News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

PwC มองธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนต้องการปฏิรูปการทำธุรกิจ(Business transformation)เพิ่มขึ้นโดยเร่งหาแนวทางในการขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเพื่อรับมือกับความท้าทายและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

นาย ซันดารา ราจ รามาเมอตีย์ ประธานกรรมการบริหารและหัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษาคนใหม่ของ บริษัทPwC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจในอาเซียนยังมีแนวโน้มสดใสแม้ว่าในแต่ละประเทศสมาชิกจะมีความผันผวนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพราะธุรกิจในภูมิภาคส่วนใหญ่มีจุดแข็งและความได้เปรียบในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆในยุคโลกาภิวัฒน์

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อาเซียนได้ฉลองโอกาสครบรอบ50ปีของการก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน โดยถือเป็นภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่7 ของโลกด้วยมูลค่า 2.5ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีประชากรรวมกันถึง 620ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อ และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ราว4.8%ในปีที่ผ่านมา

นาย ราจ มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษากับลูกค้าชั้นนำมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการวางกลยุทธ์ การเปลี่ยนถ่ายธุรกิจ การจัดการความเสี่ยง และ การบริหารบุคลากรกับการเปลี่ยนแปลง เป็นต้นโดยปัจจุบัน นาย ราจประจำการอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย

นาย ราจ กล่าวต่อว่า กระแสการเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน กำลังส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออาเซียน ไม่แพ้ภูมิภาคอื่นๆ ในโลก

“นอกเหนือจากการเข้ามาของดิจิทัลที่กระทบการดำเนินธุรกิจแล้วการเข้ามาของปัจจัยอื่นๆ เช่น การกลายเป็นเมืองที่เพิ่มขึ้น และการก้าวไปสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ต ซิตี้(Smart City) ในภูมิภาคยังส่งผลให้ความคาดหวังด้านบริการของผู้บริโภคต่อหลายๆ อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น บริการด้านสุขภาพและสาธารณสุข การศึกษา การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

“ถึงแม้ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นจะมีความท้าทายอยู่มาก แต่ก็แฝงไปด้วยโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจของบริษัทในภูมิภาคนี้ เราพบว่า แม้ว่าลูกค้าในอาเซียนจะมีความแตกต่างหลากหลายกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขามองหาวิธีการในการขับเคลื่อนการเติบโตให้เร็วขึ้น และเพิ่มความสามารถในการผลิตให้มากขึ้น”




ด้วยเหตุนี้PwCจึงได้ให้บริการธุรกิจที่ปรึกษาตั้งแต่กลยุทธ์สู่การปฏิบัติให้แก่ลูกค้า โดยประยุกต์ 3 มุมมองสำคัญที่เป็นความท้าทายอย่างยิ่งของธุรกิจในปัจจุบันคือรูปแบบการดำเนินธุรกิจประสบการณ์และเทคโนโลยี(Business, Experience and Technology methodology: BXT)เพราะการเปลี่ยนโฉมการทำธุรกิจนั้นต้องอาศัยความเฉียบแหลมของกลยุทธ์ ประกอบกับความเชี่ยวชาญในการสร้างประสบการณ์การใช้งานเฉพาะด้านและข้อมูลเชิงลึกในการผสมผสานเทคโนโลยีเกิดใหม่เข้ากับกิจการซึ่งเราเรียกสั้นๆ ว่ากระบวนการ บีเอ็กซ์ที(BXT method)

“การนำความรู้ความสามารถของ PwC ทั้งด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจและบริการที่ปรึกษาเชิงปฏิบัติการมาผสมผสานเข้ากับการออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้ ประกอบกับความชำนาญในเทคโนโลยีปัจจุบันและเกิดใหม่จะทำให้เราสามารถกำจัดอุปสรรคภายในองค์กรและสร้างสรรค์แนวคิดในการออกแบบซึ่งนั่นจะนำไปสู่ทางออกของการแก้ปัญหาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ให้แก่ลูกค้าในอาเซียนของเราได้” นาย ราจ กล่าว

นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทองหุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัทPwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า
“ปัจจุบันลูกค้าของเราส่วนใหญ่ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและไทยต่างพยายามปฏิรูปธุรกิจของตนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ การลงทุนในนวัตกรรม และ การเป็นพันธมิตรกับสตาร์ทอัพเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้ต่างไปจากเดิม แต่ปัญหาที่สำคัญคือบริษัทเหล่านี้ยังคงล้มเหลวในการปฏิรูปธุรกิจ เพราะยังคงใช้วิธีการเดิมๆ ที่มองแค่มิติเดียว ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามความต้องการ

“ด้วยเหตุนี้ การนำวิธีการในการเชื่อมโยงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันมาประยุกต์ใช้กับองค์กร ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการเปลี่ยนถ่ายธุรกิจสู่ดิจิทัล จะทำให้ผู้บริหารสามารถได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
นอกจากนี้ วิธีการดังกล่าว ยังช่วยให้ PwC สามารถนำบุคลากรมากความสามารถที่มีอยู่ทั่วทั้งเครือข่ายมาให้บริการลูกค้าได้อีกด้วย นางสาววิไลพรกล่าว

“โครงสร้างทางธุรกิจของงานด้านที่ปรึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะช่วยให้เราสามารถนำทาเลนต์ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาคมาให้บริการลูกค้าที่มีกิจการในประเทศไทยได้เพราะเรามีความได้เปรียบทั้งในเรื่องของความรู้และความชำนาญในตลาดท้องถิ่นที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันที่ก็มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกที่พร้อมจะให้คำปรึกษาและบริการระดับคุณภาพร่วมไปกับเรา”

นางสาว วิไลพรกล่าวสรุปว่า การที่รัฐบาลผลักดันนโยบาย ‘ไทยแลนด์ 4.0’จะยิ่งทำให้ความต้องการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านปัญญาประดิษฐ์ และ ระบบจัดการกระบวนการแบบอัตโนมัติ หรือ Robotic Process Automation(RPA) จึงคาดว่า ต่อจากนี้ไปเราจะเห็นธุรกิจไทยเร่งเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ระบบนิเวศแบบดิจิทัลเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด

Credit Cover Photo: BY MATEJ KRAJNC

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ