News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

การเลือกลงทุนหุ้นไทยยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครที่มี "เงินเย็น" หรือสามารถปล่อยให้อยู่นิ่งได้ในระยะยาว แม้ราคาหุ้นจะบวกขึ้นมาค่อนข้างเร็วในปัจจุบัน ส่วนเงินที่เหลือก็สามารถจะกระจายไปตามสินทรัพย์ในหลายแหล่งทั่วโลก โดยผ่านกองทุนรวม 

บรรยากาศการลงทุนโดยรวมในปีนี้ ส่อเค้าผันผวนสูง เพราะประเดิมเพียงแค่เริ่มต้นปีก็เห็นหลายตลาดบวกอย่างร้อนแรง กับความเสี่ยงที่รออยู่ ทั้งทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และการที่ราคาสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงราคาโภคภัณฑ์ บวกขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา 

นักวิเคราะห์กองทุนรวม "Phillip Fund Supermart" โดย บล.ฟิลลิป มองสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อมโยงไปสู่โอกาสการเลือกลงทุนเป็นรายสินทรัพย์ ดังนี้ : 

สหรัฐฯ : 

นักวิเคราะห์มองว่าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวม แม้ตัวเลขอัตราการว่างงานนอกภาคการเกษตรจะออกมาต่ำกว่าคาด แต่การปรับค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ทําให้เชื่อได้ว่าเฟดจะต้องมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ แต่จะเป็นการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทําให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสปรับขึ้นไปต่อได้จากสภาพคล่องที่ยังล้นตลาด ซึ่งปัจจุบัน นักวิเคราะห์เห็นว่ากองทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare ที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทฯ ในสหรัฐฯ ยังคงมีมูลค่าที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับ S&P500 จึงแนะนํา "ทยอยสะสม" กองทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare ในระยะยาว 

 ยุโรปและญี่ปุ่น : 

ตลาดหุ้นหลักของทั้งสองตลาดนี้ เพิ่มขึ้นในสัปดาห์แรกของปี ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการจับตามองการลดปริมาณ QE ของยุโรปหลังสิ้นสุดปี 2018 และผลกระทบจาก BREXIT ในลําดับต่อไป ความเห็นจากธนาคารโลกและ IMF ล่าสุด คาดการณ์ GDP ของกลุ่ม EU และญี่ปุ่นในปีนี้ น่าจะชะลอตัว ประกอบกับระดับราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น   ฟิลลิปจึงยังคงคําแนะนําให้ “รอดูสถานการณ์” ไปก่อนสำหรับทั้งสองตลาดนี้ 

จีน : 

ตลาดหุ้นมีผลตอบแทนโดดเด่นสุดในปีที่ผ่านมา และยังบวกค่อนข้างแรงตั้งแต่สัปดาห์แรกของปีนี้ รับตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการ ที่ออกมาสูงกว่าตลาดคาด โดยตัวเลข PMI ที่สูงขึ้น บ่งชี้ว่าภาคการผลิตและภาคการบริการของจีนยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ฟิลลิปแนะนักลงทุนต้องระวังแรงขายทํากําไร หลังตลาดปรับตัวขึ้นค่อนข้างไว จึงมีคำแนะนำสำหรับกลยุทธ์ระยะสั้น หากมีกองทุนหุ้นจีนติดพอร์ต ก็แนะนําให้ถือต่อไปก่อน ส่วนระยะยาว ยังคงคําแนะนํา “ทยอยสะสมหุ้นจีน New China” 

ไทย : 

หลังดัชนี SET บวกขึ้นมาทํา All Time High และทดสอบยืนเหนือระดับ 1,800 จุด ท่ามกลาง Sentiment ที่ดีจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจ รวมทั้ง Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิค รวมถึงไทยที่น่าจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย แต่ในระยะสั้นให้ระมัดระวังแรงขายทํากําไร  ส่วนในระยะยาว มองว่ายังคงเป็นโอกาส จึงแนะนํา  “ทยอยสะสม" 

น้ำมัน : 

ราคาน้ำมันยังคงยืนอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่อง สาเหตุหนุนราคายังรวมถึง เหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และปริมาณน้ำมันสํารองของสหรัฐฯ ที่ลดลงต่อเนื่องกว่าที่ตลาดคาด 

 โดยนักวิเคราะห์กองทุนจากฟิลลิปมองว่าการที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เป็นการปรับตัวขึ้นมาในระยะสั้น  จึงยังไม่แนะนําหากจะเข้าเก็งกําไรในช่วงนี้ 

ทองคำ : 

แม้ราคาทองคําจะปรับตัวขึ้นมายืนที่ระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ ด้วยปัจจัยเงินดอลลาร์อ่อนค่าและดีมานด์จากจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ทางฟิลลิปมอง "Upside" เหลือไม่มาก  โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้ผู้ลงทุนควรมีทองคำติดไว้ราว 10% ของพอร์ตเพื่อวัตถุประสงค์การกระจายความเสี่ยง 

*********************************
ทีม Business&Finance, Money Channel 

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ