News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

“Fire Protection Equipment” คำนิยามธุรกิจประมาณนี้ น่าจะไม่ค่อยคุ้นหรืออยู่ในมอนิเตอร์ของนักลงทุนบ้านเราเท่าไร ทั้งที่ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิง ออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิง มีการขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี และยังคงคอนเซ็ปต์การเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “คนซื้อไม่อยากใช้” แต่ยังไงก็ต้องมีไว้เพื่อความอุ่นใจ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 
แม้ในปีนี้ภาคก่อสร้างจะขยายตัวไม่มาก เนื่องจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐมีการล่าช้าออกไป และภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ แต่การติดตั้งระบบดับเพลิงของโครงการที่ลงทุนไปในช่วงก่อนหน้านี้ โครงการสถานีไฟฟ้าแรงสูง ดาต้าเซนเตอร์ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ภาคการผลิตต่างๆ ตลอดจนการ ปรับปรุง ซ่อมแซม ระบบดับเพลิงให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคารและโรงงาน ยังเป็นปัจจัยบวกทำให้ดีมานด์ขยายตัว และมูลค่าโดยรวมของธุรกิจเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 4,800 ล้านบาท เติบโต 7% ในปี 60
นอกจากนี้ธุรกิจ Fire Protection Equipment ยังอาจเรียกได้ว่าเป็น “ธุรกิจกึ่งผูกขาด” รายใหม่เข้ายาก รายเล็กต้องพึ่งพิง เพราะแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ระดับโลกที่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรมตามกฎหมายกำหนด มีเพียงไม่กี่แบรนด์ และมีรายใหญ่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเกือบทั้งหมด อีกทั้งงานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญพิเศษ บางกรณีต้องมีใบรับรองถึงจะดำเนินการได้ 
ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน 2 แห่งที่ดำเนินธุรกิจด้าน Fire Protection Equipment บริษัทแรก บมจ.หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ (HARN) จดทะเบียนใน mai และ บมจ.ไฟร์เทรด เอ็นจิเนียริ่ง (FTE) จดทะเบียนใน SET ทั้ง 2 รายเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์ดับเพลิงของประเทศ โดย FTE มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 18% และ HARN มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% 
FTE เบอร์ 1 ของตลาดปรับประมาณการรายได้ปีนี้โตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20% รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 990 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 12% อย่างไรก็ตาม FTE ถือว่ามีความได้เปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมายาวนานถึง 17 ปี โดยมีแบรนด์ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายแบบ นำเข้าเพียงรายเดียว 10 แบรนด์ และเป็นผู้จัดจำหน่ายร่วมกับ HARN อีก 5 แบรนด์ นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากงานออกแบบและติดตั้งระบบดับเพลิงมากขึ้นอยู่ที่ 31% จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 69% ในครึ่งปีแรก ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น มูลค่างานในมือปัจจุบันอยู่ที่ 450 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ 60-70%
ส่วน HARN ได้มีการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจเพิ่มเติมหลังการ Backdoor สัดส่วนรายได้ของบริษัท ประกอบด้วย อุปกรณ์ดับเพลิงและบริการติดตั้ง 45.38% ระบบเครื่องทำความเย็น 23.49%ระบบพิมพ์ดิจิทัล 23.27% และระบบปรับอากาศ-ระบบสุขาภิบาล 6.56% คาดการณ์รายได้รวมปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1,328 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 10% มูลค่างานในมือปัจจุบันอยู่ที่ 400 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ 80%
อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามต่อไปว่า “Fire Protection Equipment” จะยังสามารถเติบโตไปได้อีกนานแค่ไหน จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกรุงศรีระบุว่า มูลค่างานก่อสร้างโดยรวมของรัฐและเอกชนในช่วงปี 60-62 จะเติบโตเฉลี่ย 8-12% และคาดว่าในปี 61-62 หากแยกตามการโต อัตราการเติบโตของงานก่อสร้างภาครัฐเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 13-16% ต่อปี ภาคเอกชนอยู่ที่ประมาณ 2-4% ต่อปี โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มกลับมาลงทุนในช่วงปี 61 นอกจากนี้ยังมีงานในกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา ลาว พม่า) ที่มีการขยายตัวสูงจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
หากเป็นไปตามเทรนด์ดังกล่าว มูลค่างานอุปกรณ์และระบบดับเพลิงจำนวนมหาศาล กำลังทยอยปลดล็อคออกมาในตลาด ทุกโครงการมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และระบบดับเพลิงอย่างแน่นอน ถือเป็นปัจจัยบวกและโอกาสที่ดีของธุรกิจให้สามารถขยายงานได้ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของผู้เล่นแต่ละรายว่าจะคว้างานมาไว้ในมือได้มากน้อยขนาดไหน ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยน และความล่าช้าของโครงการต่างๆ ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้การเติบโตในอนาคตชะลอได้เช่นกัน

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ