News Update

นับเป็นอีกความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อวงการสื่อทีวีทั่วโลก รวมถึงสื่อทีวีไทย เมื่อสื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง “Facebook” ได้ประกาศเปิดตัว “Facebook Watch” แพลตฟอร์มวิดีโอใหม่ ที่มาในรูปแบบของแท็บ หรือหน้าต่างที่รวบรวมวิดีโอรายการต่างๆที่น่าสนใจ

ทั้งสารคดีดังระดับโลก // วิดีโอไลฟ์จากคนดัง // รายการสนทนา // ซีรีย์ รวมไปถึงการถ่ายทอดสดกีฬามาให้ดูกันแบบฟรีๆ โดยที่ผู้ชมไม่จำเป็นต้องรู้จัก หรือติดตามเพจนั้นๆมาก่อน ซึ่งสามารถดูทั้งผ่านแอพ // เว็บไซต์ // และ App on TV

สำหรับในส่วนของรูปแบบการคัดเลือกวิดีโอของ “Facebook Watch” จะคล้ายๆกับ “YouTube” ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอที่คนพูดถึงเยอะที่สุด (Most Talked About) // วิดีโอที่เพื่อนของคุณกำลังชมอยู่ // หรือวิดีโอตลกที่คนกด Haha เป็นจำนวนมาก

แต่มีการเพิ่มเติมมิติเชิง “โซเชียล” ที่เป็นจุดแข็งของ “Facebook” เข้ามา โดยมีการจัดหมวดหมู่ประเภทรายการต่างๆ // มีระบบติดตาม (watchlist) เพื่อให้สามารถติดตามรายการที่สนใจ และ Save เก็บไว้ดูภายหลังได้

รวมทั้งยังได้เพิ่ม Show Pages ที่เป็นแฟนเพจเฉพาะสำหรับรายการที่เป็นตอนๆไว้ให้คนติดตาม เพื่อรับแจ้งเตือน เมื่อมีตอนใหม่ๆ ซึ่งทุกรายการคนดูสามารถพูดคุยสื่อสารกันเกี่ยวกับเนื้อหารายการนั้นๆได้แบบเรียลไทม์
ไม่เพียงเท่านั้น “Facebook Watch” ยังวางตัวเองเป็น “Platform for Shows” ที่เปิดให้ผู้ผลิตสื่อ และคนทั่วไป สามารถเข้ามาสร้างสรรค์รายการได้ด้วยตัวเอง ซึ่งนี่อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ “Facebook” ก้าวสู่การเป็นเจ้าของรายการที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ไม่ต้องลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ หรือทำคอนเทนต์ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ในช่วงแรก “Facebook” จะเปิดทดลองใช้ “Facebook Watch”  ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก ก่อนที่จะทยอยไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่า จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ นับเป็นการเดินเกมธุรกิจของ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ผู้ก่อตั้ง Facebook ที่ต้องการทำให้คนทั่วโลกมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึก และสัมผัสได้ว่า “Facebook” เป็นแหล่งรวมวิดีโอทุกอย่างที่คนสนใจ โดยที่ Facebook จะสนับสนุนพันธมิตร และผู้สร้างคอนเทนต์ ให้เข้ามาร่วมกันสร้างชุมชน หรือ community บน Facebook

ปฏิเสธไม่ว่า นี่คือการขยับตัวครั้งสำคัญ ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้คู่แข่งโดยตรงอย่าง Youtube // Netflix และ Amazon’s Prime รู้สึกร้อนๆหนาวๆเท่านั้น ... แต่ยังมีแรงกระเพื่อมต่อ “วงการสื่อทีวี” ทั่วโลกรวมถึงไทย ที่จะต้องเตรียมปรับตัวตั้งรับกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นใช่กัน เพราะนี่อาจเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้ Landscape อุตสาหกรรมสื่อต้องเปลี่ยนแปลงไปอีกระลอก

ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเอง ก็คงต้องเร่งหามาตรการในการกำกับดูแล ที่ชัดเจน ครอบคลุม และรัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดปรากฎการณ์ “วัวหาย ล้อมคอก” เช่นที่ผ่านมา!!!!  

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ