News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวถือเป็นหัวจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นหัวขบวนที่จูงลากเอา อุตสาหกรรมอื่นให้เติบโตตามไปด้วย และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตพ่วงไปกับอานิสงส์จากการท่องเที่ยว ได้แก่ ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ปีที่แล้วเติบโต 26% โดยคาดว่าปีนี้ก็น่าจะเป็นอีกปีที่เติบโตได้ดีมาก


“ปี 2559 ภาพรวมตลาดแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศมีมูลค่ารวมราว 420,000 ล้านบาท เติบโต 26% จากปีก่อนที่มีมูลค่าราว 333,000 ล้านบาทเป็นผลจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทั้งต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย และคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ” สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว
สำหรับสกุลเงินยอดนิยมที่มีปริมาณซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนมากที่สุด ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ (USD), เยน (Yen), ยูโร (EUR), หยวน (CNY) และดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) แต่เมื่อดูจากอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับปีก่อน เงินเยนครองแชมป์ด้วยการเติบโตกว่า 200% ตามมาด้วยดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) เงินเหรียญฮ่องกง (HKD) และเงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) โดยสาเหตุหลัก คือ ความนิยมท่องเที่ยวประเทศเหล่านี้ของคนไทย
ด้วยมูลค่ารวมของตลาดแลกเปลี่ยนเงินฯ ที่เติบโตขึ้นต่อเนื่องทุกปี ดึงดูดให้ ผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาในธุรกิจนี้ ส่งผลให้จำนวน “ผู้เล่น (Player)” เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6-8% ทุกปี ส่วนปีนี้อัตราเติบโตของจำนวนผู้เล่นอยู่ที่ 6% โดยสาขาที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่อยู่ตามต่างจังหวัด
“สาเหตุที่จำนวนผู้ประกอบการเติบโตทุกปี เพราะตลาดนี้ถือเป็นธุรกิจที่ยัง ค่อนข้างใหม่ และมีโอกาสทางธุรกิจ บวกกับ แบงก์ชาติเองก็มีกฎระเบียบที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น คือเปิดให้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการแลกเปลี่ยนเงินฯ เป็นปีละ 4 ครั้ง จากเดิมแค่ปีละ 3 ครั้ง”
สิตามนินท์ กล่าวว่า จำนวนผู้ประกอบการ ทั้งประเทศประมาณ 1,900 ราย เป็นรายย่อย ค่อนข้างเยอะ และเกือบครึ่งของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดอยู่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากมูลค่าตลาดแลกเปลี่ยนเงินฯ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ก็เริ่มมีเทรนด์ การเติบโตในต่างจังหวัด และมีเทรนด์การขยายสาขาของผู้เล่นในกรุงเทพฯ ไปสู่ ต่างจังหวัดโดย Superrich Thailand เองก็เปิดสาขาในต่างจังหวัดแล้ว แต่ยังมีเพียงแห่งเดียว ได้แก่ สนามบินภูเก็ต


“ปีนี้ เรายังเน้นขยายตัวเพื่อรองรับความต้องการแลกเปลี่ยนเงินฯ ของตลาดในกรุงเทพฯ โดยมีแผนจะเปิดสาขาตามศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ อีกอย่างน้อย 3 แห่ง โดยปัจจุบันเรามีอยู่ 14 สาขา” 
ในธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินฯ กุญแจสำคัญในการแข่งขัน หนีไม่พ้น “อัตราการแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด” และการขยายสาขาเพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด แต่นอกจากนี้ Superrich Thailand ยังชูกุญแจสำคัญอีกดอก คือบริการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์เช่น การนำเทคโนโลยีและช่องทางออนไลน์เข้ามาใช้เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ตโฟนตลอดเวลา
“เราสร้างแอปฯ SuperrichTH ขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องข้อมูลให้แก่ลูกค้า ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่อัพเดทแบบเรียลไทม์ เวลาทำการของสาขาที่อยู่ใกล้ลูกค้า โปรโมชั่น และประกาศจากประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแลกเงิน ฯลฯ และเรากำลังจะเปิดบริการรับจอง (Booking) สกุลเงินผ่านทางไลน์ (LINE) อีกด้วย”
สำหรับปีที่ผ่านมา Superrich Thailand มีมูลค่าการซื้อขาย (รายได้) ประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาทคิดเป็นอัตราการเติบโต 76% ขณะที่กำไรโตขึ้น 21% ปีนี้ เอ็มดีสาวตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% คิดเป็นมูลค่าซื้อขายประมาณ 9.2 หมื่นล้านบาท โดยนอกจากจุดแข็งและกลยุทธ์ของบริษัท ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญยังมีการท่องเที่ยวที่คาดว่า จะเพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้การท่องเที่ยวปี 2560 ไว้ที่ 10% คิดเป็นเม็ดเงินสูงถึง 2.7 ล้านล้านบาท ขณะที่คนไทยเองก็เริ่มกลับมาท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย อย่างคึกคักตั้งแต่ต้นปี

จากคอลัมน์ MONEY&WEALTH - HEARD ON SOCIAL ของนิตยสาร Money & Wealth ฉบับที่ 168 เดือนเมษายน 2560

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ