Wednesday, February 08, 2012
  Add Comment



ส่งข้อความ
  View Comments
Text Size :Small | Medium |Large


  Company Focus  



DIMET หุ้นขนาดเล็กแต่แจ๋ว

Posted on Tuesday, March 09, 2010
ทุกวันนี้ หุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็กได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเลือกลงทุนนั้นคงต้องดูกันดีๆ ซึ่งเมื่อเลือกได้แล้วนักลงทุนสามารถลงทุนในระยะยาวได้อย่างสบายใจ

 หากพูดถึงความน่าสนใจของหุ้น DIMET หรือ บมจ.ไดเมท (สยาม) ซึ่งเริ่มซื้อขายบนกระดานตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 21 มกราคม 2551 ด้วยราคาเริ่มต้น 1 บาท น่าสนใจพอสมควร โดยหากมองปัจจัยพื้นฐานแล้วมีความแข็งแกร่งไว้ใจได้

 ผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ปี 2552 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2552) มีรายได้รวมลดลง 69.89 ล้านบาท ลดลง 7.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 4.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่ทำได้เพียง 87,000 บาท

 “เนื่องจากบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 21.97% เป็น 32.27% จากราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตที่ปรับตัวลดลง และมีการควบคุมรายจ่ายที่มีประสิทธิภาพ” สุรพล รุจิกาญจนา ประธานกรรมการ DIMET กล่าว

 ปัจจุบัน DIMET ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสีคุณภาพระดับสูง มี 5 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สีป้องกันสนิม สี เคลือบไม้ สีทาอาคาร สีอุตสาหกรรม และสีพ่นซ่อมรถยนต์ ซึ่งในรอบ1-2 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าบรรดาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างได้รับความบอบช้ำจากทั้งวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ถัดจากนั้นเจอปัญหามาบตาพุด

 อย่างไรก็ตาม มีคำถามตามมาว่าในช่วงดังกล่าว ทำไม DIMET ยังคงเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ เรื่องนี้สุรพล เฉลยให้ฟังว่า เกิดจากการที่บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทำให้กระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี “ถ้าสีที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมขายได้น้อยลง ก็สามารถขายสีทาบ้าน ทาอาคาร สีใช้ภายในอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ในระดับสูง”
นอกจากนี้ DIMET ทำการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการผลิต ด้วยการสร้างถังเก็บโซลเว้นท์ (ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตสี) เป็นจำนวน 4 ถัง โดยสามารถเก็บบรรจุโซลเว้นท์ได้ถึง 60 ตัน ส่งผลให้ลดความผันผวนด้านราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี สุรพลยอมรับว่าปัญหามาบตาพุดหากมีความยืดเยื้อ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเติบโตของบริษัท  เนื่องเพราะลูกค้าใหม่ๆ จะหดหายไป “ลูกค้ารายใหม่ๆ ของพวกเราจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ๆ เช่น โรงงานปิโตรเคมี โรงงานแยกก๊าซ โรงงานพลาสติก ถ้าปัญหาไม่จบในเร็ววัน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการทำงาน” สุรพล บอก
สำหรับปีนี้ สุรพลเล่าว่า DIMET จะเน้นกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยพยายามขยายสีป้องกันสนิม จะเน้นลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ๆ เช่น แท่นเจาะก๊าซธรรมชาติ, สีเคลือบไม้เฟอร์นิเจอร์, สีอุตสาหกรรม และสีทาอาคาร โดยจะพยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมและบุกตลาดใหม่ๆ

“ทุกวันนี้การแข่งขันธุรกิจสีจะมีความรุนแรง เพราะมีผู้เล่นอยู่หลายราย ถึงแม้ว่ามูลค่าการตลาดในแต่ละปีจะมีมากถึง 15,000 ล้านบาท แต่พวกเราต้องทำงานหนัก และต้องใช้เงินในการนำมาใช้ทางการตลาดมากพอสมควรซึ่งค่าใช้จ่ายในการทำตลาดของธุรกิจสีอย่าว่าแต่ระดับ 10 ล้านบาทเลย มี 100 ล้านบาทก็หมด เพราะการแข่งขันรุนแรง”
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สุรพลทิ้งท้ายเอาไว้ว่านับตั้งก่อตั้งบริษัทมาเมื่อ 28 ปีที่ผ่านมา DIMET ทำงานหนักมาโดยตลอด เพื่อความอยู่รอดและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง และกล่าวกันว่าอีก 3 ปีข้างหน้าจะเห็น DIMET ยิ่งใหญ่มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้นขอปิดเป็นความลับเอาไว้ก่อน

จากคอลัมน์ mai Corner โดย ฐิติเมธ โภคชัย นิตยสาร M&W มีนาคม 2553

Posted on Tuesday, March 09, 2010 (Archive on Tuesday, March 16, 2010)
Posted by suchitra  Contributed by wasittee


อ่านข่าวทั้งหมด




      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement