News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ขณะนี้บรรดาค่ายรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก ต่างหันมาให้ความสำคัญกับการมุ่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV กันอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ตกขบวนเทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต ล่าสุด “นิสสัน” ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ได้หยุดกระแสความสนใจของคนทั่วโลก ด้วยการเปิดตัว “นิสสัน ลีฟ” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ที่สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 400 กิโลเมตร

ขณะที่ค่ายหรูอย่าง “บีเอ็มดับเบิลยู” ก็มีการออกมาประกาศว่า รถยนต์ทุกแบรนด์ในเครือบริษัท จะจำหน่ายรถยนต์ EV ภายในปี 2025 ซึ่งตั้งเป้าจะจำหน่ายให้ได้ 12 รุ่น และรถยนต์ไฮบริดอีก 13 รุ่น รวมถึง “มินิ” ที่เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นผลิตจริงในปี 2019 หลังจากได้มีการพัฒนารถยนต์ต้นแบบออกมาโชว์ในงาน “แฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2017” ที่ประเทศเยอรมนี เช่นเดียวกับค่าย “วอลโว่” ที่วางแผนจะเดินหน้าผลิตและจำหน่ายรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าเต็มสูบตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

โดยมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่เพียง 0.2% เมื่อเทียบกับปริมาณรถยนต์ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก ซึ่งขณะนี้หลายประเทศมีการสนับสนุนให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการลดภาษี // สนับสนุนทางการเงิน หรือแม้แต่การให้สิทธิพิเศษต่างๆ

ขณะที่ประเทศไทยจากนโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาของกระทรวงพลังงาน ที่วางเป้าหมายไว้อีก 19 ปี จะมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้ง “EV” และ “ปลั๊ก-อินไฮบริด” ออกมาสู่ท้องถนนจำนวน 1.2 ล้านคัน เพื่อหวังลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ตามเทรนด์โลก เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต จึงเริ่มมีการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง

โดยเฉพาะด้านระบบสาธารณูปโภคอย่าง “สถานีอัดประจุไฟฟ้า” ที่ทั้งหน่วยงานรัฐ และเอกชนต่างเร่งเดินหน้าลงทุน ล่าสุดบริษัท พลังงานมหานคร จำกัด และบริษัทของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ก็เตรียมลงทุนระยะแรก 600 ล้านบาท เพื่อติดตั้งและเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายในปี 2561

จากปัจจุบันที่มีการเปิดให้บริการแล้ว 2 แห่ง คือ ศูนย์การค้าสยามพารากอนและสยามคาร์พาร์ค รองรับการชาร์จได้สถานีละ 6 คัน และได้พัฒนาแอฟพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนในการค้นหาสถานีชาร์จ การจองชาร์จล่วงหน้า

อย่างไรก็ตามการมาถึงของ “รถยนต์ไฟฟ้า” ไม่เพียงแต่การเตรียมความพร้อมของ “สถานีอัดประจุไฟฟ้า” ให้ครอบคลุม เพียงพอกับแนวโน้มการเติบโตในอนาคตเท่านั้น แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ จะต้องคำนึงถึง “เสถียรภาพ” และ “ความมั่นคง” ด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ เพราะอย่าลืมว่า ปัจจุบันไทยยังต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว // เมียนมาร์ หรือแม้กระทั้งมาเลเซีย ในขณะที่ปริมาณก๊าซสำรองในอ่าวไทย ก็จะหมดลงในอีก 20 ปีข้างหน้า...แล้วเราจะรับมืออย่างไร?!?!

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ