News Update

หมวดข่าว Stock Pick | Money Coach | Fund View | Columnist | Entrepreneur | ข่าวล่าสุด

บัณฑิตจบใหม่ ที่กำลังมองหาองค์กรเพื่อจะสมัครงานนั้น มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาทั้งปัจจัยเชิงคุณภาพ เช่น ความมั่นคงและชื่อเสียงขององค์กร และปัจจัยเชิงปริมาณ เช่น รายได้และสวัสดิการ เป็นต้น สำหรับปัจจัยเชิงปริมาณหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเงินนั้น มีหลายอย่างที่ต้องให้ความสำคัญ แต่หลักๆ มีอยู่ 3 ปัจจัยด้วยกัน ได้แก่

อย่าดูแค่รายได้รวม เพราะผู้ที่สมัครงานหลายคนมักตัดสินใจเลือกที่ทำงานจากรายได้รวม โดยละเลยที่จะพิจารณาในรายละเอียดบางอย่าง เช่น บางองค์กรอาจกำหนดรายได้รวมเป็น (1.1) เงินเดือน (1.2) ค่าครองชีพ/ค่าเดินทาง/รายได้อื่นที่จ่ายให้ทุกเดือนพร้อมเงินเดือน หรือจ่ายในจำนวนที่แน่นอนแต่จ่ายเป็นรายไตรมาสหรือรายครึ่งปี การพิจารณาโครงสร้างรายได้จะทำให้เราทราบถึงจำนวนรายได้ที่จะได้รับแน่นอนในแต่ละเดือน จำนวนเงินที่จะได้รับระหว่างและหลังช่วงทดลองงาน อีกทั้งการทราบเงินเดือนตามสัญญาจ้างงานนั้น จะทำให้เราทราบถึงฐานรายได้ที่ใช้คำนวณสิทธิที่พึงมีตามกฎหมายแรงงาน เช่น การคำนวณค่าล่วงเวลา เงินโบนัส เงินชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด เป็นต้น


ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อเงินที่จะเหลือเก็บหรือเหลือใช้จ่ายส่วนตัวในแต่ละเดือน หลายคนที่แม้รายได้จะไม่สูงมากแต่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำงานน้อย ทำให้มีคุณภาพหรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตนอกเวลางานดีกว่าคนที่มีรายได้สูงแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่ควรเช็ก ได้แก่ (2.1) ค่าเดินทางไปทำงาน ทั้งการโดยสารรถประจำทางสาธารณะในวันปกติ หรือแท็กซี่ในวันเร่งด่วน (2.2) ค่าอาหารกลางวัน โดยการสำรวจร้านอาหารในโซนที่ทำงานว่ามีราคาเฉลี่ยมื้อละเท่าไร หรือบางองค์กรอาจมีสวัสดิการอาหารกลางวันหรือมีห้องอาหารราคาถูกให้พนักงาน ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ต่ำลง ส่งผลต่อเงินที่เหลือเก็บในแต่ละเดือนด้วย (2.3) ค่าเครื่องแต่งกาย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักขึ้นอยู่กับหน้าที่หรืองานที่ได้รับมอบหมาย เช่น งานที่ต้องประจำหน้าร้านที่ต้องใส่เครื่องแบบขององค์กรเท่านั้น หรืองานที่ต้องพบปะลูกค้าอาจมีเงื่อนไขต้องแต่งกายที่เน้นสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากปกติได้


ที่ได้จากองค์กรไม่ว่าจะเป็น (3.1) สวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาล ที่จะช่วยลดภาระหากเราเจ็บป่วยขึ้นมา (3.2) อัตราเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่เสมือนเป็นรายได้ของเราอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่จะได้รับภายใต้เงื่อนไขของแต่ละองค์กร เช่น ได้รับเงินสบทบในส่วนของนายจ้างต่อเมื่อลาออกหลังจากทำงานแล้ว 5 ปีขึ้นไป เป็นต้น หากองค์กรไหนมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถือเป็นองค์กรที่ช่วยพนักงานเก็บออมเงินในรูปแบบของการหักเงินสะสมจากเงินเดือน โดยมีเงินสมทบจากนายจ้างอีกส่วนหนึ่ง ดังนั้นหากมีโอกาสเราควรสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทันที เพราะเงินที่เราจ่ายไปนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่จะสะสมไว้ในกองทุนฯ จนกระทั่งวันที่เราลาออกจากองค์กรนี้ เรามีสิทธิเลือกขอรับเงินสะสมในส่วนของพนักงานที่ได้เคยถูกหักไว้ตลอดการทำงานหรือจะโอนไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของที่ทำงานใหม่หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ก็ได้ ส่วนเงินสมทบของนายจ้างรวมถึงผลตอบแทนที่ได้จากกองทุนฯ นั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละองค์กรว่าจะได้รับเท่าไรหรือไม่ได้รับเลย

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่บัณฑิตและผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงการหางานใหม่ เพื่อให้สามารถพิจารณาปัจจัยทางการเงินต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้ง รายได้ รายจ่าย และสวัสดิการ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

คอมเมนท์

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ