เอ็มดีหนุ่มไฟแรง มนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.วรรณ ประกาศสร้างผลดำเนินงานกองทุนในปีนี้ให้โดดเด่น ใช้กลยุทธ์ออกกองทุนใหม่ทุกเดือน สร้างความหลากหลายในการลงทุน และสร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้วยการปรับพอร์ตการลงทุนแบบเชิงรุก หรือเป็นแบบ Active Fund
หลังจากประสบความสำเร็จในการเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ อิควิตี้ 20% ทริกเกอร์ ฟันด์ ซึ่งเป็น Target Fund กองทุนแรกของบริษัทฯ เน้นลงทุนหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเปิดขายกองในเดือนแรกของปี เดือนถัดมา บลจ.วรรณก็ออกกองทุนพันธบัตรเกาหลีตามมาอีก ส่วนในเดือนนี้จะมีกองใหม่ออกตามมาอีก 3 กอง ซึ่งก็เป็นไปตามนโยบายออกกองทุนใหม่ทุกเดือน
ในส่วนของการบริหารกองทุนนั้น มนรัฐประกาศชัดเจนว่าจะปรับพอร์ตการลงทุนให้เป็นเชิงรุก เพราะต้องการเน้นสร้างผลการดำเนินงานของกองทุนให้มีผลตอบแทนที่โดดเด่น อย่างกองทริกเกอร์กองแรกนี้ เขาให้ที่มาของการตั้งเป้าหมายผลตอบแทนที่ระดับ 20% ว่า “ผมดูผลตอบแทนเป็นรายไตรมาส โดยดูย้อนหลังไป 3, 5, 7, 10 ปี จะพบว่ามีหุ้นอย่างน้อย 3 กลุ่มที่มี return ชนะ SET Index จึงเป็นที่มาของเป้าหมาย 20%” ส่วนกลยุทธ์การบริหารพอร์ต “ใช้วิธีบริหารแบบ Bottom up approach ไม่ได้เน้นการเปรียบเทียบกับ Benchmark ผู้จัดการกองทุนเน้นเรื่องการทำกำไร สะสมกำไรจนครบ 20%” มนรัฐบอก
ด้าน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารงานของ บลจ.วรรณ เมื่อสิ้นปี 2552 อยู่ที่ระดับ 42,189 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 2.29% ซึ่งในปีนี้เขาได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่ม AUM มากกว่า 50% ทีเดียว โดยนอกจากจะออกกองทุนใหม่ระดมทุนทุกเดือนแล้ว เขายังจะออกกองทุนที่มีนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้ลงทุน เช่น กองทุน RMF ที่มีนโยบาบยลงทุนในทองคำ กองทุน FIF ที่ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งที่เป็น Soft และ Hard Commodities รวมทั้งการออกกอง Target Fund ด้วย
“ส่วนกองพันธบัตรเกาหลีที่หมดอายุลงนั้น ผมก็จะพยายามหาโปรดักส์ที่ใกล้เคียงมารักษาฐานลูกค้าไว้ เช่น มี asset underlying เป็นตราสารธนาคาร มี structure note ที่ link บางอย่างเป็น capital protection ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรเกาหลี เป็นต้น” มนรัฐบอก
เขาอธิบายด้วยว่าในช่วงที่ผ่านมาอาจเห็น AUM ของบริษัทฯลดลง ส่วนหนึ่งเพราะกองทุนบางกองที่ทำแล้วไม่เกิด synergy ก็มีการปิด หรือถอนออกไปบ้าง ซึ่งจะเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพยทรัพย์ กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบางกอง “เราไม่เหมาะสมที่จะทำ” มนรัฐอธิบายสั้นๆ
อย่างไรก็ดี มีกองทุนเด่นๆของบลจ.วรรณที่จะนำมา re-launch ได้แก่กองทุน ETF 2 กองคือ กองทุนเปิดไทยเด็กซ์เซ็ท 50 อีทีเอฟ (TDEX) และกองทุนเปิดไทยเด็กซ์ FTSE SET Large Cap ETF (TFTSE) ที่จะมีการทำโรดโชว์ให้มากขึ้นในปีนี้
ด้านการทำตลาดกองทุนเขายังเดินหน้าโครงการ Automatic Millionaire Program (AMP) ซึ่งเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่ช่วยสร้างวินัยทางการลงทุน เพื่อให้ผู้ออมผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายได้โดยง่าย โปรแกรม AMP นี้ได้รับการตอบเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุน ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 1,200 ราย และในปีนี้ตั้งเป้าที่ 2,000 ราย โดยจะขยายฐานผู้ลงทุนผ่านบริษัทต่างๆและทำ workshop ให้ความรู้ผู้ลงทุน
มุมมองตลาดหุ้นปีนี้ มนรัฐบอกว่าเป็นปีที่มีความผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งผันผวนในช่วงต้นปีจากนั้นกลับปรับตัวขึ้นเป็นเส้นตรง “ในปีนี้คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวระหว่าง 600 – 845 จุด ในช่วงไตรมาส 2-3 ดังนั้นนักลงทุนต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัว หุ้นที่น่าสนใจเป็นพวก Defensive stock เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจไม่มาก และในปีนี้คาดว่าภาวการณ์ส่งออกจะดีขึ้น ดีมานด์จะมากขึ้น ส่วนปีหน้าจะเป็น up cycle ใหม่ นั่นหมายความว่าต้องซื้อไว้รอ หรือถือลงทุนข้ามปีนั้นเอง”
จากคอลัมน์ Movers & Shakers โดย ภัชราพร ช้างแก้ว นิตยสาร M&W มีนาคม 2553