Wednesday, February 08, 2012
  Add Comment



ส่งข้อความ
  View Comments
Text Size :Small | Medium |Large


  Speech  



โครงการไทยเข้มแข็ง 2555 คำตอบสุดท้าย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยของรัฐบาล

Posted on Thursday, June 18, 2009
ในการปาฐกถาเรื่อง “การแก้วิกฤติเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจไทย เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มั่นใจแนวทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศด้วยโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 เชื่อได้ผลมากกว่าการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ ย้ำต้องสร้างภูมิคุ้มกันและบริหารความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว


ระบบเศรษฐกิจแบบเปิด เปิดประตูการค้า เปิดประตูรับวิกฤติ เศรษฐกิจพอเพียงยังไม่ล้าสมัย

นายกรัฐมนตรีเริ่มต้นการปาฐกถาด้วยการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ไทยต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้ว่า เป็นผลมาจากการที่ระบบเศรษฐกิจไทยเป็นแบบเปิดต้องติดต่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ยิ่งไทยต้องพึ่งพารายได้จากการขายสินค้ากับต่างประเทศมากเท่าใด ก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมากเท่านั้น เนื่องจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ทั้ง สหรัฐฯ และยุโรป ล้วนเกิดวิกฤติสภาพคล่องของสถาบันการเงิน ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย เศรษฐกิจไทยจะไม่สามารถฟื้นตัวได้หากเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นก่อน เหล่านี้เป็นที่มาของการที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ จำนวนนักท่องเที่ยว และการส่งออกของไทยติดลบมาตั้งแต่ปลายปี 2551


นายอภิสิทธิอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ในเศรษฐกิจโลกเสรีเราไม่สามารถบังคับให้ภาคเอกชนไทยไม่ส่งออก ไม่พึ่งพาการท่องเที่ยว หันหลังให้กับโลก เพราะนั่นจะเป็นการตัดโอกาสของตัวเอง การที่เศรษฐกิจของไทยต้องเชื่อมโยงกับโลก ทำให้เราต้องลดความเสี่ยงหรือมีหลักประกันพื้นฐาน มีภูมิคุ้มกันในการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงยังคงสามารถนำมาใช้ได้เพราะเราควรต้องมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและดูแลตัวเองได้อย่างมั่นคงก่อนที่จะไปทำอย่างอื่น


โครงการใหญ่ ๆ ไม่สน โครงการเล็ก ๆ ชัวร์กว่า

สิ่งแรกที่ควรทำในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบเศรษฐกิจคือการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยในการลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างแรงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่มาตรการการคลังก็ใช้วิธีเร่งการเบิกจ่ายของภาครัฐ

นายกรัฐมนตรีบอกว่ามีคนแนะนำให้ใช้โครงการขนาดใหญ่มูลค่านับแสนล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กลับมองว่า ไม่น่าจะเป็นแนวทางที่ทำได้โดยง่าย เพราะโครงการขนาดใหญ่มักจะมีข้อติดขัดในหลายด้าน ทั้งปัญหามวลชน ความไม่โปร่งใส กฎหมาย อำนาจการจัดซื้อจัดจ้าง และหากเกิดความผิดพลาดก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย รัฐบาลชุดปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการขนาดเล็กและกระจายไปทั่วประเทศมากกว่าการเน้นโครงการขนาดใหญ่

เริ่มต้นด้วยการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณในระบบราชการ เพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์ในโครงการต่าง ๆ อาทิ ระบบชลประทานและการสร้างถนน อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และรักษากำลังซื้อของคนในประเทศ เพิ่มงบประมาณกลางปี การเข้าดูแลราคาพืชผล ส่วนจะได้ผลหรือไม่ คงต้องรอดูตัวเลขต่าง ๆ ที่จะออกมาในไตรมาส 2/52 นี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าในเดือนเมษายนเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ต้องเพิ่มวันหยุดมากขึ้น


ไทยเข้มแข็ง 2555 ยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เล่าถึงที่มาของการวางยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยด้วยการประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศพบว่า ไทยมีจุดอ่อนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคนและเทคโนโลยี ในขณะที่จุดเด่นอยู่ตรงภาคการเกษตรมีศักยภาพสูง ไทยนับเป็นประเทศที่เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลกในระดับต้น ๆ อีกทั้งยังสามารถนำไปผลิตพลังงานทดแทนได้อีกด้วย แต่ปัญหาของภาคการเกษตรไทยคือยังนำผลิตผลทางการเกษตรไปใช้ได้น้อย

แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จึงจัดสรรงบประมาณกว่า 1.4 ล้านล้านบาทเพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยดังนี้

1. ภาคการเกษตร คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% จะนำไปใช้แก้ปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ ด้วยการจัดสรรโครงการขนาดกลางและเล็กเพิ่มพื้นที่รับน้ำจากระบบชลประทาน

2. ภาคการขนส่ง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงตลาด ด้วยระบบขนส่งคมนาคมและโลจิสติกส์ที่ดี

3. ภาคสังคม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ในการสร้างคนที่มีคุณภาพในโครงการเรียนฟรี เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงระบบสาธารณสุข

นายกรัฐมนตรียังเล่าอีกว่า ถูกฝ่ายค้านตำหนิว่าไม่หาเงินเข้าประเทศ ซ้ำยังคิดแต่จะกู้เงินถึง 8 แสนล้านบาท ซึ่งนายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่หารายได้หรือหาเงินเอง แต่ผู้ที่มีหน้าที่นำรายได้เข้าประเทศก็คือภาคเอกชน ซึ่งรัฐบาลจะต้องขอความร่วมมือน สนับสนุนและช่วยเหลือทุกวิถีทางเพื่อให้เอกชนไทยเดินหน้าต่อไป

“รัฐบาลไม่มีหน้าที่ไปทำตัวเป็นเอกชน แต่ รัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนกำกับดูแลในเรื่องเอกชน หน้าที่รัฐบาลคือทำอย่างไรให้เอกชนเข้มแข็ง สนับสนุนเอกชน สร้างบรรยากาศ สร้างโครงสร้างพื้นฐานเข้ามารองรับ เศรษฐกิจจะเดินได้ดีแค่ไหนเอกชนเป็นคนทำ” อภิสิทธิ์กล่าว



Posted on Thursday, June 18, 2009 (Archive on Thursday, June 25, 2009)
Posted by suchitra  Contributed by suchitra


Speech อื่น ๆ




      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

548.36% 59
4.82% 1
30.00%0
244.26% 54
16.56% 8

จำนวนของความคิดเห็น 122 ,
คะแนนเฉลี่ย 3.4
  View Comments
dhotewe12@gmail.com 
There is plenty on offer in this area and plenty to attract visitors, whatever their interests may be. Firstly, the natural beauty surrounding these lakes is outstanding and offers excellent opportunities for hiking and cycling throughout. make solar


  Rating: 5 [  1/7/2012 7:24:30 PM]
 


  Rating: 5 [  1/9/2011 5:23:20 PM]
 


  Rating: 5 [  1/9/2011 5:22:41 PM]
 


  Rating: 1 [  9/18/2010 1:07:56 PM]
หนุ่มนิรนาม 
โครงการนี้ นโยบายออกมาดีนะคับแต่แก้ปัญหาไม่ตรงจุดเป็นปัญหาที่คาใจตัวอย่าง เช่นที่ ช.ย การแก้ไขถนนทำไมหล่ะคับถึงแก้ปัญหาไม่ตรงดูถนนตรงหน้าบิ๊กซีถนนยังดีๆอยู่ไม่หน้าที่จะทำทับตัวเดิมแต่ตรงที่มันเสียหายทำมัยไม่ทำถนนสายบายพาส อ.เมืองช.ย ฝากด้วยนะคับ


  Rating: 5 [  9/8/2010 8:39:49 AM]
 Page:  of 25 



  Advertisement