News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ในปี 2560 ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนในระดับสูง โดย ณ สิ้นปี 2560 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ปิดที่ระดับ 1,753.71 จุด เพิ่มขึ้น 13.7% จากสิ้นปี 2559 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization)  อยู่ที่ระดับ 17.6 ล้านล้านบาท ซึ่งการที่ Market Cap  ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากราคาหุ้นที่สูงขึ้น  ประกอบกับการที่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ (IPO) จำนวนหลายบริษัท รวมถึงการที่ บริษัทจดทะเบียนมีการใช้เครื่องมือทางการเงินที่ทำให้มูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เห็นได้บ่อยครั้งในช่วงปีที่ผ่านมาคือ การเพิ่มทุนจดทะเบียน (Capital Increase) ซึ่งการเพิ่มทุนจะส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นโดยตรง ดังนั้นบทความนี้จะนำเสนอผลกระทบและการดำเนินการที่ผู้ลงทุน ควรทราบเมื่อบริษัททำการประกาศเพิ่มทุน เพื่อ เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุน

การเพิ่มทุน คือการที่บริษัทจดทะเบียน ทำการ ออกหุ้นใหม่ที่เรียกว่า “หุ้นเพิ่มทุน” เพิ่มเติมจากหุ้นเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยบริษัทจะนำหุ้นเพิ่มทุน ไปเสนอขายให้กับ ผู้ถือหุ้นเดิม ผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนทั่วไป ทำให้บริษัทได้รับเงินทุนเพิ่มเติม ซึ่งวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท เช่น การนำเงินไปลงทุนเพื่อขยายกิจการ การนำเงินไปใช้คืนหนี้สิน หรือการนำเงินไปล้างขาดทุนสะสม เป็นต้น ดังนั้นการที่ผู้ลงทุนจะตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุนนั้น จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เงินของบริษัทว่าจะ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทและสร้างความมั่งคั่ง ให้กับผู้ถือหุ้นได้หรือไม่

นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ นั่นก็คือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่บริษัทประกาศเพิ่มทุน ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. การเพิ่มทุน จะทำให้กำไรต่อหุ้น (Earning per Share:EPS) ของบริษัทลดลง เนื่องจากเมื่อจำนวนหุ้นของบริษัทมากขึ้น ในขณะที่กำไรสุทธิเท่าเดิม จะทำให้กำไรต่อหุ้นลดลง
2. การที่จำนวนหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมลดลง ดังนั้นราคาหุ้นจะปรับตัวลดลง ที่เรียกว่า Dilution Effect

ตัวอย่างเช่น หุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งมีราคาตลาดก่อนวันประกาศเพิ่มทุน 10 บาท ต่อหุ้น ต่อมาหากบริษัทประกาศเพิ่มทุน ในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมซื้อหุ้นในราคา 7 บาทต่อหุ้น ดังนั้นราคาตลาดหลังเพิ่มทุนจะปรับลดลงดังนี้


ดังนั้นเมื่อเราทราบอยู่แล้วว่ากำไรต่อหุ้นและราคาหุ้นหลังการเพิ่มทุนจะปรับตัวลดลง ดังนั้นในมุมมองผู้ลงทุนมีทางเลือกในการดำเนินการดังนี้
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการซื้อหุ้นของบริษัทที่ประกาศเพิ่มทุน จะต้องซื้อหุ้น ก่อนวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XR (Excluding Right) จึงจะได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน หากซื้อวันขึ้นเครื่องหมาย XR แล้วจะไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว
สำหรับผู้ถือหุ้นเดิมที่ถือหุ้นของบริษัทที่ประกาศเพิ่มทุนอยู่แล้ว หากรู้สึกว่าวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนไม่ชัดเจน หรือไม่เชื่อมั่นว่าบริษัทจะนำเงินไปลงทุนทำให้บริษัทเติบโตได้ในอนาคต ไม่ควรใช้สิทธิเพิ่มทุนโดยผู้ลงทุนสามารถทำการขายหุ้นนั้นก่อนวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XR แต่หากเชื่อมั่นว่าบริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนไปลงทุนทำให้บริษัทเติบโต ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ควรใช้สิทธิซื้อหุ้น เพิ่มทุน เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นไว้ ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการ ถือหุ้นนั้นต่อและเลือกไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน เพราะจะทำให้ได้รับผลกระทบจากการ ปรับตัวลดลงของราคาหุ้นจาก Dilution Effect โดยตรง
สุดท้ายนี้เมื่อผู้ลงทุนตัดสินใจเพิ่มทุนไปแล้วนั้น จำเป็นต้องติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทว่ามีการนำเงินลงทุนไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และทำให้บริษัทเติบโตได้ มากน้อยเพียงใด เพื่อตัดสินใจต่อว่าจะถือหุ้นบริษัทนี้ต่อหรือขายหุ้นออกไป

เขียนโดย : อดิศรา พุทธธรรมวงศ์ ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบวิชาชีพ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
จากคอลัมน์ TSI REPORT ของนิตยสาร Money&Wealth ฉบับที่ 178 เดือนกุมภาพันธ์ 2561

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ