News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

จับสัญญาณผลตอบแทนกองทุนรวมหุ้นในไตรมาสสุดท้ายยังมีแนวโน้มที่ดี ดูจากหลายตลาดทยอยปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่ ล่าสุดก็รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ดัชนี SET ทะลุ 1,700 จุดขึ้นมา 
 
แต่ที่โดดเด่นยังอยู่ที่ตลาดหุ้นจีน สะท้อนผ่านตารางอันดับผลตอบแทนสูงสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2560)  ในฐานข้อมูลของ "มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)" ซึ่งพบว่า "กองทุนเปิดแอสเซทพลัสไชน่า" สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (Year to Date)  ได้แล้วถึง +51.49% 
 
ในภาวะที่หลายตลาดขึ้นมาทำนิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ถือหน่วยหลายคนจึงอาจกำลังเล็งช่องทางเตรียมขยับขยายพอร์ต หรือทบทวนการขายเพื่อล็อกกำไร ก่อนปรับวิธีบริหารจัดการต่อ 
 
นักวิเคราะห์กองทุนรวมของ บล.ฟิลลิป  ระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาค่อยๆ ฟื้นตัว โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาสดใส ทำให้โอกาสในการขยับดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธันวาคมนี้ มีความเป็นไปได้มากขึ้น แต่เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะในขณะนี้ เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว บวกกับกระแสเงินลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายเชื่อว่าจะมีแรงซื้อจากกองทุน LTF และ RMF เข้ามาช่วยปิด downside 
 
ในแง่ Valuation ของตลาดหุ้นทั่วโลก ทางฟิลลิปมองว่าบางตลาดบวกขึ้นมาจนมีราคาค่อนข้างแพง โดยเฉพาะตลาดประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ที่ระดับราคาหุ้นสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากความคาดหวังด้านการปฏิรูปภาษีของ "โดนัลด์ ทรัมป์"  หนุนราคาหุ้นสูงเกินกว่าระดับที่ลงทุนได้แล้ว 
 
ส่วนในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยและจีนที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ผลักดันมูลค่าหุ้นแพงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่จากปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว จึงมองว่าทั้งสองตลาดนี้ยังมีความน่าสนใจในการลงทุน 
 
นักวิเคราะห์กองทุนค่ายฟิลลิป ได้ให้คำแนะนำสำหรับการจัดวางพอร์ตเดือนต.ค. ไว้ดังนี้ : 
 
พอร์ตความเสี่ยงต่ำ : ยังคงแนะนำคงสัดส่วนในกองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้ 80% กองทุนหุ้นไทย 10% และกองทุน REITs ในไทยและสิงคโปร์ 10% ซึ่งพอร์ตลงทุนนี้ คาดหวังผลตอบแทนได้ประมาณ 4% ต่อปี 
 
พอร์ตความเสี่ยงปานกลาง : แนะนำคงสัดส่วนในกองทุนตลาดเงินและตราสารหนี้ 45% กองทุนหุ้นไทย 35% กองทุน REITs ในไทยและสิงคโปร์ 10% กองทุนหุ้นต่างประเทศ 5% และกองทุนทองคำ 5% โดยที่พอร์ตลงทุนนี้ คาดหวังผลตอบแทนได้ประมาณ 6% ต่อปี 
 
พอร์ตความเสี่ยงสูง : แนะนำให้คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยที่ 35% เพราะยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีจากทิศทางหุ้นไทยที่ยังเป็นขาขึ้น และ downside ที่ค่อนข้างจำกัด ส่วนที่เหลือ แนะนำคงสัดส่วนในหุ้นจีนที่ 10% หุ้นและตราสารหนี้ต่างประเทศ 15% ตราสารหนี้ในประเทศ 14% กองทุน REITs ในไทยและสิงคโปร์ 5% และทองคำอีก 10% เพราะยังได้ประโยชน์จากการป้องกันความเสี่ยงขาลงในระยะสั้นที่ดี 
 
ในส่วนพอร์ตความเสี่ยงสูง  นักวิเคราะห์กองทุนฟิลลิปบอกว่าสามารถคาดหวังผลตอบแทนได้ในระดับ 8% ต่อปี และแนะนำให้ลงทุนระยะยาว 5 ปีขึ้นไป 
 
*********************************
ทีม Business&Finance , Money Channel

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ