News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

“หนี้ครัวเรือน” ถือเป็นปัญหาเรื้อรังสำหรับสังคมไทยมาโดยตลอด แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการหามาตรการในการแก้ไข แต่ปัญหาก็ไม่ได้ลดน้อยลง กลับเพิ่มสูงขึ้น และยิ่งนับวันจะเห็นตัวเลขคนไทยก่อหนี้ในระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อย และกลายเป็นหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น โดยที่จำนวนหนี้ไม่ได้ลดน้อยลงเมื่อเข้าใกล้วัยเกษียณ

โดยในรอบ 7 ปี คือระหว่าง 2552-2559 สัดส่วนประชากรที่เป็นหนี้เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 30% และหนี้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นจาก 7 หมื่นบาท เป็น 1.5 แสนบาท โดยคนที่อยู่ในวัยเกษียณ 60 - 80 ปี มีหนี้ซึ่งส่วนใหญ่คือสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ลดลง

ล่าสุดสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (สศป.) เปิดเผยผลงานวิจัยเรื่อง “X-Ray พฤติกรรมการกู้ของคนไทยผ่าน บิ๊กดาต้าของเครดิตบูโร” ว่า พฤติกรรมการกู้เงินของคนไทยมีหนี้ในทุกช่วงอายุ เฉลี่ยมีสัญญาเงินกู้ 3 สัญญา และมีจำนวนสถาบันการเงินที่ใช้ 2 แห่ง แต่มี 1 ใน 6 ของคนไทย มีเงินกู้ถึง 5 สัญญา และ 1 ใน 10 ที่ใช้สถาบันการเงิน 5 แห่ง ซึ่งกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี และวัยหลังเกษียณ มีสัดส่วนผู้กู้ที่มีหนี้เสียสูงกว่าช่วงอายุอื่น

นางโสมรัศมิ์ จันทรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สศป. ชี้ว่า ส่วนใหญ่คนที่มีสินเชื่อเพียง 1 ประเภท จะเป็นหนี้เสียมากกว่าคนที่มีสินเชื่อหลายประเภท โดยเฉพาะผู้ที่มีสินเชื่อรถยนต์ และจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว จะมีสัดส่วนผู้ที่มีหนี้เสียสูงที่สุดถึง 24% ของผู้กู้ทั้งหมด สะท้อนถึงผลของมาตรการรถคันแรก ที่กระตุ้นให้ผู้กู้ที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ตลาด

แต่หากแยกเฉพาะสินเชื่อรถจักรยานยนต์ พบว่า ผู้กู้ถึง 37% เป็นหนี้เสีย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากรายได้ที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเกษตร ประกอบกับสินเชื่อรถจักรยานยนต์เงินดาวน์ต่ำ ทำให้เมื่อไม่มีเงินผ่อน ผู้กู้จึงยอมทิ้งรถได้โดยง่าย  

ขณะที่ในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล เป็นสินเชื่อที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุดถึง 70% โดยมีสัดส่วนผู้กู้ที่เป็นหนี้เสียราว 15% ซึ่งแตกต่างจากสินเชื่อบ้านที่มีคนเป็นหนี้เสียเพียง 7 – 14% ส่วนใหญ่กว่า 36% มีบัตรเพียงใบเดียว และ 15% มีบัตรมากกว่า 5 ใบ ซึ่งพฤติกรรมกลุ่มคนที่มีบัตรเครดิตหลายใบ หรือถือบัตรเครดิต ของหลายสถาบันการเงิน จะเป็นหนี้เสียน้อยกว่า คนที่ถือบัตรเพียงใบเดียว และยังพบว่า กลุ่มวัยทำงาน (25-45 ปี) มีสัดส่วนหนี้เสียมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลพบว่า ผู้กู้มากกว่าครึ่งหนึ่งมีสินเชื่อเพียง 1 สัญญา แต่คนที่เป็นหนี้เสียส่วนใหญ่ จะเป็นคนที่มีสินเชื่อหลายสัญญา และหลายสถาบันการเงิน ซึ่งการใช้สินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อซื้อสินค้ากลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น โทรศัพท์มือถือราคาแพง // แว่นตา // และนาฬิกา เป็นต้น ดังนั้นนโยบายที่จะมากำกับดูแลหนี้ครัวเรือน หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สศป. เน้นย้ำว่า ควรมุ่งเป้าไปที่สินเชื่อบุคคล โดยเฉพาะการจำกัดจำนวนสัญญา และสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ตาม “หนี้ครัวเรือน” ที่เพิ่มสูงขึ้น ล้วนเกิดจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการขาดวินัย และทักษะในการบริหารเงินของคนไทย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมุ่งเน้นการให้ความรู้ทางด้านการเงิน ควบคู่ไปกับการสร้างวินัยในการใช้จ่ายใช้สอย และการออมที่ถูกวิธี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีแบบยั่งยืน 

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ