News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ปัจจัยที่ทำให้เอไอเอ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จ สามารถครองตำแหน่งผู้นำเบอร์ 1 ในธุรกิจประกันชีวิตมาอย่างยาวนานในทุกวันนี้ คือ พลังตัวแทนที่มีความเป็น มืออาชีพทั้งในการให้คำปรึกษาการวางแผนการเงินและการให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์หลักของเอไอเอ คือ มุ่งยกระดับตัวแทนประกันชีวิตให้ก้าวไปสู่การเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน’ หรือ AIA Financial Advisor (AIA FA) อย่างมืออาชีพ  ผ่านการฝึกอบรมด้วยหลักสูตรที่ได้มาตรฐานและเข้มข้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับการบริการที่ดีเลิศจากตัวแทน รวมทั้งสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านประกันชีวิตและการเงินของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหารตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ  ประเทศไท กล่าวว่า โครงการ AIA FA เป็น เรื่องที่บริษัทวางแผนมาเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว  เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผู้บริโภคมีความรู้ ความเข้าใจในสินค้าที่เกี่ยวกับประกันและการลงทุนมากขึ้น ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ทางการเงินเริ่มมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น เพราะมีผู้เล่นในตลาดที่หลากหลาย ไม่ว่า จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาทางการเงิน  และธนาคารพาณิชย์ ต่างหันมาขายผลิตภัณฑ์ การเงินอย่างครบวงจรมากขึ้น ทำให้เอไอเอต้องยกระดับตัวแทนให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
โครงการ AIA FA แบ่งออกเป็น 2 โปรแกรม หลัก ได้แก่ FA Prime และ FA Standard โดยโปรแกรม FA Prime จะรองรับคนทำงานที่มีประสบการณ์และมีเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพ ‘ที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน’ รวมถึงติดคุณวุฒิ ‘MDRT’ ซึ่งเป็นคุณวุฒิที่ยอมรับในระดับสากล โดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมจะต้องมีอายุ ไม่เกิน 45 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 2 ปี และมีใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant License)
ส่วนโปรแกรม FA Standard จะเน้นไปที่คนรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน 40 ปี ที่พร้อมจะเรียนรู้ และพัฒนาตนเองสู่การเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน’ มืออาชีพ รวมทั้ง มีเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตร จะต้องผ่านการสัมภาษณ์จากบุคลากรของเอไอเอก่อนที่จะเข้าร่วมโปรแกรมได้

ปรับโปรแกรม AIA FA สู่ Version 2.0 เปิดคอร์สติวเข้ม 1 ปี
ล่าสุดในเดือนมกราคม 2561 นี้ เอไอเอได้มีการปรับปรุงโปรแกรม AIA FA โดยเป็นการพัฒนาหรือปรับหลักสูตรใหม่จาก Version 1.0 ขึ้นมาเป็น Version 2.0 เพื่อให้มีความ ทันสมัย ตอบโจทย์ทางการเงินได้มากขึ้น  โดยจะเน้นระยะเวลาการฝึกอบรมให้นานขึ้น เป็นระยะเวลา 12 เดือน ในลักษณะของ Class- Room Training ซึ่งคอร์สนี้จะเน้นฝึกอบรม อย่างเข้มข้นใน 3 เดือนแรก ส่วนในเดือนที่ 4 - 12 จะเป็นการทำกิจกรรมร่วมกับหัวหน้าหน่วยที่ FA นั้นสังกัดอยู่และพนักงานของ เอไอเอ และลงไปพัฒนาบุกตลาดร่วมกัน อาทิ การวางแผนทำการตลาดของ FA ในแต่ละเดือน การวางแผนในการไปพบปะลูกค้าและปิดการขาย
“AIA FA ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ของเอไอเอ ซึ่งในช่วงต้นของการพัฒนาหลักสูตรเพื่อ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ นั้น  เกิดขึ้นเมื่อราว 3 - 4 ปีที่ผ่านมา และล่าสุด ในปีนี้ เอไอเอได้มีการปรับหลักสูตรใหม่ เป็น Version 2.0 โดยมีการปรับใน 2 - 3 เรื่อง หลักๆ ได้แก่ แผนรับรองรายได้ที่การันตีความ มั่นคงยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมจะได้รับเงินเดือนประจำในช่วงการฝึกอบรม พร้อมโอกาสได้รับโบนัสพิเศษอย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้นให้กับผู้ที่ก้าว เข้าสู่อาชีพตัวแทนประกันชีวิต” กฤษณ์ กล่าว
นอกจากนี้ เอไอเอ ยังได้วางแผนการเปิดรับสมัคร FA อย่างเป็นระบบทุกเดือนมากขึ้น  โดยจะจัด FA Open House ในทุกภูมิภาค ทั่วประเทศทุกเดือน เพื่อเปิดรับสมัครกลุ่ม ผู้มุ่งหวังที่ต้องการเข้าร่วมโปรแกรม AIA FA  ซึ่งปัจจุบันเอไอเอ มี FA มากกว่า 7,000 คน คิดเป็นกว่า 13% ของตัวแทนทั้งหมด
“จากการทำโครงการ AIA FA ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าตัวแทน FA มีความพิเศษมากกว่าตัวแทนปกติทั่วไป ซึ่งอัตราการทำงานของ FA จะสูงกว่าตัวแทนทั่วไปประมาณ 50% เบี้ยประกันของ FA ก็จะสูงกว่าประมาณ 12 - 15% ขณะที่ในแง่ของ จำนวนราย หรือจำนวนกรมธรรม์ต่อเดือน ก็จะสูงกว่า 15% ดังนั้น FA 1.0 คือผลลัพธ์ที่ เราทำได้ และบริษัทฯ มั่นใจว่า FA 2.0 ในอนาคต  จะทำได้ดียิ่งขึ้นกว่านี้อีก” กฤษณ์กล่าว

ปีแห่งการสร้างตัวแทน AIA FA
ในปี 2561 นี้ เอไอเอ กำหนดให้เป็นปีแห่งการสร้างตัวแทน AIA FA มุ่งเน้นสรรหาคนรุ่นใหม่ พร้อมทำงานเต็มเวลา ให้เข้ามาร่วมโปรแกรม AIA FA เพื่อเสริมทัพตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจาก จะมีการปรับหลักสูตรใหม่ให้มีความเข้มข้น ขึ้นแล้ว ยังใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา  ครอบคลุมสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุก ช่องทาง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ อย่างทั่วถึง และมีแผนจัด FA Open House  อย่างต่อเนื่อง กฤษณ์มองว่าภายใน 3 ปี ข้างหน้า FA จะเป็นช่องทางหลักในการรับสมัคร  หรือ Recruit ตัวแทน จากปัจจุบันเมื่อพูดถึง ตัวแทนประกันชีวิตในระบบธุรกิจประกันชีวิต ของประเทศไทย ร้อยละ 80 - 90% จะเป็น ในลักษณะ Part time แต่เอไอเอจะปักธงไว้เลยว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าโครงการ AIA FA  จะเป็นโครงการหลักที่ Recruit ตัวแทน ซึ่งหมายความว่า เอไอเอจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวแทนสู่การเป็นที่ปรึกษาด้าน การประกันชีวิตและการเงิน หรือตัวแทนแบบ เต็มเวลา (Full Time) มากขึ้น
กฤษณ์กล่าวว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จของ โปรแกรม AIA FA ประกอบด้วย 6 ขั้นบันได โดยบันไดขั้นแรก จะช่วยสร้างฐานตลาดในช่วง 3 เดือนแรก โดยเราจะผลักดันให้ FA  สามารถสร้างฐานตลาดได้เอง แม้ว่าคนกลุ่มนี้ อาจจะยังใหม่สำหรับธุรกิจประกันชีวิต และ ไม่มีประสบการณ์ตรงในการขายประกัน มาก่อน
ส่วนบันไดขั้นที่ 2 ในช่วงเดือนที่ 4-6 จะเป็นการช่วยขยายตลาด โดยทีมงานอบรมของบริษัท และหัวหน้าหน่วยต้นสังกัดจะคอยโค้ชและให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้าอบรม รวมทั้งทำ Join Free Work ร่วมกัน ขณะที่บันไดขั้นที่ 3 ซึ่งเป็นข่วงเดือนที่ 7-12 จะเริ่มปล่อยให้ FA ทำการตลาดด้วยตัวเองอย่างแท้จริง มีการตรวจสอบคุณภาพทุกเดือนนับตั้งแต่เดือนที่ 7 จนถึงเดือนที่ 12 ซึ่งเมื่อถึงเดือนที่ 12 ก็ถือว่าเป็นการจบหลักสูตรแล้ว
ส่วนบันไดขั้นที่ 4 คือการผลักดันให้ FA ติดคุณวุฒิสโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม (Million Dollar Round Table : MDRT) ให้ได้ภายในปีแรก ซึ่งถ้าทำได้แล้วจะได้ตำแหน่ง FA Executive
สำหรับบันไดขั้นที่ 5 นั้น บริษัทมุ่งหวังจะให้คนกลุ่มนี้ติดคุณวุฒิ MDRT ติดต่อกัน  2 ปีซ้อน และจะต้องมีฐานลูกค้าอย่างน้อย 50 คน จากนั้นเตรียมพัฒนาฐานลูกค้าให้เพิ่มเป็นมากกว่า 150 คน ซึ่งหากสามารถทำได้ FA รายนั้นจะมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 2  ล้านบาทต่อปี โดยจะพยายามผลักดันให้  FA ติด MDRT อย่างต่อเนื่องหรือเป็นสมาชิก แบบตลอดชีพ ส่วนบันไดขั้นที่ 6 ซึ่งเป็น บันไดขั้นสุดท้ายนั้นคือการยกระดับ FA ขึ้นเป็น หัวหน้าหรือผู้บริหารหน่วยของเอไอเอ
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารตัวแทนประกันชีวิตกล่าวด้วยว่า กลยุทธ์หลักของเอไอเอในการรักษาฐานตลาดในการเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 และเป็นบริษัท ที่มีจำนวนตัวแทนมากที่สุดและแข็งแกร่ง ที่สุดในตลาดมีหลายด้านด้วยกัน
กลยุทธ์แรกมาจากโครงการ AIA FA ที่บริษัทฯ มุ่งหวังจะผลิตตัวแทนแบบเต็มเวลาที่เรียกว่า Full Time ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เป็น กำลังทัพสำคัญของเอไอเอ และเป็นตัวแทนส่วนใหญ่ของเอไอเอภายใน 3 ปี เพราะ FA จะเป็นปัจจัยหลักในการทำให้เอไอเอรักษาการครองตำแหน่งผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตไว้ได้
ส่วนกลยุทธ์ที่ 2 คือการลงทุนด้าน เครื่องมือและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
“ธงของเอไอเอจะพัฒนาเครื่องมือ ออนไลน์ ซึ่งจะทำอย่างไรที่จะให้ตัวแทนสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและ สะดวกขึ้น โดยปัจจุบันเรามีระบบ ‘iMO’ ซึ่งประกอบด้วยแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ซัพพอร์ตตัวแทนในการบริหารจัดการและให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจร ทั้งในการช่วยตัวแทน วางแผนการทำงาน หรือการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และนำเสนอแบบประกันที่เหมาะสมแก่ลูกค้า รวมถึงปิดการขาย ซึ่งลูกค้าสามารถเซ็นใบสมัครผ่านทางระบบ โดยไม่ต้องใช้กระดาษ ตลอดจนช่วยในการบริการหลังการขายของตัวแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“เครื่องมืออีกอย่างที่ได้พัฒนาไปแล้วก็คือ Line ที่เรียกว่า Line Business Connect ซึ่งเป็นช่องทางการติดต่อระหว่างบริษัทฯ กับตัวแทนทั้งหมด 5 หมื่นกว่าคน และในอนาคตจะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ของตัวเองได้อย่างครบวงจรเช่นกัน” กฤษณ์กล่าว
ด้านกลยุทธ์ที่ 3 คือการพัฒนาส่วนงานอบรม ซึ่งปัจจุบันเอไอเอมีส่วนงานที่เรียกว่า พรีเมียร์ อะคาเดมี ซึ่งเป็นส่วนงานที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของตัวแทนให้เป็นมืออาชีพ โดยหน่วยงานนี้จะเป็นหน่วยงานหลักในการออกแบบหลักสูตรอบรม ทั้งที่เป็นตัวแทนแบบ FA และตัวแทนแบบ Part Time เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวแทนให้สามารถให้คำปรึกษาและวางแผนการประกันชีวิตและการเงินให้แก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากขึ้น
กลยุทธ์ด้านที่ 4 คือเอไอเอ ไวทัลลิตี้  ซึ่งเป็นโครงการดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่ส่งเสริม ให้ลูกค้าดูแลสุขภาพ พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดเบี้ยประกัน หรือส่วนลดจากพันธมิตรของ AIA Vitality ซึ่งเอไอเอ เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือชั้นดีในการให้ตัวแทนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ FA เข้าถึงกลุ่มผู้มุ่งหวังในการเป็นลูกค้าได้ง่ายขึ้น
กลยุทธ์ด้านที่ 5 เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่มีความแตกต่าง โดยเฉพาะประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง เช่น AIA CI SuperCare, AIA CI Plus Gold ซึ่งเอไอเอเป็นผู้นำในตลาดมา อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีเซกเมนต์ใหม่ที่เอไอเอ เป็นผู้นำอยู่ ซึ่งเรียกว่า AIA High Net Worth หรือสินค้าที่เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูง โดยมีวงเงินความคุ้มครองประกันชีวิตที่สูงกว่าแบบประกันชีวิตทั่วไป ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนจัดการสินทรัพย์ เพื่อส่งมอบให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานในวันข้างหน้าได้
อย่างไรก็ตาม ภายในปลายเดือนมกราคม  2561 เอไอเอจะมีศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน  (AIA FA Center) ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมตัวแทน  FA รวมทั้งสิ้น 15 แห่งทั่วประเทศ โดยอยู่ใน  กรุงเทพฯ จำนวน 5 แห่ง และต่างจังหวัด  10 แห่ง ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่  ขอนแก่น เชียงใหม่ นครปฐม นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานีหาดใหญ่ อุดรธานี และอุบลราชธานี

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ