News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

ใครที่มองว่าการลงทุนในตราสารหนี้ จะหมดโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงดอกเบี้ยขึ้นอาจต้องลองมาทบทวนใหม่ หลังเห็นหลายทางเลือกผ่านมาทางกองทุนที่ยังเปิดโอกาสรับผลตอบแทนแบบน่าสนใจ แต่ความเสี่ยงไม่ต้องลุ้นน่าตื่นเต้นเหมือนหุ้น

เทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้นในช่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เม็ดเงินส่วนหนึ่งเทไปยังตลาดหุ้นมากขึ้น เพราะแนวโน้มกำไรของบริษัทต่างๆ ดูดีขึ้นหรือกลับมาอยู่ในทิศทางบวก ตามกำลังซื้อและการจับจ่ายของผู้บริโภคที่เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ภาพทางด้านบวกหนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกทยอยปรับขึ้นทำนิวไฮ จนกลบภาพโอกาสของการลงทุนในตราสารหนี้ให้ดูน่าสนใจลดลง (ดอกเบี้ยเพิ่ม >>>  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น >>> ราคาพันธบัตรลดลง)

แต่อย่างไรก็ดี ในกระแสดอกเบี้ยขาขึ้น โอกาสการสร้างรีเทิร์นผ่านตราสารหนี้ไม่ได้ถูกปิดกั้นไปทั้งหมด เนื่องจากสถานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นของบรรดาคอร์ปอเรตต่างๆ ตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้มีการนำเสนอ “ยิลด์” ในระดับที่น่าสนใจ และคาดว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น (ราคาตราสารหนี้มีโอกาสสูงขึ้น)

ตราสารหนี้ในสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ถูกคาดว่าน่าจะได้ประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เช่นเดียวกับตราสารหนี้ในเอเชีย ที่จะได้ประโยชน์ในแง่ของเศรษฐกิจที่ยังเติบโตสูง โดยผู้ลงทุนในปัจจุบันยังมีทางเลือกรับรีเทิร์นผ่านกองทุนตราสารหนี้  ซึ่งตอบโจทย์ทั้งเรื่องของผลตอบแทน ความเสี่ยง และการกระจายการลงทุน

กองทุนใหม่ที่เน้นหาผลตอบแทนใน “High yield Bond”  ในตลาดสหรัฐฯ ล่าสุด คือกองทุน “ไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ US Short Duration High Income” ของ บลจ.ไทยพาณิชย์  ซึ่งจะลงทุนผ่านกองทุนของ “Allianz US Short Duration High Income Bond” เน้นสร้างผลตอบแทนจาก “High Yield Bond” เป็นหลัก ในขณะเดียวกัน ก็จะกระจายความเสี่ยงไปลงทุนทั้งใน MBS (Mortgage-backed Securities) ABS (Asset-backed Securities) หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bonds) รวมทั้งในตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วย

แต่สำหรับใครที่ยังมั่นใจต่อการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชีย ลองมาดูกองทุนใหม่ของ บลจ.กสิกรไทย ที่คาดหวังผลตอบแทนจากตราสารหนี้ในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้มุมมองที่เชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลดีในแง่ความต้องการลงทุนในตราสารหนี้เอเชียที่เพิ่มขึ้น และทำให้ผลตอบแทนมีความน่าสนใจมากกว่า เมื่อเทียบกับตราสารหนี้ในภูมิภาคอื่น 

กองทุน “เค ตราสารหนี้เอเชีย” เน้นลงทุนตราสารหนี้ในภูมิภาคเอเชีย เช่น ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย เกาหลี จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การ์ตาร์ ฯลฯ จุดเด่นของกองทุน คือ สามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนในประเทศและต่างประเทศได้ตั้งแต่ 0-100%  ด้วยการคัดเลือกตราสารหนี้คุณภาพดีของภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในเอเชีย ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูง และมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดี

ผู้จัดการกองทุนนี้จะใช้กลยุทธ์การบริหารเชิงรุก เพื่อหาผลตอบแทนจาก 3 ส่วน คือ รายรับจากดอกเบี้ย/ การเพิ่มขึ้นของราคาตราสารหนี้ และกำไรจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน โดยคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3%-4% ต่อปี โดยข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ม.ค. 2559 – 31 ม.ค. 2560 พบว่า ตราสารหนี้เอเชียให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3.7% ต่อปี สูงกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้เอกชนไทย ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 2.7% ต่อปี 

แต่สำหรับใครที่ต้องการปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงดอกเบี้ยขึ้น หันมาปักหลักลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ทาง บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ชูกองทุน ‘แอล เอช ตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส’ ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นภาคเอกชน ที่มีผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่ดี รวมถึงลงทุนตราสารหนี้ในต่างประเทศ ที่มีอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุนไม่เกิน 1 ปี 

"มนรัฐ ผดุงสิทธิ์" กรรมการผู้จัดการ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะกลาง-ยาวของไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่เกิดจากเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวจะทำให้ราคาของตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว มีความเสี่ยงที่ราคาซื้อขายในตลาดอาจปรับลดลง และมีผลต่อการ “Mark to Market”  จึงแนะนำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงจากตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว ไปพักเงินในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อรอจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยระยะกลาง-ยาว สะท้อนปัจจัยลบต่างๆ ทั้งการขึ้นดอกเบี้ย และความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อ แล้วค่อยกลับมาลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว อีกครั้ง

*********************************
ทีม Business&Finance , Money Channel

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ