TNDT เป็นหนึ่งใน 11 หุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอที่จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นทำกำไรต่อเนื่องตลอด 10 ไตรมาสติดต่อกัน แถมผู้บริหารทยอยส่งข่าวดีแก่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือยอด Backlock ในมือสูงถึง 270 ล้านบาท ยังไม่นับแนวโน้มการรับงานประมูลใหม่ๆ จากต่างประเทศ ดังนั้นแม้ผลงานจะดูขลุกขลักไปบ้างสำหรับครึ่งปีแรก แต่ในครึ่งปีหลังต่อเนื่องถึงปีหน้า หุ้นตัวนี้กลับมีลุ้นรายได้และกำไรที่น่าจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง
ต้องนำมาพูดถึงกันอีกครั้งสำหรับ บมจ.ไทย เอ็น ดี ที (TNDT) ผู้ให้บริการด้านการทดสอบทางวิศวกรรมรายแรกของไทย ที่แม้จะประกาศตัวเลขกำไรไตรมาสแรกเพียง 7.48 ล้านบาท ลดลง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สาเหตุของรายได้ที่ปรับตัวลดลงเนื่องจากการชะลอการลงทุนของโครงการต่างๆ บนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ แต่ดูเหมือนว่า TNDT จะยังเป็นหุ้นเด่นของตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ได้รับความนิยมและนักวิเคราะห์ยังมีมุมมองเป็นบวกสำหรับปีนี้
ก่อนหน้านี้ TNDT ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 20% นั่นหมายถึงรายได้ของบริษัทจะทะลุ 360 ล้านบาทจาก 295 ล้านบาทในปีที่แล้ว โดย ชมเดือน ศตวุฒิ กรรมการผู้จัดการ TNDT กล่าวว่า “ไม่ไกลเกินจริง เพราะยอด Backlock หรืองานในมือของบริษัทเมื่อต้นปีก็มีอยู่แล้วถึง 270 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 220 ล้านบาท”
นอกจากนี้การที่บริษัทเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานในประเทศซูดาน มูลค่างานราว 10 ล้านบาท ซึ่งผ่านขั้นตอนการเจรจากับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเรียบร้อยแล้ว
รวมถึงแผนการลงทุนเพิ่มเติมในเวียดนามผ่านการตั้งบริษัทร่วมทุน ซึ่งบริษัทตั้งงบลงทุนซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือไว้ราว 30 ล้านบาท ปัจจัยดังกล่าวทำให้คาดว่าผลงานโดยรวมจะเป็นไปตามเป้า และแม้การรับรู้รายได้จากตลาดต่างประเทศจะยังมีสัดส่วนไม่สูงแต่ก็นับเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างชื่อในตลาดใหม่ๆ และเป็นการกระจายความเสี่ยงทางหนึ่งของบริษัท
สำหรับตลาดในประเทศซึ่งบริษัทมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นผู้ผลิตและสำรวจพลังงานน้ำมันและก๊าซ, กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตโครงสร้างระบบ และกลุ่มลูกค้าผู้รับน้ำมันและก๊าซมาผลิตต่อยอด พบว่าส่วนใหญ่ต้องชะลอการลงทุนไปในช่วงต้นปีนั้น บริษัทใช้วิธีปรับปรับกลยุทธ์มารับงานจากลูกค้าต่างประเทศที่นำโครงสร้างเข้ามาประกอบในไทย รวมทั้งการเข้าเสนองานการตรวจสอบ NDT ในเมืองไทยให้กับลูกค้าต่างประเทศด้วย ซึ่งคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่ชัดเจนของงานเหล่านี้ในไตรมาส 2 ปีนี้
ปีนี้ เป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการยกเว้นภาษีจากทางบีโอไอ ขณะเดียวกันในครึ่งปีหลังก็ถือเป็นจังหวะดีของงานตรวจสอบวิศวกรรมที่โดยปกติจะเตรียมงานในไตรมาสแรกของปี และจะเริ่มรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 3 – 4 ซึ่งถือเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ จึงไม่น่าแปลกใจที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายจะฟันธงว่า TNDT มีลุ้นรีเทิร์นของรายได้และกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง
สำหรับมุมมองจากฝั่งนักวิเคราะห์ สถาบันวิจัยนครหลวงไทยให้ความเห็นต่อหุ้น TNDT ว่ามีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่ำ ทำให้โครงสร้างการเงินมีความคล่องตัวสูง จึงมีแนวโน้มการจ่ายปันผลอยู่ในระดับสูง
สอดคล้องกับ บล.เกียรตินาคิน ที่ประเมินผลงานของ TNDT ยาวไปถึงปีหน้า โดยคาดว่าบริษัทจะทำผลงานได้ดีขึ้นจากการฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยแนวโน้มการได้รับงานประมูลจากเวียดนาม ซูดาน และมาดากัสการ์ จะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาของหุ้นตัวนี้
นอกจากนี้แรงหนุนสำคัญประการหนึ่งน่าจะมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมทดสอบทางวิศวกรรมที่น่าจะเติบโตตามอุตสาหกรรมหลักอย่างปิโตรเคมีและพลังงาน โดยปัจจุบัน TNDT มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ราว 30% จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปีในประเทศไทย
|
ประมาณการตัวเลขสำคัญ TNDT ปี 2553 |
|
โบรกเกอร์ |
กำไรสุทธิ (ล้านบาท) |
กำไรต่อหุ้น (บาท) |
P/E Ratio (เท่า) |
อัตราปันผลตอบแทน (%) |
ราคาเป้าหมาย (บาทต่อหุ้น) |
คำแนะนำ |
|
บล.เกียรตินาคิน |
55 |
0.55 |
9.18 |
4.36 |
4.78 |
ถือ |
|
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย |
78 |
0.78 |
6.47 |
5.94 |
6.60 |
ซื้อ |
|
ที่มา : SAA Consensus (ณ 16 กรกฎาคม 2553) |
จากคอลัมน์ mai Corner โดย จิราพร เพ็งจันทร์ นิตยสาร M&W สิงหาคม 2553