News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ผู้บริหารกองทุนค่าย "แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์" แนะนำให้นักลงทุน้รอฟังถ้อยแถลงของ "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟดคนใหม่สิ้นเดือนนี้ กับการเป็นปัจจัยชี้นำทิศทางดอกเบี้ยที่ชัดเจนมากขึ้น 


แม้ตลาดหุ้นไทยจะรีบาวด์กลับขึ้นมาได้ หลังการปรับฐานตามทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ก็ใช้ว่าความเสี่ยงขาลงของตลาดหุ้นไทยจะหายไป  นั่นเพราะอิทธิพลของตลาดหุ้นยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ  ที่พร้อมสร้างความปั่นป่วนตลาดทั่วโลกหากมีความเสี่ยงหรือประเด็นที่สร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจและ/หรือตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างที่เคยเห็นกันมาแล้วในเดือนนี้ 


โดยความเสี่ยงในระยะสั้นมีประเด็นสำคัญที่อาจฉุดให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานลงอีก นั่นคือโอกาสการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ 


"มนรัฐ ผดุงสิทธิ์" กรรมการผู้จัดการ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHFund) บอกว่า แม้ปัจจุบันพื้นฐานเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะค่อนข้างสดใส เช่นเดียวกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แต่ด้วยความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งอาจจะไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จึงทำให้ตลาดเกิดการปรับฐานลงมา 

 
ประเด็นนี้เอง LHFund มองว่า มีโอกาสที่จะกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุนและทำให้ตลาดหุ้นโลก เกิดการปรับฐานได้อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ จะแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้  

 ถ้อยแถลงของ "พาวเวลล์" กำลังเป็นสิ่งที่ตลาดจับตา และจะตีความต่อไปว่า นโยบายดอกเบี้ยของเฟด จะไปต่ออย่างไร? 

LHFund วิเคราะห์ว่า หากถ้อยแถลงของ "พาวเวลล์" ยังคงส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในกรอบ 3 ครั้ง ตามที่ตลาดคาดไว้ ก็เชื่อว่าตลาดหุ้นทั่วโลก น่าจะผ่อนคลายมากขึ้น แต่หากถ้อยแถลงของ "พาวเวลล์" ส่งสัญญาณถึงการขึ้นดอกเบี้ย ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้มากกว่า 3 ครั้งในปีนี้ ก็เชื่อว่าจะเพิ่มแรงกดดันในตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง 


ภายใต้ความเสี่ยงดังกล่าว คำแนะนำของ LHFund ในระยะสั้นนี้ก็คือให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในหุ้นไทยไว้ก่อน เพื่อรอฟังถ้อยแถลงของ "พาวเวลล์" ว่าจะส่งสัญญาณดอกเบี้ยในทิศทางไหน ซึ่งเมื่อชัดเจนแล้ว หรือตลาดมีการรับรู้ไปในระดับหนึ่ง ก็ค่อยหาจังหวะกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง โดย LHFund เชื่อว่าผู้ลงทุนจะไม่เสียโอกาส เพราะนักลงทุนทั่วโลก ต่างก็จับตาในประเด็นนี้เช่นกัน 

อีกทั้งหากตลาดหุ้นเกิดการปรับฐานจริง เชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุน ซึ่ง LHFund แนะนำสำหรับใครที่หาจังหวะเข้าซื้อ ก็ควรแบ่งเงินออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรก ให้รอซื้อที่แนวรับ 1,750 จุด และหากรับไม่อยู่ ให้ไปรอซื้ออีกที่ระดับ 1,730 จุด 

ส่วนธีมหุ้นไทยที่ LHFund แนะนำ คือหุ้น "Quality Growth" หรือหุ้นที่มีการเติบโตของผลประกอบการต่อเนื่องหลายๆ ปี อย่างเช่นหุ้นในกลุ่มไฟฟ้า ซึ่งค่อนข้างโดดเด่นที่สุด รวมไปถึงหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มพลังงาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มอื่นๆ ก็ยังถือเป็นโอกาสของผู้ลงทุนเช่นกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้กลยุทธ์ “Stock Selection” โดยเน้นหุ้นที่เติบโตสูงเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าจะเป็นธีมหุ้นที่ได้อานิสงส์จากการฟื้นของเศรษฐกิจ 


ด้านนักวิเคราะห์กองทุนรวมของ บล.ฟิลลิป ่ระบุว่า แม้ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลงตามตลาดหุ้นทั่วโลกในสัปดาห์ก่อน แต่มองว่าปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบัน ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จึงมองว่าการปรับฐานเป็นผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น จึงยังคงคําแนะนํา “ทยอยสะสมระยะยาว” สำหรับตลาดหุ้นไทย  หรือถ้าหากจะเก็งกําไรระยะสั้น ประมาณ 1 ปี ก็แนะนําให้แบ่งเงินลงทุน  และเข้าซื้อเมื่อตลาดปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET50 รวมทั้งหุ้นปันผล ที่กําลังจะเข้าสู่ฤดูกาลจ่ายเงินปันผลในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ 

********************************** 
ทีม Business & Finance , Money Channel 

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ