News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

นับวันค่าครองชีพของคนเมืองกรุงฯจะขยับปรับเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดต้องเตรียมควักกระเป๋าจ่ายค่าเดินทางเพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็น “ค่ารถไฟฟ้า” “ค่าเรือ” หรือแม้แต่ “ค่าผ่านทางพิเศษ” ที่ต่างพาเหรดเตรียมขยับปรับราคาเพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้า

ไล่เรียงจากกรมเจ้าท่า ประกาศปรับอัตราค่าโดยสารทางเรือในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีก 50 สตางค์ถึง 1 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มสูงกว่าเพดานเกินกว่า 10 วัน ดีเดย์ 14 กันยายนนี้ เป็นต้นไป โดยค่าโดยสารจะจัดเก็บตามประเภทเรือ คือ

1.เรือประจำทาง อัตราค่าโดยสารไม่เกินคนละ 9-11-13 บาท (ตามระยะ)

2. เรือด่วนพิเศษ ธงส้ม อัตราค่าโดยสารไม่เกินคนละ 15 บาท // 3. เรือด่วนพิเศษ ธงเหลือง อัตราค่าโดยสารไม่เกินตนละ 20 บาท // 4.เรือด่วนพิเศษ ธงเขียว อัตราค่าโดยสารไม่เกินคนละ 13-20-32 บาท (ตามระยะ) และเรือโดยสารในคลองแสนแสบ อัตราค่าโดยสารไม่เกินคนละ 9-11-13-15-17-19 บาท (ตามระยะ) หรือปรับเพิ่มขึ้นจากราคาปัจจุบันราว 1 บาท ส่วนเรือโดยสารข้ามฟาก อัตราค่าโดยสารใหม่จะเริ่มที่คนละ 3.50 – 6 บาท

          ขณะที่รถไฟฟ้า BTS ระบบคมนาคมยอดฮิตของคนกรุงเทพมหานคร ก็ประกาศปรับขึ้นราคาอีก 1 – 3 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ในเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต – สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ - สถานีสะพานตากสิน ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร จากราคา 15 - 42 บาท เป็น 16 - 44 บาท

          “รถไฟ” ระบบคมนาคมที่ขึ้นชื่อว่า เป็นที่พึ่งของประชาชนฐานราก ก็มีการประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเช่นกัน มีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถรุ่นใหม่ 115 คัน จำนวน 8 ขบวน ในอัตรา 15 - 20% หรือเพิ่มขึ้นราว 150 - 200 บาทต่อเที่ยว ใน 4 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ // เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ // เส้นทางกรุงเทพฯ- หนองคาย-กรุงเทพฯ // และเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ

          ขณะที่ประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางพิเศษ ก็ต้องเตรียมทำใจควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่มเช่นกัน เพราะ “การทางพิเศษแห่งประเทศไทย” เตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษ (ทางด่วน) จำนวน 2 เส้นทาง ในปี 2561 ได้แก่ ทางด่วนอุดรรัถยา สายบางปะอิน-ปากเกร็ด และทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) อีกช่วงละ 5 บาท ซึ่งเป็นไปตามสัญญาที่ต้องปรับค่าผ่านทาง ทุกๆ 5 ปี บนพื้นฐานอัตราเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภค (อัตราเงินเฟ้อ)

          ผลสุดท้ายแล้วประชาชนหาเช้ากินค่ำก็ยากที่จะปฏิเสธกับการแบกรับภาระค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น ต้อมยอมจำนนก้มหน้าก้มตาควักกระเป๋าจ่าย “ค่าโดยสาร” “ค่าผ่านทาง” ที่ขยับปรับเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก แต่ในอีกมุม หากราคาที่จ่ายแพงขึ้น มาพร้อมกับการยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย เพื่อคุณภาพชีวิตให้ดีไปอีกขั้น ก็อาจคุ้มค่ากับเงินที่ประชาชนต้องเสียไป!!! 

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ