News Update

สถานีโทรทัศน์ Money Channel และนิตยสาร Money & Wealth เชิญชวนประชาชนผู้ลงทุน ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของการออมและการลงทุน เพื่อสร้างเสถียรภาพความมั่งคั่งให้แก่ตัวเอง ในอนาคต ทั้งด้านการเงิน การดูแลสุขภาพ และการวางแผนใช้เงินตอบสนองไลฟ์สไตล์ ตามสโลแกน Wealthy-Heathy-Luxury จัดงาน “Future Wealth & Luxury Expo 2017 มหกรรมการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต” นำเสนอข้อมูล คำแนะนำ และช่องทางการออมการลงทุน ผ่านกิจกรรมสัมมนาและการออกบูธสินค้าและบริการด้าน การเงินการลงทุน การดูแลสุขภาพ สินค้าลักซ์ชัวรี ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคมนี้ ที่พารากอน ฮอลล์  ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

จักรชัย บุญยะวัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด กล่าวถึงที่มาที่ไปของการจัดงาน “Future Wealth & Luxury Expo 2017 มหกรรมการลงทุนเพื่อ ความมั่งคั่งในอนาคต” ว่ามีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการคือเพื่อสร้างกระแสให้ประชาชนตระหนักถึงความมั่นคง ในชีวิต ซึ่งโดยหลักๆ ก็คือความมั่นคงทางการเงินที่เป็น เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำ เกี่ยวกับการออมการลงทุนโดยใช้เครื่องมือทางการเงินประเภทต่างๆ ได้แก่ เงินฝาก การประกันชีวิต กองทุนรวม การลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ซึ่งสามารถนำไปใช้สร้างความ มั่งคั่งในอนาคตได้
ถัดมาคือเรื่องความมั่นคงด้านสุขภาพ เพราะนอกจาก จะมีการวางแผนทางด้านการเงินที่ดีพอแล้ว ก็ต้องมีการวางแผนการดูแลสุขภาพด้วย เพื่อลดหรือปิดความเสี่ยงของเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และอาจจะกระทบกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของ การออมการลงทุนเพื่ออนาคตที่ได้มีการวางแผนไว้
วัตถุประสงค์ข้อสุดท้ายคือการวางแผนการใช้เงิน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้มีความสุข ในการใช้ชีวิต ให้เป็นไปตามเป้าหมายหรือเป้าประสงค์ของแต่ละคน
นอกจากนี้ บริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว ซึ่งดำเนินกิจการสถานี โทรทัศน์ Money Channel และนิตยสาร Money & Wealth ซึ่งเป็นสื่อที่เผยแพร่ข้อมูลและความรู้ทางการเงินนอกเหนือไปจากการนำเสนอข่าวสารด้านเศรษฐกิจและสังคม ยังมีบทบาทหน้าที่ในการเผยแพร่ความรู้เรื่องการออม การลงทุน ทำการขยายฐานผู้ออมผู้ลงทุนให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการให้ข้อมูลความรู้ด้านการเงินหรือ Financial  Literacy

งานมหกรรม Wealthy Healthy & Luxury
ในงาน “Future Wealth & Luxury Expo 2017 มหกรรมการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต” ครั้งนี้ซึ่งริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก ได้มีการรวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆที่เกี่ยวกับการสร้างความมั่งคั่ง (Wealthy) ทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเงิน มีบูธจากสถาบันการเงิน ทั้งที่เป็นธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการลงทุน บริษัทประกัน และบูธจากสถาบันสุขภาพ โรงพยาบาล โยคะ ให้คำแนะนำการดูแลรักษาสุขภาพ (Healthy) และเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาสุขภาพในแต่ละช่วงอายุวัย ตลอดจนมีการนำเสนอแนวคิดเรื่องที่อยู่อาศัยในรูปแบบของบ้านพักที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในอนาคตด้วย
ในส่วนของธีมเรื่องไลฟ์สไตล์ มีการออกบูธเกี่ยวกับ Luxury Product หรือผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคนที่มี Wealth ในระดับที่แตกต่างกัน มีผลิตภัณฑ์ ที่อยู่อาศัยที่เป็นแบบ Luxury ทั้งบ้าน รถ เรือ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความบันเทิงส่วนตัว
ด้านเป้าหมายของกลุ่มผู้เข้าร่วมงานมี 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก คือกลุ่มคนทำงานในช่วงอายุ 45-60 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความพร้อมในเรื่องการเงิน มีกำลังซื้อและมองหาหนทางสร้างความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น ทำให้ชีวิตมีความมั่นคงในวันที่จะเกษียณอายุ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่สำคัญคือคนที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน อยู่ในช่วงอายุ 25-45 ปี ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เริ่มต้นสร้างฐานรากของชีวิต ให้ความสำคัญ เรื่องการออมเพื่อต่อยอดให้เกิดความมั่งคั่งในอนาคต คนกลุ่มนี้บางส่วนอาจเริ่มมีความมั่งคั่ง ก็สามารถวางแผนการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการที่พอใจในงานได้
จักรชัยมองว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประโยชน์จาก ธีมหลักของงานที่เกี่ยวกับเรื่อง Wealthy Zone Healthy Zone และ Luxury Zone 
“งานนี้เป็นงานครั้งแรกของไทยที่รวมเอา 3 zone หลัก ที่เกี่ยวกับการวางแผนในอนาคตเข้าด้วยกันเป็นแบบ 3 in 1 และมีการวางแผนการลงทุน การประกันชีวิต การแพทย์ การดูแลสุขภาพ และโซนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณ หรือสถานที่พักผ่อนตากอากาศในอนาคต ดังนั้นไม่ว่า ผู้เข้าร่วมงานจะอยู่ในช่วงอายุใดก็ตาม กำลังสร้าง wealth หรือเริ่มมี Wealth หรือต้องการต่อยอด Wealth ให้เพิ่มขึ้น งาน Expo นี้น่าจะตอบโจทย์ของทุกคนได้” จักรชัยกล่าว
เขาคาดหวังว่างาน “Future Wealth & Luxury Expo 2017 มหกรรมการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในอนาคต” จะช่วยสร้างแรงจูงใจหรือ Motivation ในการออมการลงทุน “ในฐานะผู้จัดงาน ผมพยายามที่จะให้ประชาชนที่เข้ามา ร่วมงาน ตระหนักเรื่องการออม คนที่ลงทุนอยู่แล้วอาจต้องมีการออมเพื่อให้สามารถไปถึงวัตถุประสงค์ที่ตั้ง เป้าหมายไว้ในอนาคต”
“ผมอยากให้คนไทยมีการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณให้ดีขึ้น เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่มีใครช่วยใครได้นอกจากท่านต้องช่วยตัวเอง สร้างความมั่นคงทางการเงินให้ตัวเองและครอบครัวในอนาคต”
“ผมคิดว่ากิจกรรมที่เราจัดขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยู่ใน วัยทำงานหรือคนที่ใกล้บรรลุวัตถุประสงค์ของการลงทุนแล้ว ซึ่งเราก็อยาก ที่จะจัดให้มีงาน Expo เช่นนี้เป็นประจำทุกปี”
นอกเหนือจากบูธสินค้าและบริการทางการเงิน สุขภาพ และสินค้าหรูหราแล้ว ไฮไลต์สำคัญอย่างหนึ่งคือจะมีการจัดทำหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก เรื่อง “ยิ่งลงทุน ยิ่งรวย เกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF” เพื่อออกจำหน่ายในงานนี้เป็นครั้งแรกด้วย 
“ผมคิดว่าเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์มากอย่างหนึ่งในปัจจุบัน และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐก็คือกองทุนรวม RMF ที่สามารถนำเงิน ลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด หนังสือเล่มนี้ จะเป็นการตอกย้ำสำหรับคนที่ลงทุนมาแล้วหรือไม่เคยลงทุนมาก่อนเลยในกองทุนรวม RMF ให้ได้ทราบว่าสถานะของกองทุนรวม RMF ในปัจจุบัน ผู้บริหารกองทุนทุกท่านมีสไตล์การบริหารกองทุนอย่างไร มีกระบวนการคัดเลือกการลงทุนอย่างไร มีผลดำเนินงานอย่างไร ทำให้ได้ทราบข้อมูลว่าบลจ.แต่ละแห่งมีความชำนาญในการลงทุนด้านใด อาจเป็นตราสารหนี้ หุ้นขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ หนังสือเล่มนี้จะบอกคุณลักษณะของกองทุน สไตล์การลงทุนของ บลจ. ผู้ลงทุนชอบแบบไหน ก็สามารถพิจารณาเลือกได้ตามสไตล์ของตัวเอง”

ออมเพื่อเกษียณ – วาระแห่งชาติ วาระแห่งชีวิต
ในฐานะผู้บริหารสื่อด้านการออมการลงทุน จักรชัยให้มุมมองเรื่องการเกษียณว่า “ผมเข้าใจว่าคนส่วนมากพอจะทราบข้อมูลเรื่อง Life Expectancy หรือค่าเฉลี่ยของอายุคนในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้น จากอดีตมีค่าเฉลี่ยอายุคนที่ 65 ปี แต่ปัจจุบันขยับขึ้นมาเป็น 75-85 ปี และผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากความเสี่ยงด้านกิจกรรมในชีวิตประจำวันมีน้อยกว่า ซึ่งแปลว่าหลังจากที่เราเกษียณแล้ว ยังต้องใช้ชีวิตต่อไปอีก 25-35 ปี และคนเราอาจจะมีรายได้ไม่มากพอ หรือหากคิดว่ามีรายได้มากพอ แต่มีความมั่นใจมากเพียงใดที่จะอยู่ต่อไปอีกถึง 35 ปี โดยเฉพาะหากได้ทราบเรื่อง ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล”
“ดังนั้นกล่าวได้ว่าการออมเพื่อการเกษียณควรเป็นวาระแห่งชาติ หรือเป็นวาระแห่งชีวิตที่ทุกคนต้องทำ ยิ่งทำเร็วเท่าไรก็ยิ่งเกิดประโยชน์กับตนเองมาก เพราะการลงทุนเพื่อการเกษียณนั้นต้องเป็นการลงทุนในระยะยาวและเป็นการลงทุนที่สม่ำเสมอ มีวินัยในการลงทุน เงินน้อยเงินมากไม่สำคัญเท่ากับการมีวินัยในการออมการลงทุน”
“ผมพูดเสมอว่าหากเราได้เงินมาไม่ว่าจากทางใด เช่น เงินเดือนหรือ รายได้พิเศษ คนไทยปัจจุบันมักใช้ก่อนเก็บ แต่ผมอยากเห็นคนไทยเก็บก่อนใช้ ผมคิดว่าหากคนไทยตระหนักเรื่องการออมการลงทุน มีชีวิตที่ยาวขึ้น มีการสำรองเตรียมความพร้อมค่ารักษาพยาบาลที่เพียงพอเพราะตัวเลขนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น เรากลับมาดูตัวเองวันนี้ว่าเรามีเงินออมเงินสำรองเพียงพอหรือยัง รีบวางแผนทางการเงินตั้งแต่ต้นๆ เครื่องมือทางการลงทุนในปัจจุบันมีมากมาย ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ รีบลงทุนตั้งแต่วันนี้ อย่ารอเลยครับ”

โครงการ Swan Lake Residence Khaoyai
โครงการคอนโดฯ “Swan Lake Residence Khaoyai” ของบริษัท Elysian Development ซึ่งเป็นบริษัทน้องใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริหารงานโดย MD สาว “รีน่า อุดมคุณธรรม” บุตรสาวของ “มานิต อุดมคุณธรรม” หนึ่งใน ผู้ร่วมก่อตั้งห้างสรรพสินค้า “โรบินสัน” และอดีตผู้บริหารสูงสุดแห่ง “โฮมโปร”  ถือเป็นโครงการคอนโดฯ ตากอากาศที่ได้รับความสนใจจากคนกรุงเทพฯ ผู้โหยหาธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์อย่างล้นหลามในยามนี้
ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ Swan Lake Residence Khaoyai นั้นดูราวกับฉากในหนัง The Sound of Music จากพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ด้วยความรักต้นไม้และหลงใหลในธรรมชาติ บวกกับความตั้งใจที่ต้องการสร้างบ้านพักไว้อยู่กันเองในครอบครัวบนที่ดินผืนนี้ มานิตได้ลงทุนวางแลนด์สเคป (Landscape) ด้วยตัวเองโดยจ้างบริษัทออกแบบชั้นนำคือ L49 มาช่วยวางมาสเตอร์แพลน (Master Plan) 
เริ่มจากการขุดสระแห่งแรก ขยายใหญ่ขึ้นจนเป็นทะเลสาบ และจาก 1 ทะเลสาบ ก็ขยายกลายเป็น 7 แห่ง พร้อมกับเลี้ยงสัตว์ในทะเลสาบ ทั้งปลาคาร์ฟ 50,000 ตัว หงส์ 40 ตัว และเป็ดแมนดารินนับ 100 ตัว อีกทั้งยังทยอยปลูกต้นไม้ใหญ่น้อยและต้นไม้หายาก จนปัจจุบัน มีไม่ต่ำกว่า 40,000 ต้น
ที่ดิน 68 ไร่จากพื้นที่ทั้งหมดราว 200 ไร่ถูกแบ่งมาทำโครงการ Swan Lake Residence โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวน 282 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท สนนราคาเริ่มต้นที่กว่า 8.4-9.4 ล้านบาท สำหรับยูนิตแบบ 1 ห้องนอน (ตกแต่งเสร็จ) ไปจนถึงกว่า 29-30 ล้านบาทสำหรับเพนท์เฮาส์ (ตกแต่งเสร็จ)
นับจากเปิดตัวโครงการเมื่อปลายปีที่แล้ว เรียกได้ว่ากระแสความสนใจของ ลูกค้าไหลเข้ามาไม่ขาดสาย จนโครงการสามารถปิดการขายห้องในเฟส 1 และ 2 จำนวน 112 ยูนิต ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ภายใน 28 วัน รวมถึง ได้รับผลตอบรับที่ดีในการขายเฟสสุดท้ายอีก 170 ยูนิต เมื่อกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา

บริษัท ไอเอฟซีจี จำกัด ผู้บุกเบิกนวัตกรรมทางการเงิน
IFCG (Independent Financial Consulting Group) เป็น กลุ่มที่ปรึกษาการเงินอิสระ ผู้บุกเบิกธุรกิจที่ปรึกษาการเงิน ซึ่งให้บริการวางแผนการเงินครบวงจร นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย พร้อมคำแนะนำที่เป็นกลาง สร้างแผนการเงินเฉพาะบุคคล ด้วยการจัดสรรสินทรัพย์อย่างมีแบบแผน เพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินอย่างมั่งคั่ง และมั่นคง ทั้งภาคส่วนบุคคล และธุรกิจ
IFCG เป็นผู้นำนวัตกรรมทางการเงิน ที่สนับสนุนให้ที่ปรึกษาการเงินช่วยลูกค้าวางแผนให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน เพื่อความมั่งคั่งอย่างมั่นคงและถาวร โดยมองความสำเร็จทางการเงินของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ที่ปรึกษาการเงินของ IFCG จำเป็นต้องผ่าน คุณสมบัติขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่ทางสมาคมกำหนดอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงสถานะ “Trusted Advisor” ที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ ของ IFCG College ปัจจุบัน เรามีที่ปรึกษาการเงิน มากกว่า 150 ชีวิต ที่คอยดูแล และ วางแผนการเงินให้กับลูกค้า
IFCG ให้บริการวางแผน 2 รูปแบบคือ
(1) การวางแผนการเงินส่วนบุคคล (Individual Planning) เป็นเรื่องพื้นฐานที่มีผู้มีรายได้ควรคำนึงถึงก่อนเป็นอันดับแรก บริษัทมี Platform ในการใช้จัดเก็บสถานะทาง การเงินที่เรียกว่า “iPlan” ซึ่งเป็นนวัตกรรม และลิขสิทธิ์เฉพาะของ IFCG เพื่อใช้รายงานสถานะความพร้อม เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพทางการเงินของลูกค้า เป็นนวัตกรรมที่ทำให้ Advisor รู้จักกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น  ทำให้สามารถวิเคราะห์ และจัดรูปแบบการออม การลงทุน ที่เหมาะกับลูกค้าได้มากที่สุด
(2) การวางแผนการเงินส่วนธุรกิจ (Business Planning) เป็นการวางแผนการเงินในธุรกิจองค์กร ด้วยทีมงานที่เป็นมืออาชีพด้านการวางแผนในรูปแบบองค์กร ในด้าน ต่างๆ ได้แก่ วางแผนภาษีองค์กร (Business Tax Planning)  วางแผนคุ้มครองบุคคลสำคัญในองค์กร (Keyman Protection) การจัดสรรสินทรัพย์ และ ธุรกิจ (Business Asset Planning) การส่งต่อธุรกิจ และจัดสรรหุ้นส่วนองค์กร (Business Transfer Planning)

ข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี by ณุศาศิริ
บมจ.ณุศาศิริ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้เช่าในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ธุรกิจขายที่ดินเปล่าและบ้านพร้อมที่ดิน (บ้านเดี่ยวระดับ A และ B) ธุรกิจขายพื้นที่และให้เช่าพื้นที่ในส่วนของพลาซ่าทางด้านสุขภาพ ธุรกิจรับจ้างก่อสร้าง ธุรกิจประเภทคอนโดมิเนียม Low-Rise และ High-Rise ธุรกิจ ให้เช่าพื้นที่ Sport Mall และ Community Mall สวนน้ำพลาซ่า และธุรกิจสนามกอล์ฟ
โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและอยู่ในระหว่างการขายของบริษัทฯ ด้วยข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี ได้แก่
• โครงการบ้านเดี่ยว ณุศา มาย โอโซน เขาใหญ่ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในทุกด้านทั้งบ้าน โรงแรม และรีสอร์ท 
• โครงการณุศาศิริ ซิตี้ พระราม 2 มีขนาด 350 ไร่ ตั้งอยู่บน ถ.พระราม 2 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีจุดเด่นอยู่ที่ความครบครันของโครงการ และความสะดวกสบายของการใช้ชีวิต นอกจากบริเวณที่พักอาศัยซึ่งประกอบไปด้วย เฟส 1 (Greenery) เฟส 2 (Lake Como) และ เฟส 3 (Chivani) ด้านหน้าโครงการยังเป็นที่ตั้งของ Community Mall Nuza Avenue ซึ่งได้รับการพัฒนา และบริหารโดยบริษัทฯ รวมทั้งพื้นที่สำหรับโรงเรียนนานาชาติและศูนย์สุขภาพอีกด้วย 
• โครงการณุศา ชีวานี พัทยา มีขนาดพื้นที่กว่า 185 ไร่ เฟส 1 มีจำนวน 84 ยูนิต ตั้งอยู่ที่ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ถือเป็นโครงการที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมในเขตพัทยา-ชลบุรี 
• โครงการคอนโดมิเนียม เมอเวนพิค เรสซิเดนซ์ เอกมัย กรุงเทพฯ เป็นโครงการที่สร้างมาตรฐานการอยู่อาศัยใหม่กับคอนโดมิเนียมสูงใจกลางกรุงเทพมหานครที่ฉีกแนวความคิดแบบเดิมๆ ของคอนโดมิเนียมทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยสถาปัตยกรรมที่ล้ำกว่าใคร ตกแต่งทางเดินภายในด้วยผลงานศิลปะ สร้างบรรยากาศเสมือนเดินอยู่ท่ามกลาง Art Gallery 
• โครงการณุศา ศรีราชา นำหลักการออกแบบ สวนหินญี่ปุ่น หรือเซนการ์เด้น มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบและก่อสร้าง มีการจัดวางอาคารที่ออกแบบให้สามารถมองทะลุ เห็นบรรยากาศทะเลสุดขอบฟ้า ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายและเป็นอิสระ
• โครงการ ณุศา สเตท ทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนถนน สีลม 
โครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่นๆ ได้แก่ โครงการ Bangkok Mediplex เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ยา และอุปกรณ์การแพทย์ ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย โครงการสวนอาหาร Gourmet District ถนนพระราม 2 และโครงการด้านสุขภาพและกีฬา Sport Mall ที่ถนนเกษตรนวมินทร์

เมืองไทยประกันชีวิต บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดดำเนินกิจการด้านธุรกิจประกันชีวิต เพื่อให้บริการแก่ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรมและมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้มั่นคงตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่เริ่มกิจการอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2494 
บริษัทฯ ได้สร้างความเด่นชัดในองค์กรให้เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นบริษัทของคนหัวคิดทันสมัย โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาการตลาดผ่านช่องทางอื่นๆ เพื่อตอกย้ำถึงนโยบายการตลาดแบบ Multi Distribution Channels, Multi Targets ที่บริษัทฯ ได้ปฎิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและแข็งแกร่ง 
บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ทั้งเน้นออมระยะสั้น การออม พร้อมเงินคืน การออมเน้นลดหย่อนภาษีสูงสุด ซึ่งแบบประกันเหล่านี้สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนและบริหารการเงินอย่างเหมาะสม 
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เน้นความคุ้มครองและมีเงินจ่ายคืนถ้าไม่เคยเคลม คือ Income protector, Health return cash, PA return bonus พร้อมทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อพี่น้องชาวมุสลิม เพื่อเน้นความคุ้มครองเงินกู้ เมืองไทย ตะกาฟุล ฮุสนา และแบบประกันเพื่อความคุ้มครองกลุ่มลูกค้ามุสลิม สัญญาเพิ่มเติม ตะกาฟุล ความคุ้มครองโรคมะเร็ง การยกเว้นเงินสมทบตะกาฟุล ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร
ด้านผลิตภัณฑ์เพื่อกลุ่มลูกค้าในทุกช่วงวัย ได้แก่ โครงการ เมืองไทยวัยเก๋า เอ็กซ์ตร้า เป็นโครงการซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองชีวิตแบบสบายใจจนครบอายุ 90 ปี พร้อมกับความคุ้มครองอุบัติเหตุและอุบัติเหตุสาธารณะ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ต้องการความมั่นใจและมีหลักประกันที่รองรับความมั่นคงในช่วงบั้นปลายชีวิต ด้วยเบี้ยประกันภัยแบบสบายๆ เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงที่ต้องปรับตัว ตามปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรองรับกับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ 
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในเรื่องของการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างดีเยี่ยม และ มั่นใจว่าบริษัทฯ เป็นผู้นำในด้านการบริการลูกค้า ซึ่งนอกจากการให้บริการ ที่สะดวก รวดเร็ว ด้านกรมธรรม์ประกันชีวิต ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา บริษัทฯ จัดกิจกรรมสำหรับผู้เอาประกัน ที่เป็นสมาชิกเมืองไทย Smile club อย่าง มากมาย เพื่อเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นสมาชิกบัตรดังกล่าว โดยจัดกิจกรรมแบ่งตาม Life style ของสมาชิกฯ

บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG)
ดําเนินกิจการโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัดผ่านบริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม รวมทั้งหมด 5 แห่งโดยแบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ 2 แห่ง และต่างจังหวัด 3 แห่ง ให้บริการด้านการรักษาพยาบาลโรคทั่วไป และเป็นศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ โดยมีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการเข้าอบรมความรู้และเทคโนโลยีในการรักษาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมการให้บริการด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ ทันสมัย ส่งผลให้โรงพยาบาลฯ ภายใต้กลุ่มบริษัทฯ มีการให้บริการที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาล (Hospital Accreditation: HA) จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เป็นการรับรองว่าโรงพยาบาลฯ ภายใต้กลุ่มบริษัทฯ มีการจัดระบบงานที่ดี เอื้อต่อการให้บริการอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย

บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด
เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง SBI Group ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำในการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ด้วยมาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่งประเทศญี่ปุ่น และบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด หนึ่งในห้าของบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ในประเทศไทย พร้อมนำเสนอบริการที่มีมาตรฐานเดียวกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้บริการแก่นักลงทุนทุกท่านด้วยปรัชญาและแนวคิดใหม่ๆ เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของสังคมยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร
เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร จัดตั้งเมื่อปี 2540 เป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจหลักทรัพย์ของประเทศไทยในส่วนงานวาณิชธนกิจและนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าสถาบัน เป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ หมายเลข 6 ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ 8 ประเภท นอกจากนี้ ยังได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 4 ประเภท โดยได้เข้าเป็นสมาชิกของบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในปี 2548 และนอกจากธุรกิจดังกล่าวข้างต้น หลักทรัพย์ ภัทร ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาประเภท A ให้บริการในฐานะที่ปรึกษาสาขาการเงินกับกระทรวงการคลัง และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางการเงินอีกด้วย

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด
บลจ.วรรณ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2535 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท (ชำระเต็มมูลค่า) ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจจัดการกองทุนรวม (Mutual Fund) ธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) และจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) บริษัทฯมีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายการทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ บริหารการลงทุนด้วยกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนที่ มุ่งหวังผลตอบแทนที่ดี ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมและสอดคล้อง กับสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้ง บลจ.วรรณ ยังมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพอย่างดีที่สุดต่อผู้ลงทุน ดังคำขวัญที่ว่า “บลจ.วรรณ ที่หนึ่งในด้านการลงทุน”

บริษัท ซันเพลย์ เอเชีย จำกัด
ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ สำหรับผู้สูงอายุ เชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการเพื่อผู้สูงอายุ ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยร่วมทุนกับ บริษัท แม็คอาร์เธอร์ โปรเจกต์ จำกัด และพันธมิตร เปิดบริษัท ซันเพลย์ บางเสร่ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ดำเนินโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อผู้สูงวัย โดยมีโครงการแรกคือ “ซันเพลย์ บางเสร่” มูลค่าโครงการกว่า 3,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 175 ไร่ ภายในโครงการประกอบด้วย โครงการ “เดอะไฮทส์” คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ บนพื้นที่ 11 ไร่ รวม 70 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,250 ล้านบาท แบ่งพัฒนาเป็น 2 เฟส  โดยในเฟสแรกจะพัฒนา 2 อาคาร รวม 44 ยูนิต ราคา เริ่มต้น 12-30 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จในปี 2562 และมีแผนจะพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภท วิลล่า ประมาณ 50 ยูนิต และสร้างคลับเฮาส์ภายใต้ชื่อ “เดอะ ซันเพลย์ คลับ” บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)
เป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อให้บริการด้านการลงทุนในทุกช่องทาง มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองรูปแบบการ ลงทุนสมัยใหม่ มีการทำวิจัยโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญการ ลงทุน เพื่อส่งมอบโอกาสลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ทีมงาน นักวิเคราะห์ของบริษัทได้สร้างบทวิจัยที่แม่นยำและทันเหตุการณ์ และยังมีเครื่องมือช่วยการลงทุนในทุกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ด้วยรูปแบบที่ทันสมัยใช้งานง่าย เพื่อตอบสนองรูปแบบการบริโภคข้อมูลในยุคปัจจุบันที่ต้องการความกระชับและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและภายใต้ความร่วมมือจากกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า ซึ่งมีความเพียบพร้อมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินและเครือข่ายที่ครอบคลุมในเอเชียแปซิฟิก 

ชายน์นิ่งโกล์ด กรุ๊ป
เป็นกลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายทองคำแท่งออนไลน์ และทองคำรูปพรรณปลีก/ส่งครบวงจร เกิดขึ้นจากการ ร่วมทุนระหว่างห้างทองในเครือ เจี่ยเจี้ยเชียง ซึ่งเป็นผู้มีความชำนาญ ด้านการจำหน่ายทองรูปพรรณ และเป็นผู้บุกเบิกด้านการผลิตทองรูปพรรณ ที่ทันสมัยมายาวนาน กว่า 60 ปี ด้วยความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ บน พื้นฐานในการใช้เทคโนโลยีผสานองค์ความรู้ปัจจุบัน ชายน์นิ่งโกลด์ กรุ๊ป ได้พัฒนาธุรกิจค้าทองคำอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคุณภาพสินค้า และการบริการตั้งแต่การนำเข้า/ ส่งออก, ระบบการผลิต, การสกัดทองคำ, ระบบห่วงโซ่ธุรกิจ, การสั่งซื้อขาย ปลีก-ส่ง ผ่านช่องทางต่างๆ ที่ปลอดภัย ทันสมัย และได้มาตราฐาน จนกลายเป็นผู้นำทางด้านผลิตและซื้อขายทองคำที่ทันสมัยและครบวงจรอย่างแท้จริง

จากคอลัมน์ COVER STORY ของนิตยสาร Money&Wealth ฉบับที่ 172 เดือนสิงหาคม 2560

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ