News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

นับเป็นข่าวดีสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมการบินของเมืองไทย หลัง “องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ” (International Civil Aviation Organization : ICAO) หน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินระดับโลก ได้พิจารณาเห็นชอบประกาศถอด หรือ “ปลดธงแดง” ประเทศไทย ออกจากรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนแล้ว

ส่งผลให้สายการบินต่างๆของไทย เตรียมตบเท้าขยายจุดบิน หรือเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เคยถูกห้าม เช่น เกาหลี และญี่ปุ่น กันอย่างคึกคัก ไม่เว้นแม้แต่สายการบินน้องใหม่อย่าง “New Gen Airways” ก็ได้ประกาศเตรียมขยายเส้นทางบินเต็มอัตรา ทั้งเส้นทางบินในประเทศ และระหว่างประเทศ ในรูปแบบเที่ยวบินประจำ (Schedule Flight) รวมกว่า 50 เส้นทางบิน จากก่อนหน้านี้ ที่มุ่งเน้นเพียงการให้บริการในรูปแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) เป็นหลัก

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนิวเจน “นายเจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์” บอกว่า การที่ ICAO ปลดธงแดงประเทศไทย จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ในการให้บริการของไทยที่ได้มาตรฐานสากล สร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังประเทศไทย ดังนั้น “นิวเจน” จึงเตรียมขยายเส้นทางบินทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเติม พร้อมเพิ่มฝูงบินอีกเฉลี่ยปีละ 4 ลำ จากปัจจุบันที่มีทั้งหมด 12 ลำ

โดยเส้นทางบินระหว่างประเทศจะเปิดให้บริการอีก 3 ประเทศ เริ่มจาก “อินเดีย” ที่จะเปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ // ก่อนจะเปิดให้บริการเส้นทาง “ไต้หวัน” ในช่วงสิ้นปี 2560 และ “เกาหลีใต้” เปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า ส่วนเส้นทางบินในประเทศ จะนำร่องเปิดให้บริการ 2 เส้นทางบินใหม่ “นครราชสีมา-เชียงใหม่” และ “นครราชสีมา-ภูเก็ต” ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการค้า และการคมนาคมสู่ภาคอีสาน มีขนาดจีดีพีสูงถึง 2.9 แสนล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร

เบื้องต้นคาดว่า การขยายเส้นทางบินเพิ่มเติม จะทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นราวปีละ 5 แสนคน แบ่งเป็นเส้นทางบินในประเทศ 2 แสนคน โดยสิ้นปีนี้คาดว่า ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารรวมจะอยู่ที่ 1.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 8 แสนคน หรือ 74% เทียบจากปีที่ผ่านมา สร้างรายได้รวม 7.5 - 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 4,500 ล้านบาท

โดยนโยบายในการเปิดเส้นทางบินของ “นิวเจน” นั้น “นายเจริญพงษ์” ย้ำว่า จะเน้นเส้นทางบินที่ยังไม่มีการเปิดให้บริการ หรือมีการเปิดให้บริการจำนวนน้อย เพื่อเป็นทางเลือก และเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้โดยสาร ซึ่งในแต่ละปีได้มีการเตรียมเงินลงทุนไว้ราว 300 – 400 ล้านบาท  

ขณะที่ ก่อนหน้านี้สายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ก็มีการประกาศเตรียมเดินหน้าขยายเส้นทางบินเพิ่มเติมเช่นกัน หากไทยได้รับการปลดธงแดงจาก ICAO อาทิ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ที่มีแผนจะเจรจากับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อขอเปิดเส้นทางบินเพิ่มเติม นอกเหนือจากดอนเมือง – โตเกียว // ดอนเมือง - โอซากา // และดอนเมือง – โซล รวมไปถึงสายการบิน “ไทยไลอ้อนแอร์” ที่เตรียมนำเครื่องบินใหม่ 3 ลำ ไปประเทศจีน // ญี่ปุ่น // และเกาหลีใต้ โดยมีแผนทำการบินเส้นทาง ดอนเมือง-โตเกียว (นาริตะ) // ดอนเมือง-โซล (อินชอน) และดอนเมือง-ปูซาน รวมทั้งปีหน้ามีแผนเปิดเส้นทางใหม่ไปจีนอีก 5 เส้นทาง

และนี่ถือเป็นการเดินเกมธุรกิจเชิงรุกของบรรดาผู้ประกอบการสายการบินต่างๆของประเทศไทย เพื่อหวังขยายฐานลูกค้า และช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด แน่นอนว่า ภาพรวมการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินของไทยหลังจะนี้ จะเพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นอย่างแน่นอน!!!


แล้วสายการบิน “New Gen Airways” เป็นของใคร?

"New Gen Airways" เป็นสายการบินที่ก่อตั้งโดยคนไทย ที่เห็นโอกาสของการเติบโตจากตลาดนักท่องเที่ยวจีน ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้น 4 คน ประกอบ
1.นิตยา ขจรเกิยรติชัย 49.9995%
2.จุฑาทิพย์ วิลาด 49.9995%
3.ธีรวัฒน์ ลีลาภรณ์สกุล 0.0005%
4.ฤทธิ์ประพา ผริตะโกมล 0.0005%


- เปิดให้บริการมากว่า 3 ปี ภายใต้การมุ่งเน้นให้บริการในรูปแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) กับกลุ่มทัวร์จีนเป็นหลัก
- ปัจจุบันมีเส้นทางบินทั้งหมด 38 เส้นทาง ฝูงบิน 12 ลำ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787-400 จำนวน 4 ลำ และ 787-800 จำนวน 8 ลำ
- ตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นสายการบินพาณิชย์ระดับเอเชีย




คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ