News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ช่วง 4 เดือนสุดท้ายในปีที่ผ่านมา  บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยสดใส สร้างผลกำไรให้นักลงทุน และเพิ่มความหวังว่าพอร์ตลงทุนในปีนี้จะเต็มไปด้วยหุ้นที่ทำกำไรมากกว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อไรก็ตามที่ใครๆ พูดถึงแต่เรื่องการลงทุนในหุ้น หรือสภากาแฟยามเช้าสนทนาเกี่ยวกับหุ้น นั่นหมายถึงการเพิ่มความระมัดระวังกับการลงทุน ถึงแม้ว่าภาพรวมตลาดหุ้นยังคงมีทิศทางเป็นขาขึ้น ไม่ว่าจะมีแต่ข่าวดี แต่เนื่องจากว่าทุกคนถือหุ้นกันหมดแล้ว ดังนั้น โอกาสตลาดจะปรับขึ้นไปได้ก็ไม่มากนัก ขณะเดียวกันอาจเกิดการเก็งกำไรเพิ่มมากขึ้น
หากบรรยากาศการลงทุนใน ตลาดหุ้นเป็นแบบนี้ John J. Riley, AIF® Chief Investment Strategist & Registered Research Analyst ของ Cornerstone Investment Service  กล่าวว่าตลาดมีโอกาสผันผวนและดัชนีหุ้นสามารถปรับลดลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น นักลงทุนต้องวางกลยุทธ์ก่อนที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น
“กฎข้อหนึ่งของนักลงทุนที่ควรรู้ ก็คือ ความผันผวนของตลาดจะเกิดขึ้น เมื่อไหร่ ซึ่งสัญญาณที่จะบอกเรา ได้แก่ ราคาหุ้นเข้าสู่ระดับแพงเกินไป หรือการซื้อขายเป็นไปในลักษณะเก็งกำไรมากจนเกินไป หรือแม้แต่อัตราดอกเบี้ยเริ่มเป็นขาขึ้น” John บอก
ถึงแม้สัญญาณดังกล่าวไม่ถึงขั้นทำให้ตลาดหุ้นซบเซาหรือเป็นสัญญาณภาวะหมี แต่หากเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวจะลดความเสี่ยงลงได้ โดยที่ผ่านมาเขาสังเกตว่านักลงทุนแต่ละคนมีเทคนิคที่แตกต่างกัน

1. ขายหุ้นออกทั้งหมด แล้วถือเงินสด 100%
John บอกว่ากลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมีความหวาดกลัวและตื่นตระหนกกับตลาดหุ้นอย่างมาก หมายความว่าหากรู้สึกว่าเกิดสัญญาณเชิงลบ ก็จะขายหุ้นที่อยู่ในพอร์ตทั้งหมดทันที ซึ่งข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่มีการสูญเสียเงินลงทุน แต่ข้อเสียจะเกิดเมื่อตอนกลับเข้ามาในตลาด เพราะคำว่า ความหวาดกลัวและตื่นตระหนกจะติดตัวไป ผลลัพธ์คือ อาจทำให้จังหวะตัดสินใจลงทุนผิดพลาด
“การตัดสินใจเข้าหรือออกจากตลาดควรอยู่บนพื้นฐานคำว่าปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental)  อย่าให้อารมณ์ครอบงำ” John แนะนำ

2. ขายหุ้นบางตัว
ขายหุ้นบางตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด ด้วยการขายหุ้นที่ราคาตลาดของหุ้นนั้นสูงกว่ามูลค่า หุ้นที่ประเมินได้ (Overvalue) ออกไป เนื่องจากราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) เพราะหากตลาดปรับลดลงหรือซบเซา หุ้นราคาแพงๆ มีโอกาสปรับลดลงค่อนข้างแรง 
John กล่าวว่าข้อดีคือ นักลงทุนจะมีเงินสด และถ้าตลาดฟื้นตัวก็จะมีเงินเข้าไปซื้อหุ้นที่ดีในราคาถูก และถือเป็นการป้องกันและปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ส่วนข้อเสียสำหรับการมีเงินสดอยู่ในมือกรณีที่ตลาดหุ้นซบเซานานเป็นปีๆ คือ ไม่รู้จะไปลงทุนอะไร แต่เป็นข้อเสียที่ดูดี เพราะมีเงินสด

3. ปรับพอร์ตด้วยการป้องกันความเสี่ยง
ถ้าเชื่อ “วิกฤติย่อมมีโอกาส” ในช่วงตลาดหุ้นผันผวนหรือมีแนวโน้มเป็นขาลง อาจจะปรับพอร์ตลงทุนด้วยกลยุทธ์ เรียกว่า Portfolio Hedge ไม่ว่าจะเป็น SET50 Futures และ Single Stock Futures หรือลงทุนผ่าน ETFs
“ถ้านักลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์นี้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำจะชดเชยหรือทำให้พอร์ตไม่ขาดทุน  แต่อันตรายจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีความเข้าใจหรือวางกลยุทธ์แบบผิดๆ ถูกๆ” John บอก

4. ตัดขาดทุน
ตัดขาดทุน (Stop Loss) อาจจะเป็นคำตอบที่ดีในภาวะตลาดเป็นขาลง เพราะถ้าไม่ขายวันนี้อาจจะไม่เหลืออะไรเลย และต้องถือหุ้นต่อไปเป็นระยะเวลานาน (ติดดอย) เพื่อรอจังหวะขายเมื่อตลาดปรับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น การมีวินัยที่ดี ก็คือ ทุกครั้งที่ลงทุนจะต้องกำหนดแผนการ Stop Loss เอาไว้เสมอ เช่น ซื้อหุ้นราคา 10 บาท หากราคาปรับลดลง 7 บาท จะทำการขายออกทันที

5. สวนกระแส
กลยุทธ์การลงทุนประเภทหนึ่งเรียกว่า Contrarian Investment ซึ่งใช้ได้ดีช่วงที่ตลาดหุ้นปรับลดลงมากๆ แสดงว่านักลงทุนกำลังกลัวจึงเริ่มขายหุ้น ทำให้ราคาหุ้นปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่มีนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่นิยมซื้อหุ้นในช่วงที่คนอื่นพากันกลัว เพราะจะได้ราคาถูก นั่นคือ Contrarian Investment
“หากใช้ Contrarian Investment อย่างมีวินัยและแม่นยำ จะได้หุ้นที่ดีและราคาดีด้วย แต่กลยุทธ์นี้จะมีอันตรายกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์น้อย จิตใจไม่นิ่งพอและมีความอดทนน้อย หรือใช้กลยุทธ์นี้บ่อยจนเกินไป” John แนะนำ

หากนักลงทุนเข้าใจสัจธรรมของตลาดหุ้น “มีขึ้น ย่อมมีลง” จะทำให้สามารถวางกลยุทธ์ได้ถูกต้องกับสถานการณ์ นั่นหมายถึง การมีวินัยเคร่งครัด และผลลัพธ์ที่ตามก็คือ ความสำเร็จจากการลงทุน

จากคอลัมน์ THE NUMBER ของนิตยสาร Money&Wealth ฉบับที่ 177 เดือนมกราคม 2561

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ