News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

กองทุนหุ้นต่างประเทศ ยังทำผลงานโดดเด่นในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาของปี และรู้มั้ยว่ากองทุนตลาดหุ้นจีนผงาดอยู่ใน Top Chart ผลตอบแทนสูงสุดของ FIF (Foreign Investment Fund) หลายกองทุน  
 
10 อันดับแรกของกองทุน FIF ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด (Year to Date  ณ วันที่ 31 ส.ค.) ตามฐานข้อมูล “มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) มีดังนี้ : 
 
1.กองทุนเปิดแอสเซทพลัสไชน่า     +39.99% (30 ส.ค. 60) 
2.กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า     +35.32% 
3.กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดจ่ายเงินปันผล     +34.98%  
4.กองทุนเปิดทหารไทย China Opportunity     +34.92%  
5.กองทุนเปิดทหารไทย China Opportunity เพื่อการเลี้ยงชีพ    +33.69% 
6.กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า สตาร์ พลัส     +32.12% (30 ส.ค. 60) 
7.กองทุนเปิดแอสเซทพลัสบริค     +30.99%  
8.กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล     +30.65% 
9.กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ     +29.84%  
10.กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน     +29.54% 
 
ลองมาเปิดพอร์ตแชมป์กองทุนสูงสุด “แอสเซทพลัสไชน่า”  ที่โชว์ผลตอบแทนสูงสุดจากทุกกลุ่มสินทรัพย์ ด้วยรีเทิร์น 40% พบว่ากองทุนนี้ ลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว นั่นคือ กองทุน E.I. Sturdza Strategic China Panda Fund ที่บริหารจัดการโดย E.I. Sturdza Strategic Management Limited  
 
Master Fund กองนี้ เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม "New Economy" ที่ได้รับอานิสงส์จาก 2 เทรนด์หลักๆ ที่เกิดขึ้นในจีน นั่นคือ : 

1) เทรนด์กำลังซื้อที่อยู่ในระดับสูงของคนจีน ซึ่งช่วยเพิ่มการอุปโภคบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น 
 
2) เทรนด์การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด 
(Disruptive Technologies) ที่ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสารสนเทศ มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น 
 
แล้วถ้าใครมีพอร์ตหุ้นต่างประเทศ มาถึงตอนนี้น่าจะถึงเวลา “ขายทำกำไร” หรือยัง? 
 
ผู้แนะนำการลงทุนของ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) บอกว่า หากมีกองทุนต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันหลายตลาดทำผลตอบแทนขึ้นมาได้อย่างโดดเด่น ผู้ลงทุนยังสามารถ "ถือ" เพื่อลงทุนต่อได้ เนื่องจากปัจจุบัน ตลาดหุ้นต่างประเทศ ยังมีโมเมนตัมในการไปต่อได้ แต่ถ้ามีเงินสด ที่พร้อมลงทุนเพิ่ม ค่าย "ยูโอบี" แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักในหุ้นไทย น่าจะเป็นกลยุทธ์น่าดีกว่า 
 
ส่วนศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ มองว่าปัจจุบัน Upside ของตลาดหุ้นทั่วโลก ค่อนข้างจำกัดแล้ว ทำให้มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการปรับฐานลงมาได้บ้าง ดังนั้น  จึงแนะให้ขายทำกำไรพอร์ตหุ้นในกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ โดยเฉพาะหุ้นเกาหลีใต้ หรือไต้หวัน ออกมาก่อน ส่วนหนึ่งเพราะมูลค่าหุ้นในกลุ่มประเทศนี้ ขึ้นมาพอสมควรแล้ว จากกระแส Fund Flow ไหลเข้า  ค่ายทิสโก้ยังแนะนำด้วยว่า เมื่อปรับพอร์ตระดับหนึ่งแล้ว การถือเงินสดติดพอร์ตไว้ น่าจะเหมาะกว่า เพราะในช่วงปลายปี ยังมีความเสี่ยงจากต่างประเทศที่อาจจะมีผลกดดันสินทรัพย์เสี่ยงได้ โดยเฉพาะนโยบายการเงินของเฟด และ ECB ที่จะเข้มข้นมากขึ้น 
 
ล่าสุด มีข่าวดีสำหรับใครที่กำลังต้องการขยายวงเงินลงทุนหุ้นต่างประเทศ  เมื่อแบงก์ชาติได้ปรับเพิ่มเพดานลงทุนหุ้นนอกเป็น 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 
 
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนหุ้นต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ภายใต้การปฏิรูปกฎเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนไทย ส่งเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น  โดยได้ขยายวงเงินจัดสรรสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่ ธปท. อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และบุคคลรายย่อยที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านตัวแทนการลงทุนในไทย เช่น กองทุนรวม และบริษัทหลักทรัพย์ จากเดิมวงเงินรวมจำนวน 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  
 
แบงก์ชาติระบุการดำเนินการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศของผู้ลงทุนไทย ที่ปัจจุบันมีความต้องการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น 
 
**********************************
ทีม Business & Finance , Money Channel

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ