News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่สำหรับละคร "บุพเพสันนิวาส" ที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศยุ่งมากในวันพุธ-พฤหัสฯ เพราะต้องเฝ้ารอดู "ออเจ้า" ในทุกสัปดาห์ ฟื้นความคึกคักให้กับวงการละครช่อง 3 รวมทั้งหุ้น BEC ​หลังจากก่อนหน้านี้ถูกฉุดจากมรสุมเรื่องเรตติ้ง และผลประกอบการที่แย่ลง 
  

นอกจากกระแส "ออเจ้า ฟีเวอร์" แล้ว หุ้น BEC ยังรับอานิสงส์จากข่าว "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ชนะคดี กสทช.ในศาลปกครอง ได้แบงก์การันตีคืนกว่า 1.5 พันล้าน เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวแปรบวกเชิงเซนติเมนต์ที่ช่วยหนุนราคาหุ้น BEC ให้สามารถพลิกฟื้นกลับขึ้นมาได้  
 

BEC ร่วงลงทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าเทรดในกระดาน SET เมื่อปี 2539 ที่ 9.85 บาทเมื่อราวสิ้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ก่อนจะขึ้นมาปิดทำจุดสูงสุดของวันใน trading session ล่าสุด (อังคาร 13 มี.ค.) ที่ 13.20 บาท  หรือดีดตัวกลับขึ้นมาถึง 35% ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ 


เรตติ้งช่อง 3 ถูกปลุกกลับขึ้นมาจากละคร "บุพเพสันนิวาส" หลังจากที่ถูกบางช่องเบียดแซงเรตติ้ง จนกระทบกับผลประกอบการในปี 2560 กำไรทรุดลงไปเหลือ 61 ล้านบาท  


"ประสิทธิ์ สุจิรวรกุล" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน กลุ่มสื่อ บล.บัวหลวง บอกกับ Money Channel ว่า ราคาหุ้น BEC ที่กลับมาถูกแรงซื้อเก็งกำไรอีกครั้ง เป็นไปตามเรตติ้งละครช่อง 3 "บุพเพสันนิวาส" ที่เข้ามาสร้าง Talk of the Town ในวงการละครไทยที่มีเรตติ้งขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง  และถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกรณีศาลปกครองกลางตัดสินคดี กสทช. ทำผิดสัญญา “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” พร้อมให้คืนแบงก์การันตีกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งทำให้ถูกคาดการณ์ต่อว่า การคืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล นั้น สามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย  

 
ปัจจุบัน BEC ครอบครอง 3 ใบอนุญาตในช่อง HD, SD, Family แต่จากข้อมูลที่เคยได้รับจากผู้บริหารระดับสูง ยังแสดงจุดยืนว่าการมีหลายช่องทีวีดิจิตอลนั้นไม่ได้สร้างปัญหา แต่จะมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้นในอนาคต ทางบัวหลวงจึงเชื่อว่า BEC ยังไม่น่าจะมีประเด็นการคืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล แม้จะมีภาระต้นทุนก็ตาม 

  
แม้ว่ากระแส "บุพเพสันนิวาส" จะร้อนแรง แต่ในเชิงการลงทุน ทางโบรกเกอร์รายนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับประมาณการ BEC ในระยะนี้ พร้อมยังคงคำแนะนำ "ถือ" เพราะต้องรอความชัดเจนผลประกอบการไตรมาสแรกของปี ว่าจะส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ดีเพียงใด โดยที่ผ่านมาราคาหุ้นลงมาต่ำมาก จึงมองว่าเป็นโอกาสซื้อสะสม แต่ความเสี่ยงทางธุรกิจยังคงสร้างแรงกดดันอยู่ไม่น้อย  

 
จากการสำรวจข้อมูลเม็ดเงินโฆษณาทีวีอนาล็อกในเดือนม.ค.-ก.พ. 2561 ของนีลเส็น พบว่าปรับตัวลดลง 20.5% Y/Y ซึ่งทิศทางรายได้โฆษณาของ BEC จะสอดคล้องไปกับภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาทีวีอนาล็อก จึงต้องมารอดูว่าการใช้เม็ดเงินโฆษณาทีวีอนาล็อกจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นเทียบกับ M/M ในเดือน มี.ค. ได้หรือไม่ 

  
สำหรับยอดรวมเม็ดเงินโฆษณาในทุกสื่อจากนีลเส็นพบว่า ในช่วง 2 เดือนยังติดลบ 7.2% แต่ก็มีความคาดหวังว่าสิ้นปีนี้จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อย ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศ  
 

คุณประสิทธิ์บอกว่า หากจะปรับประมาณการ BEC คงต้องรอความชัดเจนของตัวเลขที่เกี่ยวข้องในครึ่งปีหลัง โดยปัจจุบันค่ายบัวหลวงยังคงราคาพื้นฐานที่ 12 บาท/หุ้น คาดกำไรสุทธิปี 2561 แตะ 174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 61 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ากำไรสุทธิของ BEC ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2560  

  
"ถึงแม้ว่าทิศทางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ BEC ในปี 2561 จะมุ่งเน้นไปยังการสร้างคอนเทนต์ละครหลังข่าวให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยผ่านการออกอากาศคู่ขนาน การจัดอีเว้นท์และกิจกรรมภาคสนามให้เพิ่มขึ้น การเจาะตลาดใหม่ เช่น ประเทศจีนและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเรตติ้งละครหลังข่าวที่กำลังฮิตอยู่ปัจจุบันเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.8 ซึ่งถือว่าสูงกว่าเรตติ้งเฉลี่ยของละครหลังข่าวของ BEC เรื่องอื่นๆ ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-3.0 แต่ก็ยังคงต้องรอดูต่อไปว่าจะสามารถรักษาเรตติ้งให้ยืนในระดับสูงต่อไปได้อีกนานหรือไม่" 
  

คุณประสิทธิ พูดถึงกรณีนายสมประสงค์ บุญยะชัย ลาออกตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร BEC แต่ยังคงสถานะเป็นกรรมการบริษัทเช่นเดิม นั้น ทำให้ประเด็นการปรับโครงสร้างผู้บริหารภายในยังเป็นเรื่องน่าติดตาม แต่ที่ผ่านมาเห็นการพัฒนาคอนเทนต์ผ่านแพล็ตฟอร์มดิจิตอล เช่น YouTube, LINE TV, MELLO, และ VDO Tencent  ซึ่งคาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาเพื่อที่จะเห็นผล  
  

ในอดีต ราคาหุ้น BEC เคยปรับตัวขึ้นสูงกว่า 70 บาท แต่ปัจจุบันปรับตัวลงมาลึก เปิดโอกาสให้กลุ่มนักลงทุนเข้าทยอยสะสม เช่นเดียวกับนักลงทุนรายใหญ่ "ทวีฉัตร จุฬางกูร" ที่เข้ามาเก็บหุ้น BEC เพิ่มอีก 0.42% เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังการได้มา จะคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 5.02% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ 
  

ด้าน บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ประเมินราคาพื้นฐาน BEC ที่ 12.80 บาท นักวิเคราะห์ยังกังวลประเด็นการลดต้นทุนการผลิตรายการ ซึ่งน่าจะทำได้ยากในปี 2561-2562  
  

ปัจจุบัน มีความคาดหวังต่อยอดเม็ดเงินโฆษณาโดยรวม (adex) ในปีนี้จะเติบโต 10%  ด้วยปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น การผ่านพ้นช่วงไว้ทุกข์การจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการเลือกตั้งทั่วไป ส่วนเรตติ้งรายการโทรทัศน์น่าจะทรงตัวมากขึ้นหลังผันผวนตลอด 3 ปีนับตั้งแต่เปลี่ยนระบบเป็นทีวีดิจิตอล แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลคาดว่าจะยังรุนแรงจากปัญหาซัพพลายล้นตลาด ขณะภาครัฐต้องให้การช่วยเหลือ  
  

ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พยายามแก้ปัญหาของอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล เช่น การลดค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล การเลื่อนกำหนดจ่ายค่าธรรมเนียมใช้คลื่นความถี่ และลดค่าเช่าโครงข่าย Multiplex อย่างไรก็ตาม  นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการเหล่านี้ไม่สามารถแก้ปัญหาซัพพลายล้นตลาดของอุตสาหกรรม และเชื่อว่าวิธีเดียวที่จะช่วยแก้ปัญหานี้คือ การยกเว้นค่าปรับให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีผลขาดทุนและต้องการออกจากตลาด 


******************************** 
ทีม Business&Finance, Money Channel 

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ