News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ในที่สุดหุ้นไทยก็เดินมาถึง 1,700 จุด...ช่วงหุ้นขึ้นอะไรๆก็ดูดีไปหมด ขณะที่บางสำนักให้เป้าหมายปี 2561 ไปถึง 1,900-2,000 จุด ส่วนปีนี้...ยังมองความหวังโลกสวยสดใส...มีโอกาสปรับไปถึง 1,800 จุด

ปัจจัยภายนอก-ภายในหนุนตลาดหุ้นไทยทำ New High ปี 2561
อุดมการณ์ อุดมทรัพย์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี เปิดมุมมองปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจทั่วโลกว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปีนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเป็นบวก ปัจจัยภายนอกและภายในจะหนุนให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ High เดิมที่ 1,789 จุด ที่เคยทำไว้ เมื่อเดือนมกราคม 2537 ได้ในปี 2561 นี้ เศรษฐกิจโลกในภาพรวมช่วงที่เหลือของปี 2560 จนถึงปี 2561 ดีมากในรอบ 10 ปี โดยมีสาเหตุมาจาก (1) การค้าระหว่างประเทศ (Global Trade) ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 4%  จาก 2% และ (2) อัตราการว่างงานในโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง กระตุ้นให้เกิดการบริโภคและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของโลก จะทำให้เศรษฐกิจโลกโตได้ 3.5% ในปี 2561 ดังนั้นสุขภาพของเศรษฐกิจโลกดีมากและยังจะดีต่อไปในปี 2561
“ปีนี้เกือบทุกประเทศและภูมิภาคมีอัตราการเติบโตที่เป็นบวกพร้อมกัน สหรัฐฯ ยูโร อาเซียน จีน เป็นภาพที่ดีมากในรอบ 5 - 6 ปีที่ผ่านมา ในประเทศไทยเองเศรษฐกิจก็โตดีกว่าคาด เรามองไว้ 3.8% ค่าเฉลี่ยของตลาด 3.5 - 3.6% เงินลงทุนต่างชาติที่เข้ามาเพราะปัจจัยความกังวลในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมาหมดไป ปัจจัยนอกประเทศไม่มีอะไรให้กังวล ปัจจัยในประเทศเองก็หนุนให้ตลาดหุ้นไทยไปทำลายสถิติ Historical High หรือขึ้นไปถึง 1,800 จุด ได้เช่นกัน”

ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ มากกว่าที่จะลง
วรพงษ์ ตันติวุฒิพงศ์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี  มองการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยในรอบนี้ว่า “ถ้าเทียบกับตลาดกลุ่ม TIP (ไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์) หุ้นไทยยังเทรด discount ตลาดเพื่อนบ้านอยู่มาก ตอนนี้ตลาดคาดว่า SET EPS ในปีหน้าจะโต 10% จากปัจจุบันที่ระดับ 1,650 จุด 10% ข้างหน้าก็ระดับ 1,800 จุด ง่ายมากที่จะไป ถ้าจะให้มองว่าตลาดหุ้นไทยจะขึ้นหรือลง ผมมองว่าจะขึ้นมากกว่าลง ในระยะสั้นตลาดอาจจะมีความผันผวนบ้าง แต่ถ้าภาพระยะกลางถึงยาวยังเป็นตลาดขาขึ้น แนะนำให้เลือกหุ้นลงทุน ซื้อแล้วถือไป (Buy and Hold) กลยุทธ์สั้นๆ ถ้า Flow ต่างชาติเข้าก็เล่นหุ้น Big Cap ไป แต่ที่แนะนำคือ Selective Buy ซึ่งบริษัทคัดมาแนะนำให้ 10 ตัว ได้แก่ IRPC IVL AMATA CBG EPG ORI ANAN TISCO KKP และ AOT”

แนะลงทุนอย่างระมัดระวัง-เริ่มเห็นสัญญาณฟองสบู่
ด้านรณกฤต สารินวงศ์ กรรมการ ผู้จัดการ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บมจ. หลักทรัพย์ เออีซี บอกถึงความกังวลส่วนตัว หลังตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาเร็วและแรงว่า “ปกติหุ้นที่แนะนำจะไม่ค่อยเกี่ยวกับภาพรวมเท่าไรแม้ว่ารอบนี้ภาพรวมมาแต่ก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร ตัวเลขนี้ 2 - 3 ปีเกิดที เอามูลค่า ตลาดรวมหุ้น (Market Capitalization) หารด้วยมูลค่า GDP (ณ วันที่ 15 ก.ย. 60) Market Cap 16.5 ล้านล้านบาทหารด้วย 14.4 ล้านล้านบาท ตอนนี้ Market Cap ตลาดหุ้นไทยสูงกว่า GDP แล้ว 13% ถ้าดูสถิติย้อนหลังไปในปีไหนก็ตามที่ Marketcap หุ้นสูงกว่า GDP ปีถัดไปตลาดจะย่อลงมาเหลือเฉลี่ย 90 - 91% ถ้าตลาดจะปรับตัวลงมาที่ค่าเฉลี่ย 91% จะลงมาที่ระดับประมาณ 1,430 จุด”
“ปัจจุบันภาคการผลิตซบเซา ในขณะที่ตลาดหุ้นพุ่งเลย ถ้าดูตัวเลขก็อาจจะเป็นฟองสบู่ เพราะตัวเลขนี้ไม่เคยเกิน 13% อยู่แค่ Sentiment จะจบเท่าไรแค่นั้นเอง ตอนนี้ หุ้นขึ้น ถ้าสบายใจก็ Let Profit Run ถ้าไม่สบายใจก็ Take Profit บางส่วนออกมาเป็นระยะๆ สำหรับหุ้นแนะนำ ได้แก่ VIH CMR CSS ILINK SYMC แต่นักลงทุนต้องบริหารความเสี่ยงด้วยไม่ใช่บริหารแต่กำไร”

หุ้นไทยขึ้นมาบนพื้นฐานสมเหตุผล - มองไซด์เวย์อัพถึงไตรมาส1/61
กรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บมจ.หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน บอกว่า “ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมารอบนี้ค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่ท้ายสุดต้องดูพื้นฐานในแง่ของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนนั่นเองที่จะทำให้ตลาดยืนอยู่ได้ “เจ้ามือตัวจริง” คือ ผลประกอบการ ตลาดไทยเป็น Laggard เช่นเดียวกับจีนที่จุดพลุมาเป็นรายแรกในเดือนกันยายนปีนี้ ตอนนี้ก็เป็นตลาดหุ้นไทย นี่คือเหตุผลในเชิงพื้นฐานทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดนักลงทุนสามารถลงทุนอย่างสบายใจได้ไปจนถึงไตรมาสที่ 1/18 ที่ตลาดหุ้น ไทยยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway up”
“สำหรับไตรมาสที่ 3 ไตรมาสที่ 4 ยังสบายใจได้เพราะเศรษฐกิจโลกยังดี เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะโตจากภายใน การบริโภคน่าจะกลับมา เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นแต่ยังไม่กล้าใช้จ่าย  ดังนั้นธีม (Theme) การลงทุนระยะยาวควรเลือกเฟ้นหุ้น Domestic ในประเทศ โดยเลือกหุ้นใหญ่ แบงก์ ค้าปลีก หลังจากนั้นหุ้นขนาดกลาง-เล็กจะค่อยมา เป็นธีมใหญ่ที่อย่างน้อยที่สุดเราสามารถลงทุนได้ถึงปีหน้าเลย ตัวโภคภัณฑ์ก็มีโอกาสเช่นกัน แต่เราต้องดูความชัดเจนจากดีมานด์ของจีนเป็นสำคัญ”

หุ้นไทยบวก ปลดล็อกอารมณ์ตลาด
นพ.รัชต์ชยุตม์ จีระพรประภา (หมอวิน) เซียนนักลงทุนรุ่นใหม่ บอกว่า “ส่วนตัวลงทุนโดยใช้ Technical เป็นพื้นและก็อิง Fundamental ด้วย จากนี้ไปมองแนวโน้มของ Momentum ก็น่าจะค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วง 8 - 9 เดือนแรกตลาดค่อนข้างอึดอัด พอตลาดบวกขึ้นมารอบนี้เหมือนปลดล็อกไปแล้ว อารมณ์ของนักลงทุนตอนนี้ค่อนข้างสบายใจขึ้น ไม่อึดอัดเหมือนช่วง 8 – 9 เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ตลาดเปิดแล้วก็หาหุ้นเล่น บล.กรุงศรีก็มองว่าตลาดจะไป 1,700 จุด แต่เราอาจจะมองไปได้ไกลกว่านั้น การที่นักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศใส่เงินเข้ามาแสดงว่าเขาเชื่อมั่น พื้นฐานประเทศยังดี ความเชื่อมั่นค่อยๆ ดีขึ้น เราจะขึ้นรถไฟความเร็วสูงนี้ได้หรือเปล่า บางคนกลัวขึ้นไปแล้วจะบาดเจ็บหรือเปล่า แต่ถ้าไม่กระโดดแล้วตลาดไป 1,700 จุด แบบเร็วๆ ขึ้นมานี่ก็ยิ่งเจ็บใจ”
“วันที่ตลาดผ่าน 1,650 จุด ขึ้นมา เราต้องมองไปข้างบนแล้ว นักลงทุนต่างชาติและสถาบันก็พยายามใส่เงินเข้ามา ถ้าเศรษฐกิจดี พื้นฐานไปได้ ตลาดหุ้นก็จะขึ้นไปเอง ผมท่องไว้ 4 คำ เล่น Technical อิง Fundamental หลีก Day Trade แล้วหาหุ้นที่ Top Performance”

อย่าลงทุนแบบ Day Trade
ณัฐวรรธน์ ร่วมทรัพย์ เซียนนักลงทุน & วิทยากรด้านอนุพันธ์ ยอมรับว่า  “ในฐานะนักลงทุนก็ดีใจที่หุ้นไทยทะลุขึ้นมาได้ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย ทางเทคนิคมอง 1,700 จุด มาตั้งนานแล้ว แค่จะถึงเมื่อไรเท่านั้นเอง การขึ้นมารอบนี้รวดเร็วมาก ลงทุนก็ไม่ได้เต็ม 100% มีหุ้นแค่ 30% ยังไม่เกิน 50% ของพอร์ต เพราะการที่หุ้นขึ้นมาเร็วๆ ก็น่ากลัวพอสมควร ส่วนตัวรอตลาดย่อลงมาแล้วมีจุดกลับตัวแล้วค่อยเข้าแบบนั้นมากกว่า ไม่ได้บอกว่าตลาดจะไปไม่ได้ โดยโฟกัสในหุ้นรายตัวที่มีอยู่แล้วมากกว่า”
“การเล่น Day trade ไม่ได้ผลจริงในระยะยาว มีโอกาสพลาดสูง ส่วนตัวจะดูความแข็งแกร่งของหุ้นผ่านกราฟ weekly โดยเลือกดูกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน เพื่อดูความแข็งแกร่ง แล้วก็ค่อยไปหาหุ้นในอุตสาหกรรมนั้นเพื่อลงทุนต่อไป เป็นการใช้ Technical เพื่อลงทุนไม่ใช่เก็งกำไร โดยการเข้าไปลงทุนจะเข้าไปแบบแบ่งพอร์ต ไม่ได้ทุ่มสุดตัว โดยการลงทุนเลือกหุ้นไม่กี่ตัวก็พอ และจะมองปัจจัยเรื่องความเสี่ยง จะบริหารจัดการความเสี่ยงนั้นอย่างไร จะหลบหลีกอย่างไร”
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนจากงาน “เซียนหุ้น สัญจร หาดใหญ่” ที่ผ่านมา ซึ่งเซียนหุ้น-เซียนนักวิเคราะห์ยังมองว่า...โอกาสที่จะเห็นตลาดหุ้นทำ All Time High ในปีหน้าก็ยังมี แต่ต้องไม่ลืมเรื่องการบริหารความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

จากคอลัมน์ MONEY&WEALTH - SPECIAL REPORT ของนิตยสาร Money & Wealth ฉบับที่ 174 เดือนตุลาคม

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ