News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น “เซินกา” ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัด “สกลนคร” และ “นครพนม” ที่ต้องเผชิญกับปัญหามวลน้ำจำนวนมหาศาลกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลบ่าทะลักเข้าท่วมพื้นที่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน สร้างความเสียหายในวงกว้างนับแสนไร่ ซึ่งถือเป็นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่หนักสุดในรอบกว่า 40 ปี

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2560 ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย และน้ำไหลหลากในพื้นที่ 43 จังหวัด 221 อำเภอ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 33 จังหวัด ยังคงเหลือ 10 จังหวัด ที่ยังคงเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร // ร้อยเอ็ด // นครพนม // นครราชสีมา // กาฬสินธุ์ // ยโสธร // มุกดาหาร // อำนาจเจริญ // และอุบลราชธานี ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา

ล่าสุดนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ออกมายืนยันถึงผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นขณะนี้ว่า จะเป็นเพียงผลระยะสั้น และไม่มีผลต่อภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ โดย กกร. ยังคงกรอบแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ระดับ 3.5 – 4.0%  

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสกลนครว่า บริษัทประกันจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงถึง 1,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าความเสียหายต่อรถยนต์ที่เอาประกันภัย จากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1

รวมถึงประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2 บวก หรือ 3 บวก ที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติม 400 - 500 คัน ความเสียหายกว่า 250 ล้านบาท ความเสียหายต่อทรัพย์สิน จากกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ รวมถึงการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักจากเอสเอ็มอีและร้านค้า ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอีก 200 - 500 ล้านบาท

ขณะที่ความเสียหายต่อพื้นที่ปลูกข้าวนาปี จากกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 ซึ่งมีเกษตรกรซื้อประกันภัยข้าวนาปีกว่า 340,000 ไร่ ซึ่งถ้าเกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิงจะได้รับค่าสินไหมทดแทนไร่ละ 1,260 บาท รวมวงเงินกว่า 428.4 ล้านบาท


สินไหมทดแทนน้ำท่วม จ.สกลนคร
ประเภทกรมธรรม์                                      มูลค่าความเสียหาย(หน่วย:ล้านบาท)
รถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1, 2บวก, 3บวก             250
ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ ธุรกิจหยุดชะงัก            200 - 500
ข้าวนาปี ปีการผลิต 2560                                         428.4

รวมวงเงินจ่ายค่าสินไหมทดแทน                              1,000
ที่มา : สมาคมประกันวินาศภัยไทย


สอดคล้องกับนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ประเมินว่า หากน้ำท่วมต่อเนื่องนาน 1 สัปดาห์ จะสร้างความเสียหายรวมราว 1,000 - 3,000 ล้านบาท ทั้งจากความเสียหายทรัพย์สิน บ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร แต่หากน้ำท่วมนานต่อเนื่องถึง 1 เดือน ความเสียหายรวมจะเพิ่มเป็นประมาณ 3,500 - 5,000 ล้านบาท แต่ก็เชื่อว่า เหตุการณ์จะไม่ยืดเยื้อ รุนแรง และไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม  

แม้หลายฝ่ายจะมั่นใจว่า วิกฤตน้ำท่วมอีสานรอบนี้ จะเป็นภาวะชั่วคราวที่ไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศมากนัก แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่เป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดซ้ำเติมแนวโน้มราคาพืชผลเกษตรให้ยิ่งตกต่ำ ฉุดรั้งกำลังซื้อประชาชน และเศรษฐกิจฐานรากให้ทรุดหนักลงไปอีก!!!

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ