News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

อาคารบนถนนราชดำเนินกลางนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร แนวความคิดในการออกแบบได้มาจาก Champ Elysees ประเทศฝรั่งเศส ตามพระราชดำริเดิมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  (รัชกาลที่ ๕) ซึ่งไม่เพียงตัวอาคารที่เป็นหลักฐานความรุ่งเรืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในอาคารหลังแรก (ติดลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์) ยังเต็มไปด้วยเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงยุคปัจจุบัน เพราะตั้งแต่เดือน มี.ค. 2553 อาคารดังกล่าวก็ถูกปรับปรุงเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ที่มีชื่อว่า “นิทรรศรัตนโกสินทร์”


“อาคารหลังนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เดิมเป็นอาคารให้เช่า พอหมดสัญญา ทางสำนักงานทรัพย์สินฯ เล็งเห็นว่าน่าจะทำเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนและประชานชนได้เรียนรู้ถึง “รากเหง้า”  ทางความคิด ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ของบรรพบุรุษ อันจะนำไปสู่ความภาคภูมิใจในความเป็นตัวตนในแบบของเรา”  นยนา วงษ์มาส ผู้จัดการฝ่ายบริหาร นิทรรศรัตนโกสินทร์ ให้ข้อมูล
เธอเล่าต่อว่า ความน่าสนใจของนิทรรศรัตนโกสินทร์ คือการใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสื่ออินเตอร์แอคทีฟมาจัดแสดง ประกอบด้วยเนื้อหาที่ “ย่อยง่าย” และสื่อแสดงอื่นเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ พร้อมด้วยผู้นำชมที่มีทักษะในการนำเสนอที่ดี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้การเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์เป็นเรื่องไม่น่าเบื่อ และเข้าใจได้ง่าย
หลังจากเปิดตัวได้เพียงปีกว่า นิทรรศรัตนโกสินทร์ได้เพิ่มห้องจัดแสดงขึ้นมาอีก 2 ห้อง ได้แก่ “เรืองรุ่งวิถีไทย” และ “ดวงใจปวงประชา” พร้อมกับจัดเส้นทางชมนิทรรศการเส้นใหม่เพิ่มขึ้นเป็น “เส้นทางที่ 2” ขณะที่ “เส้นทางที่ 1” ประกอบด้วยห้องจัดแสดง 7 ห้อง บอกเล่าเรื่องราวของกรุงรัตนโกสินทร์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงพระราชพิธีต่างๆ ที่สืบทอดมาตั้งแต้ต้นกรุงรัตนโกสินทร์โดยแต่ละเส้นทางจะใช้เวลาในการเดินชมราว 2 ชม.



“เส้นทางที่ 2” สัมผัสวิถีชีวิตแห่งอดีต-ซาบซึ้งพระราชกรณียกิจ
สำหรับการชมนิทรรศรัตนโกสินทร์ใน “เส้นทางที่ 2” จะเริ่มจาก “เรืองรุ่งวิถีไทย” ห้องที่จะจำลองบรรยากาศความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของคนไทยในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ โดยเริ่มจากโมเดลบ้านเรือนไทย ที่ภายในจำลองประเพณีที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายของคนในอดีต




จากนั้นก็พาล่องเรือชมวิถีชีวิตริมสายน้ำที่จำลองขึ้นมา เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสวิถีชีวิตริมคลองและบรรยากาศการฟังเพลงเห่เรือบนสายน้ำต่อด้วยการนั่งรถรางชมวิถีชีวิตชาวสยามสองฝั่งของถนนเจริญกรุง ก่อนจะเดินชมบรรยากาศบ้านเมืองในช่วงที่สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มแทรกซึมเข้ามา ตามมาด้วยการย้อนยุคไปสู่ยุคปฏิวัติวัฒนธรรมสู่ความเป็นชาตินิยม ก่อนจะนั่ง BTS จำลองทะลุมิติมาถึงยุคปัจจุบัน
หลังจากนั้น ก็เริ่มเข้าสู่ห้อง “ดวงใจปวงประชา” ห้องที่รวบรวมและนำเสนอเรื่องราว พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทั้ง 9 รัชกาล ซึ่งจะทำให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของทุกพระองค์ในการปกป้องประเทศให้รอดพ้นจากภัยคุมคาม และพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมอารยประเทศ รวมถึงดูแลให้คนไทยอาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้อย่างร่มเย็นเป็นสุข มาจนทุกวันนี้




สำหรับผู้ที่สนใจอยากชมนิทรรศการให้ครบทั้ง 2 เส้นทาง อาจต้องใช้เวลาทั้งวัน เนื่องจากต้องมีการจองรอบนำชมแต่ก็ต้องถือว่าคุ้มค่ากับเวลาเพียงหนึ่งวัน และค่าเข้าชมเพียง 100 บาทสำหรับผู้ใหญ่ (เด็ก ผู้สูงอายุ พระภิกษุ สามเณร คนพิการ และนักเรียน/นักศึกษา เข้าชมฟรี) เพื่อแลกกับความรู้ความเข้าใจถึง “รากเหง้า” ที่หล่อหลอมเป็น “ตัวตน” ของคนไทยทุกวันนี้ พร้อมด้วยความเพลิดเพลินอย่างเต็มอิ่ม สมกับสโลแกนของที่นี่ ที่ว่า “คุณค่าแห่งยุคสมัย สัมผัสได้ในหนึ่งวัน”
นิทรรศรัตนโกสินทร์เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 19.00 น. โดยส่วนของนิทรรศการเปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ทุก ๆ 20 นาที รอบสุดท้าย เวลา 17.00 น. นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมีห้องสมุดนิทรรศรัตนโกสินทร์ให้เข้าไปนั่งอ่านหนังสือท่ามกลางความสงบ และ “รัตนโกสินทร์ Sky View” จุดชมวิวกรุงรัตนโกสินทร์และ ถนนราชดำเนินกลางในมุมสูง ไว้คอยให้บริการฟรีอีกด้วย

จากคอลัมน์ TRAVEL ของนิตยสาร Money & Wealth ฉบับที่ 174 เดือนตุลาคม 2560

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ