News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

เพิ่งจะรายงานเสร็จสิ้นไปสำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประกาศผลประกอบการในไตรมาส1/60 โดยออกมาครบถ้วนในสัปดาห์ที่ผ่านมา (17-21 เม.ย.)

โดยทาง Money Channel ได้รวบรวมกำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้ง 11 แห่งพบว่ามีกำไรสุทธิรวมกันอยู่ที่ 51,980.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 47,902.42 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น แต่ในบางธนาคารตั้งสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ขณะที่ธนาคารบางแห่งไม่ตั้งสำรองเพิ่ม แต่ระดับหนี้ NPL เพิ่มขึ้นสูงจนสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนถึง ความสามารถทำกำไรที่จะลดลงในอนาคตหรือไม่ ??

คุณอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ได้ประมวลผลประกอบการไตรมาส1/60 ของธนาคารพาณิชย์ในแต่ละแห่งว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์เป็นอย่างไรกันบ้าง และในช่วงที่เหลือของปียังเติบโตได้อีกหรือไม่  

หุ้น KBANK
เริ่มด้วย  KBANK ราคาพื้นฐาน 232.80 บาท พบว่ากำไรสุทธิต่ำกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 5.4% YoY แต่หดตัวเล็กน้อยราว 0.7% QoQ แม้สินเชื่อสุทธิยังทรงตัว แต่เห็นการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ NIM มาอยู่ที่ 3.34% จาก 3.40% ในงวดก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯเพิ่มขึ้นถึง 33% QoQ ส่งผลให้ Coverage Ratio เพิ่มมาที่ 134.94% จาก 130.92%  

สำหรับหนี้ NPL ของ KBANK ยังทรงตัวที่ 3.31% ของสินเชื่อรวม ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิงวดไตรมาส2/60 เติบโตสูงขึ้นจากการเติบโตเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อแบบค่อยเป็นค่อยไป  และน่าจะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยรวมกำไรสุทธิปี60 เติบโต 6.2% YoY ภายใต้สมุติฐานสินเชื่อเติบโต 6% YoY และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้น 12%

หุ้น BBL

ตามด้วย BBL ราคาพื้นฐาน 197.50 บาท พบว่ากำไรสุทธิต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ทรงตัวทั้งจากงวดก่อนหน้าและงวดเดียวกันของปีก่อน โดยสินเชื่อสุทธิทรงตัว แต่ NIM ลดลงเหลือ 2.18% จาก 2.24% ในไตรมาส4/59 แต่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้นมากถึง 61% QoQ ตามการเพิ่มขึ้นของ NPL มาอยู่ที่ 3.5% จาก 3.2% ในไตรมาส4/59  แม้ทำให้ Coverage Ratio ลดลงจาก 173.6% ในไตรมาส4/59 เป็น 160% แต่ยังอยู่ในระดับสูงไม่กังวลประเด็นนี้ โดยรวมคาดกำไรสุทธิปี60 เติบโต 7.8% YoY ภายใต้สมุติฐานสินเชื่อเติบโต 4.9% YoY และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯเพิ่มขึ้น 10%  

หุ้น SCB
มาที่ด้าน SCB ราคาพื้นฐาน 178 บาท กำไรสุทธิไตรมาส1/60 ต่ำกว่าคาด แม้เพิ่มขึ้น 13% YoYแต่ลดลง 6.3% QoQ โดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิทรงตัวเมื่อเทียบกับงวดก่อนหน้าตามสินเชื่อสุทธิทรงตัว   ขณะที่ NIM หดตัวลงจาก 3.28% ใน ไตรมาส4/59 เหลือ 3.17%  และ  NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.67% ในไตรมาส4/59 เป็น 2.7% ของสินเชื่อรวม ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯเพิ่มขึ้นมากกว่า 150% จากงวดก่อนหน้า Cooverage Ratio อยู่ที่ 133.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 134.3% ในไตรมาส4/59 แต่โดยรวมปี60 คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7% YoY ทั้งนี้ ได้สมุติฐานสินเชื่อเติบโต 5% YoY และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯลดลง 11%


สำหรับอีก 2 ธนาคารขนาดใหญ่ ได้แก่ KTB ราคาพื้นฐาน 20.50 บาท แม้ทำกำไรได้ตามคาด โดยเติบโตถึง 14.6% QoQ และ 13.2% YoY แต่เป็นเพราะการตั้งสำรองที่ลดลงจากงวดก่อนหน้า ขณะที่สินเชื่อทรงตัวระดับ 0.5% QoQและลดลง 3.9% YoY และ NIM ใกล้เคียงกับไตรมาส4/59 และที่น่ากังวลคือ  NPL เพิ่มขึ้นมาที่ 4.36% จาก 3.97% ของสินเชื่อรวมไตรมาส4  ทำให้มีโอกาสตัดลดกำไรลงได้จึงแนะนำ “ switch”   
ขณะที่ TMB ราคาพื้นฐาน 2.40 บาท  กำไรต่ำกว่าคาดเล็กน้อย และแนวโน้มไตรมาส2/60 คาดยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาส1/60 โดยปี60 คาดกำไรเติบโต 11.9% YoY สินเชื่อสุทธิเติบโต 8-10% YoY หลักๆเน้นไปที่กลุ่มสินเชื่อ SME และรายย่อย แต่ด้วยราคาหุ้นขยับขึ้นมาจนเกิน Fair Value ไปแล้ว จึงแนะนำให้ "switch"

ธนาคารกลุ่มเช่าซื้อขนาดกลาง
ปิดท้ายด้วยธนาคารกลุ่มเช่าซื้อขนาดกลาง เริ่มกันที่ TCAP ราคาพื้นฐาน 53 บาท กำไรสุทธิไตรมาส1/60 ดีกว่าคาดเล็กน้อย กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18.6% YoY แต่ลดลง 5.4% QoQ สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯลดลง 37.3% QoQ และ 51.8% YoY ช่วยชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมฯที่ลดลง  และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังค่อนข้างแผ่วตัวเนื่องจากผลของสินเชื่อสุทธิที่หดตัว 1.3% QoQ และ 2.5% YoY และ NIM ทรงตัว 3% แต่มีข้อดีคือหนี้ NPL ลดลงเหลือ 2.32% ทำให้ NPL Coverage ratio เพิ่มขึ้นมาที่ 152.1% สูงสุดเป็นประวัติการณ์และเกินค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ 140%  ทำให้คาดกำไรสุทธิไตรมาส2/60 จะกลับมาเติบโตได้เด่น โดยรวมปี 60-61 จะเติบโต 17% YoY และ 12% YoY ภายใต้สมุติฐานการเติบโตสินเชื่อสุทธิ 3-5% ถือเป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มธนาคารรายย่อย มีเงินปันผลเฉลี่ยราว 5%

และ TISCO ราคาพื้นฐาน 76.50 บาท แม้กำไรสุทธิงวดนี้เติบโตดีแต่เป็นเพราะค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯที่ลดลง ขณะที่การปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และSMEยังไปได้ดี แม้ว่า NIM อ่อนตัวเล็กน้อย แต่ภาพรวมธุรกิจไตรมาส2/60 จะแข็งแกร่งต่อเนื่องแม้มีปันผลสูงถึงกว่า 5.6% แต่ราคาUpside จำกัด แนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ