News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ในทุกวันนี้ กว่าที่เราจะออมเงินได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์นั้นเรียกว่ายากแล้ว แต่การรักษาเงินออมที่มีอยู่ไม่ให้เสียหายหรือสูญหายไปนั้นถือว่ายากกว่า เนื่องจากมีปัจจัยลบและสิ่งเร้ามากมายที่พร้อมจะฉุดเงินออมให้หดหายไปทุกเมื่อ โดยเฉพาะ 4 เรื่องสำคัญต่อไปนี้ ที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด

นำเงินออมไปลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ
ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หน่วยลงทุน ทองคำ หรือการลงทุนในธุรกิจจริง เช่น เปิดร้านอาหาร ร้านขายของ สถานบริการ เป็นต้น การลงทุนในเรื่องที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจ แต่พิจารณาเพียงตัวเลขผลตอบแทนที่ได้รับการบอกกล่าว หรือข้อความชวนเชื่อจากบุคคลอื่นเป็นหลัก ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเงินออมที่มีอยู่ ทั้งนี้ ต้องระลึกไว้เสมอว่าการลงทุนใดๆ ก็ตาม ที่ให้ผลตอบแทนสูง ย่อมต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เหลือระยะเวลาการออมหรือระยะเวลาทำงานอีกไม่นานนัก เนื่องจากหากเกิดความเสียหายหรือผลการลงทุนไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้ ก็จะเป็นเหตุให้เราต้องสูญเสียเงินออมก้อนนั้นไป

ให้บุคคลอื่นหยิบยืม
ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิท มิตรสหาย หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการยืมเงินเกิดขึ้นมากมาย เมื่อลองค้นหาคำว่า “ยืมเงินแล้วไม่คืน” ก็จะพบเว็ปไซต์รวมถึงกระทู้แสดงความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตจำนวนมากที่พูดถึงเรื่องดังกล่าว การนำเงินออมที่เก็บสะสมไว้ ไปให้บุคคลอื่นหยิบยืม นอกจากจะมีความเสี่ยงในเรื่องของการไม่ได้รับเงินคืนแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียมิตรภาพ และการผิดใจที่จะเกิดขึ้นในฐานะ
เจ้าหนี้ - ลูกหนี้ อีกด้วย หากมีความปรารถนาดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่น สามารถทำได้ด้วยการแนะนำสถาบันการเงินที่เน้นบริการสินเชื่อแก่ลูกค้าบุคคล 
ซึ่งมีอยู่มากมายในปัจจุบัน

นำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดรายได้
ด้วยเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์สินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงโปรโมชั่นส่งเสริมการขายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน ทำให้ในหลายๆ ครั้ง เรามักจะนำเงินออมไปซื้อสินค้าประเภท โทรศัพท์มือถือ กระเป๋า เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น (เนื่องจากมีอยู่แล้ว) แทนที่จะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปลงทุนหรือซื้อสินทรัพย์ (ที่ยังไม่เคยมี) เพื่อให้เกิดดอกออกผล และเพิ่มความมั่งคงของเงินออมให้สูงขึ้นในอนาคต  

ฝากเงินออมทั้งหมดทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Facebook เคยกล่าวไว้ว่า “ความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงที่สุด คือการไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย (The biggest risk is not taking any risk)” ถือเป็นคำกล่าวที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ในชีวิต รวมถึงการออมเงิน เนื่องจากสินค้าและบริการต่างๆ จะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามภาวะเงินเฟ้อ โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 15 ปีย้อนหลังของประเทศไทย อยู่ที่ 2.09% ต่อปี (ที่มา: สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์) ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เฉลี่ย 15 ปีย้อนหลัง มีค่าเพียง 0.88% ต่อปี (ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย) การฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ นอกจากจะไม่ช่วยให้เกิดความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นแล้ว ในอีกด้านหนึ่งกลับทำให้อำนาจซื้อของเงินออม ค่อยๆ หดหายไปตามภาวะเงินเฟ้อ และมีความเสี่ยงที่เงินออมจะไม่เพียงพอเพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณอีกด้วย

เขียนโดย : สุชาติ ธนฐิติพันธ์ CFP®
จากคอลัมน์ FINANCIAL FREEDOM - SAVING ของนิตยสาร Money&Wealth ฉบับที่ 177 เดือนมกราคม 2561

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ