Columnist Blogs บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี

บทความฉบับนี้ ผมขอวิเคราะห์ถึงนโยบายของประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐ ซึ่งกำลังเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วไป เพราะสหรัฐเป็นยักษ์ใหญ่ของโลก เมื่อจะทำ หรือทำอะไร ก็ส่งผลกระทบถึงประเทศอื่นไปหมด บทความนี้อาจจะยาวกว่าปกติ แต่ผมก็หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้สาระ/ความรู้ และนำไปใช้หรือคิดต่อ เพื่อให้เป็นประโยชน์ได้บ้าง

ตั้งแต่ Donald Trump เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในวันที่20 มกราคม ปีนี้จนถึงปัจจุบันก็สามารถดึงดูดความสนใจของสาธารณะชนทั่วโลกมากกว่าประธานาธิบดีคนอื่นๆที่ผ่านมา รวมถึงผู้นำคนอื่นทั่วโลก และทำอะไรที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนอื่นไม่ทำ 

เช่นตั้งบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาทำงานในตำแหน่งสำคัญ ตอบโต้การวิจารณ์ของทุกคนรวมถึงบุคคลสำคัญของพรรคRepublican ที่ตนเองสังกัดและสื่อใหญ่ของสหรัฐ เช่น Fox News และ New York Times โทรศัพท์โดยพูดจาโผงผางกับผู้นำหลายประเทศ เช่น เม็กซิโกและออสเตรเลีย ข่มขู่ว่าจะส่งทหารสหรัฐไปประเทศเม็กซิโกและอื่นๆ จนประธานาธิบดีเม็กซิโกยกเลิกการเดินทางมาสหรัฐตามธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐเข้ารับตำแหน่งใหม่

นอกจากนี้ยังวิจารณ์นโยบายของประเทศอื่น ซึ่งไม่มีใครทำ เช่น วิจารณ์นโยบายรับผู้อพยพของเยอรมนีว่าเป็นความล้มเหลว และตอนหาเสียงได้กล่าวถึงเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองระหว่างประเทศ เช่น เรื่องไต้หวันและสนับสนุนการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษ 
ประธานาธิบดี Trump ได้เปิดศึกรอบด้านในเวลาเพียงไม่นานนับแต่รับตำแหน่งที่สำคัญที่สุดก็คือการออกมาตรการจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่คือการออก Executive Orders (คล้ายกับพระราชกฤษฎีกาของไทย) มากถึง 25 ฉบับในด้านต่างๆภายในเวลา3 สัปดาห์ ได้แก่ การป้องกันอาชญากรรม เศรษฐกิจ ความมั่นคง สภาพแวดล้อมสาธารณะสุข 

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งที่ไม่ประกาศ (Presidential Memorandum) อีกหลายชุด ซึ่งถือว่าเป็นประธานาธิบดีที่มีการออกคำสั่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในระยะเวลาน้อยกว่า 1 เดือน 

คำสั่งที่สำคัญเหล่านี้เช่น การอนุมัติให้มีการก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน Keystone XL และ Dakota ซึ่งประธานาธิบดี Obama ได้ระงับการก่อสร้างก่อนหน้านี้ การทบทวน Dodd-Frank Law ที่กำกับสถาบันการเงิน  การห้ามประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศ สร้างกำแพงชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก ตัดเงินช่วยเหลือเมืองที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพที่ผิดกฎหมาย งดเงินช่วยเหลือการทำแท้ง ทบทวนกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและการประกอบธุรกิจโดยเฉพาะอุตสาหกรรมไม่ให้มีการจ้างงานเพิ่มในภาครัฐยกเว้นเกี่ยวกับการทหาร ยกเลิกข้อตกลง Trans Pacific Partnership (TPP) ทบทวน ObamaCareหรือ Affordable Care Act

คำสั่ง/มาตรการทั้งหมดที่ยกมาข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ประธานาธิบดี Trump ได้ลงมือทำในช่วงสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งเดือน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำตามที่หาเสียงไว้  ซึ่งมีมากถึงกว่า 130 มาตรการ

ฉะนั้นคงจะมีมาตรการตามมาอีกหลายอย่างในอนาคตซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเท่าที่มีการออกมาตรการทั้งที่เป็น Executive Orders และ Presidential Memorandum ต่างถูกต่อต้านอย่างหนักจากหลายฝ่าย ล่าสุดประธานาธิบดี Trump ถูกฟ้องมากถึงกว่า 50 คดีเส้นทางข้างหน้าจะยากลำบากกว่านี้มากเนื่องจากหลายมาตรการที่ยังไม่ได้ทำตามที่ได้หาเสียงไว้ เป็นมาตรการที่รุนแรงกว่าที่ประกาศใช้ไปแล้วและมีผลในวงกว้าง ซึ่งผมจะกล่าวในช่วงต่อจากนี้ 

ท่ามกลางมาตรการจำนวนมากที่สับสนวุ่นวายจากทั้งที่ทำไปแล้วและที่หาเสียงไว้ จึงเป็นการยากที่จะเข้าใจแนวทางและเป้าหมายของนโยบายดังกล่าวการที่จะเข้าใจเป้าหมายและแนวทางของนโยบายของ Trump ต้องนำมาตรการทั้งหมดมาสังเคราะห์เพื่อหาจุดร่วมและแนวทาง/เป้าหมายของนโยบายว่าต้องการจะบรรลุเป้าหมายอะไรและเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งผมขอเน้นนโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก และอาจจะมีเรื่องอื่นๆประกอบบ้าง

ผมขอสรุปในเบื้องต้นว่าเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดี Trump แทบจะบรรลุได้ยากมาก เนื่องจากมาตรการที่หาเสียงไว้มีผลกระทบในด้านลบตามมาหลายอย่าง และเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็สูงมาก เนื่องจากมาตรการส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการศึกษาหรือวิเคราะห์แต่มาจากความคิดที่ไม่ได้มีการกลั่นกรอง ขาดข้อมูลที่ถูกต้องและความเชื่อที่ผิดนอกจากนี้การจัดการก็สับสนไม่มีความเป็นมืออาชีพ

(อ่านต่อตอน2 )

คอมเมนท์

เราขอแนะนำ

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ

17,468,130
Pageviews
2,726,808
Unique IP