลังหมดช่วงประกาศผลประกอบการ จึงทำให้ในระยะสั้น ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสเคลื่อนไหวตามกรอบอยู่

แต่อย่างไรก็ตาม หากมองภาพในระยะยาวแล้ว เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง กลยุทธ์สำหรับหุ้นไทย จึงคงคําแนะนํา “ทยอยสะสม” เช่นเดิม

ส่วนผู้ที่ต้องการผลตอบแทนเพิ่มขึ้น และสามารถแลกกับความผันผวนสูงได้ในระยะสั้นถึงกลางได้ ก็แนะนําหุ้นขนาดกลางถึงเล็ก ในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของพอร์ต



คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ