|
|
Wednesday, February 08, 2012
|
|
|
|
|
จาก TYONG ถึง BTS เส้นทางพลิกผืนดิน สู่หุ้นลอยฟ้า
Posted on Wednesday, June 23, 2010 |
บมจ.ธนายง หรือ TYONG หลังจากปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ก็ได้รับอนุมัติจากศาลล้มละลายกลางให้ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการตั้งแต่ปลายปี 2549 แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาข่าวคราวความเคลื่อนไหวของ “ธนายง” ซึ่งเคยเป็นยักษ์ใหญ่วงการพัฒนาที่ดินในอดีต กลับมีให้เห็นแทบจะนับครั้งได้ ทว่า นับจากวันนี้ ความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มกาญจนพาสน์” จะกลับมามีพื้นที่ในหน้าข่าวมากกว่าเดิม อันเป็นผลมาจากการตัดสินใจนำ “ธนายง” เทกโอเวอร์ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เจ้าของสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ชนิดที่เรียกว่า กลับมาทั้งที ต้องเป็นที่จับตามอง
คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ TYONG กล่าวถึงกระบวนการเข้าซื้อกิจการของ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTSC ว่า หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติเห็นชอบแล้วจึงดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ โดยบริษัทจะซื้อหุ้นสามัญของ BTSC จาก Siam Capital Developments (Hong Kong) Limited, กวิน กาญจนพาสน์ โดย Keen Leader Investments Limited, คีรี กาญจนพาสน์ รวมถึงการซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมด จาก บริษัท สยาม เรลล์ ทรานสปอร์ต แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น BTSC ในปัจจุบัน จำนวนรวมประมาณ 15,022.33 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นจำนวน 94.60% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ BTSC คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 40,034.53 ล้านบาท
การเข้าซื้อกิจการดังกล่าว จะแบ่งการชำระเป็นเงินสดจำนวนประมาณ 20,655.71 ล้านบาท (ประมาณ 51.59% ของค่าตอบแทน) และออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทอีกประมาณ 28,166.88 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 0.688 บาท คิดเป็นมูลค่า 19,378.8 ล้านบาท (ประมาณ 48.41% ของค่าตอบแทน) เพื่อชำระค่าหุ้นแทนการชำระด้วยเงินสด ทั้งนี้บริษัทจะกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน จำนวนรวม 22,000 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระค่าหุ้นในส่วนที่เป็นเงินสด และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ BTSC เสร็จสิ้น โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท จะมีการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ คีรี และกวิน กาญจนพาสน์ จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีสัดส่วนการถือหุ้นรวม 41.46% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท และมีกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหม่ 2 กลุ่ม ได้แก่ กองทุนที่บริหารโดย Ashmore Investment Management Limited และกองทุนที่บริหารโดย Farallon Capital Management, L.L.C. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในปัจจุบันของ BTSC
ทั้งนี้ ในอนาคต TYONG ยังมีแผนที่จะซื้อหุ้นสามัญของ BTSC จำนวน 5.4% จากผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ ทั้งหมดของ BTSC โดยชำระค่าหุ้นด้วยการการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้ ในราคาไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 0.60 บาท ซึ่งเมื่อครบกระบวนการ BTS จะมีทุนชำระแล้ว 65,142.19 ล้านบาท และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาที่ใช้ในการแลกหุ้น (Market Capitalization) เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 44,800 ล้านบาท โดยมีบล.ภัทร เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
การดำเนินการดังกล่าวเข้าลักษณะ “รีเวอร์สเทคโอเวอร์” (Reverse Takeover: RTO) มีผลให้ BTSC สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผ่าน TYONG โดยบริษัทจะดำเนินการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และนำหุ้นเพิ่มทุนของ TYONG เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างรายได้ใหม่ของกลุ่มบริษัทที่ส่วนใหญ่มาจากการดำเนินธุรกิจการให้บริการรถไฟฟ้า จึงเปลี่ยนชื่อย่อใหม่เป็น “BTS” และเปิดให้ซื้อขายตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา BTSC มีความตั้งใจทำ IPO อยู่แล้ว พวกเราก็เคยได้รับอนุมัติ แต่ทุกครั้งที่เลื่อนมาเพราะสภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้อ จนวันนี้ก็คิดว่าทำไมเราไม่ไปเสริมธุรกิจของธนายง เป็นการ Synergy ปรับปรุงโครงสร้างเพื่อให้การทำงานได้ดีขึ้น ผมเรียกว่า งูกินช้าง คือเป็นการ Reverse Takeover หรือ RTO" คีรี กล่าว
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้ TYONG ออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน มูลค่ารวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือ (Rights Offering) ภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ BTSC จำนวนดังกล่าว ในอัตราส่วน 7 หุ้นเดิม ต่อ 4 หุ้นใหม่ โดยเสนอขายที่ราคา 0.63 บาทต่อหุ้น
ในกรณีที่มีหุ้นเหลือจากการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม บริษัทจะทำการจัดสรรหุ้นที่เหลือโดยเสนอขายแก่นักลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ซึ่งหากมีการจองซื้อเต็มจำนวน บริษัทจะได้รับเงินเพิ่มทุนเป็นจำนวนเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะนำมาชำระคืนเงินกู้บางส่วน
และเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนและจูงใจในการจองซื้อหุ้น บริษัทจะดำเนินการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) โดยไม่คิดมูลค่า ให้แก่ผู้ลงทุนทุกรายที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าว ในอัตราส่วน 4 หุ้นเพิ่มทุนที่จองซื้อ ต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 3 ปี สามารถเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกได้เมื่อครบ 2 ปี นับจากวันที่ออก มีราคาใช้สิทธิที่ 0.70 บาท ต่อหุ้น ทั้งนี้คีรี และกวิน กาญจนพาสน์ ได้แสดงความประสงค์ที่จะจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วน เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท เป็นโฮลดิ้ง คอมพานีแล้ว ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจดำเนินการระบบขนส่งมวลชน การให้บริการระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส และได้รับสิทธิในการดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชน กทม. (ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส) แต่เพียงผู้เดียว
ธุรกิจให้เช่าพื้นที่โฆษณา ทั้งภายใน รอบนอกขบวนรถไฟฟ้า รวมถึงในบริเวณสถานีรถไฟฟ้า ดำเนินการโดย กลุ่มวีจีไอซึ่ง BTSC ถือหุ้น 100%, ธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า หรือแนวทางเดินรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมไปถึงที่ตั้งอยู่นอกแนวรถไฟฟ้า และธุรกิจให้บริการ เช่น ธุรกิจบริหารโรงแรม ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจสมาร์ทการ์ด
การที่ TYONG เข้าซื้อกิจการ BTSC ในครั้งนี้ ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของตลาดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 0.65% และกลุ่มบริการมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 7.8% ตามขนาดกิจการของ BTSC

 จากคอลัมน์ Corporate Strategy โดย สุทธิณี มาพันธุ์ นิตยสาร M&W มิถุนายน 2553
| Posted on Wednesday, June 23, 2010 (Archive on Wednesday, June 30, 2010) Posted by suchitra Contributed by suchitra
|
|
|
|