News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ช่วงนี้กระแสการออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพกำลังมาแรง ผู้ที่ชอบเกาะกระแสการออกกำลังกายซึ่งเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพของตัวเอง แต่ก็ควรจะดูด้วยว่าถ้าจะออกกำลังกาย จะต้องใช้เงินเท่าไร กีฬาหลายๆ ประเภทอาจจะใช้เงินมากกว่าที่เราคิด ลองมาดูการออกกำลังกายฮิตๆ กันก่อนว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไร และทำให้เราต้องวางแผนการเงินด้วยหรือไม่

ฟิตเนส
หลายๆ คน โดยเฉพาะคนเมืองนิยมการออกกำลังกายโดยใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆ ในห้องฟิตเนส เนื่องจากสะดวกและประหยัดเวลาเดินทาง เพราะฟิตเนสหลายแห่งตั้งอยู่ในตึกเดียวกับที่ทำงาน ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมหลากหลายให้เข้าร่วม แต่ค่าสมัครสมาชิกฟิตเนสแต่ละแห่ง เป็นจำนวนเงินไม่ใช่น้อยเลย ซึ่งประกอบไปด้วยค่าแรกเข้า ค่ารายเดือน ค่ารายปี ค่าเทรนเนอร์ เอาเป็นว่าอย่างน้อยๆ ต่อเดือนก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักพันต้นๆ จนถึงหลักหมื่นทีเดียว

วิ่ง
การวิ่งดูเหมือนไม่น่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรมาก แต่หากลองถามคนที่วิ่งเป็นประจำ ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นบ้างคือ ค่าซื้อรองเท้า ค่าสมัครวิ่งตามรายการต่างๆ และค่าใช้จ่ายอาจจะมีมากขึ้นหากคุณเริ่มวิ่งระยะไกลขึ้น เช่น งานวิ่งมาราธอนต่างๆ และรายการวิ่งในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็จะตามมา ทั้งค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าเที่ยว ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนการเงินที่ดี จะได้ไปวิ่งโดยไม่เป็นภาระการเงินในกระเป๋า เพราะได้มีการวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้าแล้ว

ปั่นจักรยาน
จักรยานที่ใช้ปั่น มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน ถ้าชอบกิจกรรมการปั่นจริงๆ ควรวางแผนเก็บเงินเพื่อซื้อจักรยานในฝันที่เราต้องการ รวมทั้งอย่าลืมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอุปกรณ์ข้างเคียงด้วย เช่น รองเท้า หมวก ชุด

กอล์ฟ
เดี๋ยวนี้เราจะเห็นเด็กหลายๆ คน เริ่มเรียนกอล์ฟอย่างจริงจังตั้งแต่เด็ก ค่าเรียนต่อคอร์ส ไม่น้อยเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เด็กๆ ชอบ คนเป็นพ่อแม่ ก็จะต้อง เตรียมพร้อมเรื่องการเงินเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านกีฬาของลูก

เห็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้น สำหรับตัวอย่างการออกกำลังกายด้วยกีฬายอดนิยมประเภทต่างๆ กันแล้ว คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเราต้องมีการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกายกันแล้วละค่ะ เริ่มง่ายๆ จากการดูกระแสเงินสดของเราก่อนว่ามีมากพอที่จะออกกำลังกายแบบไหนได้บ้าง ถ้าเงินต่อเดือนเหลืออยู่แล้วก็สามารถเล่นกีฬาที่เราต้องการได้เลย หรือถ้ายังไม่พอ เช่นอยากซื้อจักรยานสักคัน ที่ราคา 100,000 บาท  แต่ตอนนี้เงินเก็บไม่พอ ก็ต้องตั้งเป้าว่าจะซื้อเมื่อไร เช่น จะซื้ออีก 1 ปี ข้างหน้า เราก็สามารถเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนตลาดเงิน ทั้งนี้อาจจะให้หักจากบัญชีทุกเดือน เพื่อเป็นการรักษาวินัย ก็ทำได้เช่นกัน หรือ หาก เงินที่เหลืออยู่รายเดือนไม่พอที่จะเก็บให้ทัน ใน 1 ปี เราสามารถเลือกที่จะเลื่อนการซื้อให้ยาวไปหน่อย หรือปรับเปลี่ยนรถจักรยานเป็นรุ่นอื่นที่ถูกลง และอยู่ในวงเงินที่เราจัดหาได้
ทั้งนี้คงไม่ต้องรอมีเงินแล้วค่อยออกกำลังกาย เราสามารถเริ่มด้วยกีฬาที่ใช้จ่ายน้อย และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราก่อน แล้วค่อย ปรับเปลี่ยนไปตามเงินในกระเป๋า ตั้งเป้าหมายเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มไปในแผนการเงินระยะสั้นของเราได้ อย่าลืมว่าร่างกายที่แข็งแรง นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ยังต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออีกด้วย การมีสุขภาพดี แข็งแรง จะลดการเกิดโรคภัยต่างๆ เป็นตัวช่วยที่ดีให้เราประหยัดเงินที่จะต้องใช้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เราจะได้มีเงินเหลือไว้ใช้สำหรับเป้าหมายการเงินอื่นๆ ของเราค่ะ


เขียนโดย : เพราพรรณ วัชรกาฬ CFP®
จากคอลัมน์ FINANCIAL FREEDOM - FAMILY FINANCE ของนิตยสาร Money&Wealth ฉบับที่ 177 เดือนมกราคม 2561

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ