News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

การปรับฐานของ "ตลาดหุ้นจีน" ในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นทั่วโลก ดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ลงทุนไทย ที่ต้องการหาผลตอบแทนจากตลาดหุ้นที่กำลังอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก

เพราะนอกจากพื้นฐานเศรษฐกิจ จะฟื้นตัวและเติบโตได้ดีในระยะยาว อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์กันไว้ ยังมีปัจจัยบวกเรื่องของ MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีระดับโลก ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะนำหุ้น A share เข้ารวมในการคำนวณดัชนี MSCI Emerging Markets Index (MSCI EM)

ซึ่งสำนักวิจัยทุกสำนัก ต่างมองไปในทางเดียวกันว่า  ประเด็นนี้ จะเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่จะทำให้ Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นจีนมากขึ้น

อ้างอิงข้อมูลล่าสุด จากเว็บไซต์ chinadatapay.com ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลของจีนระบุว่า จากข้อมูล ณ สิ้นปีที่แล้ว พบว่า สถาบันการเงินต่างชาติที่อยู่ในกลุ่มนักลงทุนระดับท็อปเทน ได้เข้ามาซื้อขายหุ้น A share จำนวน 29 ตัวในตลาดหุ้นจีน ผ่านทางโครงการนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสม (QFII)

โดยให้น้ำหนักไปที่การลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงหุ้นที่มีอัตราส่วน P/E ค่อนข้างต่ำ

แต่อย่างไรก็ดี หุ้นทั้ง 29 ตัวของบริษัท 16 แห่ง ล้วนเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 1 หมื่นล้านหยวน (1.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ในขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่สดใสดังกล่าว สืบเนื่องมาจากมีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีระดับโลกจะนำหุ้น A share ของจีนเข้ารวมในการคำนวณดัชนี MSCI EM ในเดือน มิ.ย. ปีนี้ หลังจากที่ MSCI ออกมาประกาศตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่า จะนำหุ้น A share  ขนาดใหญ่บางตัวเข้ามาคำนวณในดัชนี MSCI EM

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว MSCI ยังได้ประกาศเปิดตัวดัชนี 12 ดัชนีใหม่ ซึ่งจะทำให้มีดัชนีในการเสนอขายหุ้นจีนเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึง ดัชนี MSCI China A Index, ดัชนี MSCI China A RMB Index, และดัชนี MSCI China All Shares Large Cap Index

แรงดึงดูดเหล่านี้เอง ที่ทำให้ผู้จัดการกองทุนไทย ยังคงแนะนำโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นจีน ด้วยราคาหุ้นปัจจุบัน ที่อยู่ในระดับน่าลงทุน

อย่างความเห็นของ บลจ.กสิกรไทย ระบุว่า หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง จีนเองถือว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดี รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและราคาหุ้นที่ไม่แพง จึงถือเป็นโอกาสการลงทุนของนักลงทุนระยะยาวที่จะเข้าสะสมเพิ่มเติม

ล่าสุด บลจ.กรุงศรีเอง ก็เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้ลงทุนกับกองทุนใหม่ที่ชื่อว่า "กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียน อิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ - สะสมมูลค่า" โดยกองทุนนี้ จะเน้นหาผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นของภูมิภาคเอเชีย  ซึ่งถือว่าเป็นภูมิภาคแห่งการเติบโต โดยปีที่ผ่านมา GDP ของเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) เติบโต 5.2% ซึ่งสูงกว่าทุกภูมิภาค และยังมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิของบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและการบริโภคอีกด้วย

อีกทั้งระดับราคาหุ้นเอเชียที่ยังคงปรับตัวไม่สูงมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ และมีราคาถูกกว่าประเทศพัฒนาแล้วอย่างมาก จึงทำให้หุ้นของภูมิภาคนี้ น่าสนใจ

แน่นอนว่า กองทุนนี้ จะมีสัดส่วนการลงทุนในประเทศจีน ในสัดส่วนที่สูงสุด พร้อมกับให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มไอที และไฟแนนซ์มากกว่า 50% ของพอร์ตการลงทุน

ทีมข่าว Business & Finance , Money Channel

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ