News Update

ตั้งแต่สัปดาห์นี้ ต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้า มีกองทุนออกใหม่หลายกองมาให้ผู้ลงทุนได้เลือก สำหรับการวางพอร์ตแบบไม่เสี่ยงมากนัก และตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนในภาวะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังอยู่ในระดับต่ำ

ช่วงนี้มี 2 กองทุนออกใหม่ ที่ตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทน สู้กับอัตราเงินเฟ้อ และได้ยิลด์สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ที่สำคัญ ไม่เพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนมากนัก

เริ่มที่กองทุนใหม่จากค่าย "บลจ.กรุงศรี" กับกองทุนที่ชื่อว่า "กองทุนเปิดกรุงศรีชีวิตดี๊ดี (KFHAPPY)" ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงจากการลงทุนในตราสารหนี้ และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความสมดุล ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สามารถสู้กับอัตราเงินเฟ้อได้

โดยกลยุทธ์ของกองทุน จะให้น้ำหนักในตราสารหนี้เป็นหลัก โดยกำหนดสัดส่วนเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 75% ซึ่งตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนส่วนใหญ่ จะอยู่ในตราสารหนี้คุณภาพที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อรักษาระดับความสม่ำเสมอของผลตอบแทน ส่วนที่เหลือไม่เกิน 25% จะอยู่ในหุ้น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ REITs โดยในส่วนของหุ้น จะไม่มีข้อจำกัดด้านขนาดและประเภทหุ้นที่สามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มการเติบโตของผลตอบแทน

บลจ.กรุงศรี ให้ข้อมูลด้วยว่า นักลงทุนที่ร่ำรวยในโลกนี้ ต่างก็ ไม่ได้ลงทุนตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว แต่จะมีพอร์ตหุ้นควบคู่กันไปด้วย และแม้ "ตราสารหนี้" จะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และเหมาะสมต่อการลงทุนมากที่สุด แต่ก็ไม่ สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีพอที่จะสร้างความมั่งคั่งได้

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ผ่านมา พบว่า การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น 1 ปี เป็นระยะเวลา 10 ปี สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 2.91% หรือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเป็นระยะเวลา 10 ปี สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 5.29% ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นเป็นระยะเวลา 10 ปี สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีถึง 12.67% (ข้อมูล: Morningstar ณ 31 พ.ค. 60)

และจากสถิติที่ผ่านมา ยังพบด้วยว่า กว่า 94% ของผลตอบแทนในการลงทุน มาจากการจัดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ในขณะที่การจับจังหวะการลงทุน ส่งผลต่อผลตอบแทนโดยเฉลี่ยเพียงแค่ 2% เท่านั้น

ดังนั้น ค่าย "กรุงศรี" จึงมองว่า การกระจายการลงทุนและจัดสัดส่วนลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างเหมาะสม มากกว่ามุ่งเน้นการจับจังหวะลงทุน จะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดความผันผวน พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

อีกหนึ่งกองทุนออกใหม่จาก "บลจ.ไทยพาณิชย์" นั่นคือ "กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ เวิลด์อินคัม (SCBWIN)" ที่เน้นกลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ตอบโจทย์นักลงทุน ที่ต้องการมีรายรับระหว่างทางด้วย

ทั้งนี้ กอง “SCBWIN” จะลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศที่ชื่อว่า "BGF Global Multi-Asset Income" ที่บริหารจัดการโดย BlackRock บริษัทจัดการกองทุนสัญชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้นโยบายการลงทุนแบบยืดหยุ่นในหลายสินทรัพย์ โดยที่ผู้จัดการกองทุน สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้แบบไม่มีข้อจำกัด ตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ

กองทุนของ "BlackRock" กองนี้ ยังมีเป้าหมายเน้นสร้างผลตอบแทนด้วยการจ่ายกระแสเงินสดจากการลงทุนประมาณ 4 - 6% ต่อปี และควบคุมความผันผวนของพอร์ตให้อยู่ที่ 4 –5% ต่อปี  ซึ่งข้อมูลล่าสุด จาก  Blackrock (ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2560) เปิดเผยถึงพอร์ตการลงทุนปัจจุบัน มีสัดส่วนการลงทุนใน US Fixed Income 42.66%, Non-US Fixed Income 22.28%, US Equity14.80% และ Non-US Equity 13.33%

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกองทุนออกใหม่ ที่เน้นความเสี่ยงไม่สูงมากนัก ใครชื่อชอบสไตล์การลงทุนแบบนี้ หรืออยากจะลองเสี่ยงเอาชนะดอกเบี้ยเงินฝาก ก็ลองแบ่งเงินมาเริ่มต้นลงทุน กับกองทุนรวมเหล่านี้ได้

Money Channel โดย  ทีมข่าว Business & Finance

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ