Columnist Blogs วิน พรหมแพทย์

Chartered Financial Analyst (CFA) เป็นคุณวุฒิทางด้านวิชาชีพการเงินและการลงทุนระดับสากล ผู้ที่ผ่านการทดสอบและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดจะมีสิทธิได้รับ CFA Charter และได้รับการยกย่องให้เป็น CFA Charterholder

มีผู้ที่ได้รับคุณวุฒิ CFA คนแรกในปี ค.ศ. 1963 นับถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 50 ปี มีผู้ที่ได้รับคุณวุฒิ CFA จำนวนมากกว่า 125,000 คนใน 140 ประเทศทั่วโลก สถาบันที่จัดการสอบและมอบคุณวุฒินี้มีชื่อว่า CFA Institute
ในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย CFA เป็นหลักสูตรเฉพาะทางสำหรับผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นผู้วิเคราะห์หลักทรัพย์ (Securities Analyst) และผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้จัดการกองทุนนั้น จำเป็นต้องสอบผ่าน CFA ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้*
ในด้านเนื้อหา หลักสูตร CFA เป็นการปูพื้นฐานด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์และการบริหารกองทุนที่ใช้ได้จริงในธุรกิจการจัดการกองทุน มีระดับความยากเทียบเท่ากับหลักสูตรที่สูงกว่าปริญญาตรี (graduate level curriculum) ประกอบด้วยวิชาหลัก ได้แก่ จรรยาบรรณวิชาชีพ สถิติ เศรษฐศาสตร์ การจัดการการเงิน การวิเคราะห์งบการเงิน การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ต่างๆ ได้แก่ หุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ และการลงทุนทางเลือก การกำหนดสัดส่วนการลงทุนและการบริหารพอร์ตการลงทุน เป็นต้น
จะสังเกตได้ว่า ไม่ได้เน้นเพียงความรู้ด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังเน้นการยึดถือปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัดอีกด้วย
เป้าหมายของการสอบ CFA ก็เพื่อเป็นการปูทางไปสู่วิชาชีพด้านการบริหารกองทุน (investment profession) เนื่องจาก CFA เป็นคุณวุฒิที่มีมาตรฐานสูงและได้รับการยอมรับระดับสากล จึงได้รับการยกย่องจาก The Economist ว่าเป็น Gold Standard
หลักสูตร CFA มุ่งเน้นการศึกษาเนื้อหาต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง และต้องผ่านการทดสอบวัดความรู้ทั้งหมด 3 ระดับ ทุกๆ ปีจะมีการสอบ CFA ทั้ง 3 ระดับปีละ
1 ครั้งพร้อมกันทั่วโลกในราวต้นเดือนมิถุนายน (ยกเว้นการสอบระดับ 1 ซึ่งจะมีการสอบปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในเดือนมิถุนายน และครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม) ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1.5 ปี จึงจะจบหลักสูตร แต่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาเฉลี่ย 4 ปี ผลการสอบไม่มีวันหมดอายุ และผู้ที่สอบไม่ผ่านสามารถสมัครสอบซ้ำได้อีกไม่จำกัดจำนวนครั้ง
การสอบแต่ละระดับต้องใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างน้อย 300 ชั่วโมง ดังนั้น กว่าจะสอบผ่านทั้ง 3 ระดับ ต้องอ่านหนังสือไม่น้อยกว่า 900 ชั่วโมง การสอบ CFA จึง
เป็นเรื่องท้าทายของหลายๆ คนและต้องการ “ความมุ่งมั่นและตั้งใจ” สูงมาก
เมื่อสอบผ่านทั้ง 3 ระดับแล้ว จึงจะมีสิทธิได้รับวุฒิบัตรที่เรียกว่า CFA Charter ซึ่งผู้ที่จะมีสิทธิรับวุฒิบัตรจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
คุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิได้รับ CFA Charter
1. สอบผ่าน CFA ระดับ 3 
2. มีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเป็นเวลา 4 ปี 
3. ยอมรับและถือปฏิบัติมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ 
4. เป็นสมาชิกของ CFA Institute 
5. เป็นสมาชิกสมาคม CFA (ในประเทศไทย คือ สมาคม CFA Society of Thailand)

คอมเมนท์

เราขอแนะนำ

  • 0-2009-9988
    Ext.3061

  • สนใจลงโฆษณา กับทางเว็บไซต์
    Money Channel

  • 0-2009-9988
    Ext.3051-3054

  • แนะนำติชมรายการ ทางช่อง
    Money Channel

  • สมัครสมาชิก

  • เพื่อรับข่าวสารจาก จากทีมงาน
    Money Channel โดยเฉพาะ