|
|
Wednesday, February 08, 2012
|
|
|
|
|
ทิสโก้กรุ๊ป 2010 ยังแข็งแกร่ง
Posted on Friday, February 05, 2010 |
เป็นที่ทราบกันดีว่า “ทิสโก้” เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์เกิดใหม่ได้เพียง 5 ปี แต่สามารถก้าวพ้นจากบริษัทเงินทุน มายืนในฝั่งของธนาคารพาณิชย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งหากเทียบกับเจ้าใหญ่ในอุตสาหกรรม ทิสโก้อาจเป็นผู้เล่นรายเล็ก แต่บอกได้ว่า “เล็กพริกขี้หนู”
เพราะในปีที่ผ่านมา ทิสโก้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเทคโอเวอร์กิจการที่มีศักยภาพต่อธุรกิจ และสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในตลอดทั้งปีที่มีแต่ความผันผวนของเศรษฐกิจ เริ่มตั้งแต่การเข้าไปซื้อกิจการ บริษัท ไพรมัส ลีสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ฟอร์ด มาสด้า และวอลโว่ มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 7,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ธนาคารทิสโก้ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกลุ่มทิสโก้ ยังได้เข้าซื้อลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์จาก บริษัทจีเอ็มเอซี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บริษัท เชฟโรเลต เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 1,750 ล้านบาท และยังลงนามในข้อตกลงทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ (Floor Plan) และผู้เช่าซื้อรถยนต์เชฟโรเลตทั่วประเทศอีกด้วย
ปลิว มังกรกนก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัททิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินงานของทั้งเครือว่า ในปีนี้นับเป็นปีที่ท้าทาย เนื่องจากความไม่แน่นอนในด้านเศรษฐกิจ แต่ด้วยความคล่องตัวขององค์กรและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี ทำให้เชื่อมั่นว่าธุรกิจของทิสโก้จะยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเป็นตัวหลัก
“หากถามว่าการเทคโอเวอร์จะมีอีกไหมในปีนี้ ผมมองว่าไม่ได้เป็น Priority เราเน้นปลูกเอง ทำเอง จะกินก็กินของเราเอง ไม่ได้อยากไปกินของใคร แต่หากมีคนเดือดร้อน ต้องการให้เราช่วยเหลือก็ต้องมาลองดู ว่าเป็นไปได้แค่ไหน ปีที่แล้วหลายคนเห็นภาพการซื้อลูกหนี้ ซื้อกิจการ อย่าเพิ่งคิดว่าทิสโก้จะไปมุ่งแต่ทางนั้น เพราะสุดท้ายแล้วธุรกิจเดิมๆ ของเรา ก็ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง”
คำกล่าวข้างต้น สะท้อนออกมาผ่านผลการดำเนินงานในระดับที่น่าพอใจ โดยมีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,004.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1,714.14 ล้านบาท โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิ จำนวน 5,980.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,819.27 ล้านบาท หรือ 43.7% จากปีก่อน และมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักอีกจำนวน 2,863.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 506.58 ล้านบาท หรือ 21.5%
อย่างไรก็ตาม กลุ่มทิสโก้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ตามหลักเกณฑ์ Basel II ด้วยวิธีการ Collective Approach ซึ่งจะตั้งสำรองตามประมาณค่าความสูญเสีย ที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอีก 12 เดือน ข้างหน้า (Expected Loss) จากพอร์ตสินเชื่อดังกล่าว
โดยกลุ่มทิสโก้จะต้องตั้งสำรองเป็นจำนวน 1,082.62 ล้านบาท คิดเป็น 1% ของสินเชื่อทั้งหมดซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปี 2551 อันเนื่องมาจากคุณภาพของสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากระดับ NPL ที่ปรับตัวลดลงจาก 2.9% เป็น 2.5% ในขณะที่ผลขาดทุนจากการขายรถยึดก็ลดลงตามการคลี่คลายของภาวะราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศยังอยู่ในภาวะฟื้นตัว และยังคงมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการเช่น ราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงผันผวน กลุ่มทิสโก้จึงตัดสินใจที่จะตั้งสำรองทั่วไปเพิ่มขึ้นอีก 461.26 ล้านบาท เพื่อรองรับกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ด้านแผนงานในปีนี้ ธนาคารทิสโก้คงเน้นในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครบถ้วน ซึ่งในปีที่ผ่านมาธนาคารมีการเพิ่มสายงาน Wealth Management เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน คอยให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในทุก ๆ ด้าน โดยมีการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญไว้คอยบริการในทุกสาขาของธนาคารทิสโก้ ซึ่งในปีนี้ก็จะมีการสานต่อแนวทางนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนเครื่องเอทีเอ็มที่เรียกว่า TISCO ETM (e-Money ATM) เพื่อรองรับการทำธุรกรรมของลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้นด้วย
จากคอลัมน์ Corporate Strategy โดย สุทธิณี มาพันธุ์ นิตยสาร M&W กุมภาพันธ์ 2553
| Posted on Friday, February 05, 2010 (Archive on Friday, February 12, 2010) Posted by suchitra Contributed by suchitra
|
|
|
|