Columnist Blogs วิน พรหมแพทย์

Chartered Financial Analyst (CFA) เป็นคุณวุฒิทางด้านวิชาชีพการเงินและการลงทุนระดับสากล ผู้ที่ผ่านการทดสอบและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดจะมีสิทธิได้รับ CFA Charter และได้รับการยกย่องให้เป็น CFA Charterholder

เมื่อสมัครเข้าโครงการ ผู้สมัครจะถูกเรียกว่า CFA Candidate จะเข้าสู่กระบวนการการศึกษาเนื้อหาต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ทั้งหมด 3 ระดับ โดยต้องสอบทีละระดับ คือ เมื่อผ่านระดับ 1 จึงมีสิทธิสอบระดับ 2 และสอบผ่านระดับ 2 จึงมีสิทธิสอบระดับ 3 ไม่สามารถกระโดดข้ามได้
ทุกๆ ปีจะมีการสอบ CFA ทั้ง 3 ระดับปีละ 1 ครั้งพร้อมกันทั่วโลกในราวต้นเดือนมิถุนายน (ยกเว้นการสอบระดับ 1 ซึ่งจะมีการสอบปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในเดือนมิถุนายน และครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม) ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1.5 ปี จึงจะจบหลักสูตร แต่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาเฉลี่ย 4 ปี ผลการสอบไม่มีวันหมดอายุ และผู้ที่สอบไม่ผ่านสามารถสมัครสอบซ้ำได้อีกไม่จำกัดจำนวนครั้ง
การสอบแต่ละระดับต้องใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างน้อย 300 ชั่วโมง ดังนั้น กว่าจะสอบผ่านทั้ง 3 ระดับ ต้องอ่านหนังสือไม่น้อยกว่า 900 ชั่วโมง การสอบ CFA จึงเป็นเรื่องท้าทายของหลายๆ คนและต้องการ “ความมุ่งมั่นและตั้งใจ” สูงมาก
การสอบในแต่ละระดับใช้เวลา 1 วัน แบ่งเป็นช่วงเช้าและบ่าย โดยมีรูปแบบข้อสอบต่างกันดังนี้
ระดับ 1 (Level I) เป็นข้อสอบปรนัย (Multiple Choice) ทั้งหมดจำนวน 240 ข้อ แบ่งเป็นครึ่งเช้า 120 ข้อ และครึ่งบ่าย 120 ข้อ เดิมข้อสอบแต่ละข้อมี 4 ตัวเลือก เพิ่งปรับเหลือ 3 ตัวเลือกในปี 2009 ผู้เข้าสอบมีเวลาทำข้อสอบแต่ละข้อเฉลี่ยข้อละ 1.5 นาทีและมีคะแนนข้อละ 1.5 คะแนน รวมทั้งสิ้น 180 คะแนน
ระดับ 2 (Level II) เป็นข้อสอบปรนัย (Multiple Choice) ทั้งหมด แต่ต่างจาก Level I ตรงที่มีการจัดกลุ่มคำถาม เรียกว่า Item Set จำนวน 20 กลุ่ม แบ่งเป็นครึ่งเช้า
10 กลุ่ม และครึ่งบ่าย 10 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีข้อมูลให้ก่อนแล้วตามด้วยคำถาม 6 ข้อ ทำให้มีข้อสอบรวม 120 ข้อ สังเกตว่า จำนวนข้อสอบลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียวของ Level I ผู้เข้าสอบจึงมีเวลาทำข้อสอบแต่ละข้อเฉลี่ยข้อละ 3 นาที (มีคะแนนข้อละ 3 คะแนน รวมทั้งสิ้น 180 คะแนน) แต่อย่าลืมว่าต้องใช้เวลานานในการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลที่ให้มาจึงจะตอบคำถามได้
ข้อสอบแบบ Item Set นี้ เป็นที่นิยมในการสอบวัดความรู้ทางวิชาชีพหลายหลักสูตร เช่น การสอบ GRE, การสอบ GMAT, การสอบเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) การสอบวิชาชีพทางกฎหมาย เป็นต้น
ระดับ 3 (Level III) ครึ่งบ่ายเป็น Item Set เหมือน Level II แต่ครึ่งเช้าเป็นข้อสอบ Essay คือข้อเขียนทั้งหมด ไม่ได้เป็นข้อเขียนแบบเขียนเรียงความ แต่เป็นการเขียนเพื่อตอบคำถามตามที่กำหนด เรียกข้อสอบแบบนี้ว่า Constructed Responses
เคล็ดลับการทำข้อสอบแบบนี้คือ อ่านคำสั่งให้ชัดเจนว่าเขาให้ทำอะไร แล้วตอบคำถามให้สั้น กระชับ ได้ใจความ และตรงประเด็นมากที่สุด การตอบข้อสอบแบบนี้ ถ้าเราเขียนแค่ประโยคเดียวหรือวลีเดียวสั้นๆ ที่ถูกต้องและตรงประเด็น จะได้คะแนน แต่ถ้าเขียนวกวนไปมา นอกจากอาจจะไม่ได้คะแนนแล้ว ยังเสียเวลาในการตอบข้อสอบด้วย

คุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิสอบ CFA
1. จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือ
• เป็นนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตรระดับปริญญาตรี ในวันที่สมัครสอบ หรือ
• มีประสบการณ์ทำงาน (ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการลงทุน) 4 ปี หรือ
• นับเวลาทำงาน (full time) กับเวลาเรียนระดับปริญญาตรี รวมกันเป็นเวลา 4 ปี
2. ยอมรับและถือปฏิบัติมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ 
3. พร้อมที่จะสอบเป็นภาษาอังกฤษ
4. มีหนังสือเดินทาง

หมายเหตุ : ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก www.cfainstitute.org

คอมเมนท์

เราขอแนะนำ

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ