Wednesday, February 08, 2012
  Add Comment



ส่งข้อความ
  View Comments
Text Size :Small | Medium |Large


  CEO Talk  



ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กับแนวคิด Purpose-Driven Investment

Posted on Tuesday, March 09, 2010

หลังจากก้าวเข้ามารับบทบาท MD บลจ.ทหารไทย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล ประกาศตั้งเป้าเพิ่ม AUM 20% ใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน บวกแนวคิดยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางตามหลัก Purpose-Driven Investment ซึ่งหมายถึงการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของผู้ลงทุน

 ที่ผ่านมานั้นแนวทางการลงทุนของบลจ.ทหารไทยจะเป็นการลงทุนแบบ Passive Fund ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ บลจ.แห่งนี้ โดยมีหลักการลงทุนที่เข้าใจง่าย และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำ ลูกค้าสามารถพิจสูจน์ได้จากผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนต่างๆที่มีความคุ้มค่าและอยู่ในระดับแนวหน้า

 อาทิเช่น ในบรรดากองทุนหุ้นทุน 15 กองทุนที่มีขนาดกองทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาทนั้น มีกองทุนของ บลจ.ทหารไทย 2 กองทุนที่ให้ผลตอบแทนยอดเยี่ยมในระดับต้นๆ นั่นคือ กองทุนเปิดทหารไทย SET50 ได้ผลตอบแทนในรอบ 1 ปีสิ้นสุดปลายปี 2552 ที่ระดับ 71.07% และกองทุนเปิดทหารไทย Jumbo 25 ให้ผลตอบแทน 63.66% เช่นกัน ขณะที่กองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างกองทุนเปิดทหารไทยธนบดี ก็มีผลดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่เปิดกองทุนมากว่า 10 ปี ยังไม่เคยติดลบ

 ดร.สมจินต์บอกว่าถือเป็นความภาคภูมิใจของ บลจ.ทหารไทยเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ตัวเขาเองก็รับสานต่อแนวทางการบริหารกองทุนแบบ Passive Fund ด้วยการจัดวางกลยุทธ์ 3 ด้านคือ เสริมจุดแข็งของการลงทุนแบบ Passive Strategy พร้อมระบบจัดการข้อมูลสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ถัดมาเป็นการสนับสนุนธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยการเน้นให้สมาชิกสามารถเลือกแนวทางการลงทุนที่ยืดหยุ่นและเหมาะสม ตรงตามความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละสมาชิก หรือ Friendly Employee Choice System 

 กลยุทธ์สุดท้ายเป็นการทำงานร่วมกับธนาคารทหารไทยซึ่งเป็นบริษัทแม่ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้เกิดธุรกิจการเงินการลงทุนแบบมีประสิทธิภาพและครบวงจร ซึ่งในปีนี้ประเดิมด้วย “โครงการ TMB Auto Rich : รวยอย่างอัตโนมัติ ชวนลูกค้าสร้างฝันเงินล้านที่ธนาคารทหารไทย” เป็นข้อเสนอแผนการสร้างชีวิตที่มั่งคั่งแบบง่ายๆด้วยการลงทุนโดยผ่านการตัดบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ นำมาลงทุนในกองทุนรวมได้ทุกประเภท
 ดร.สมจินต์บอกว่า “กลยุทธ์ 3 ข้อนี้จะทำให้บริษัทฯสามารถขยายฐานมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ได้ในปีนี้”

 ทั้งนี้ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารงานของ บลจ.ทหารไทย เมื่อ 30 ธ.ค. 2552 มีรวม 127,526.48 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนรวมที่ระดับ 6.91%

สำหรับแนวทางการออกกองทุนใหม่ในปีนี้ จะมีการออกกองทุนใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน รวมทั้งการออกกองทุนเพื่อการลงทุนระยะสั้น โดยเฉพาะกองทุนเพื่อการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ นอกจากนี้ก็จะมีกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่จะออกมาเพิ่มเติม และกองทุนที่ลงทุนในหน่วงลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศที่เรียกว่า Feeder Fund

อย่างไรก็ดี แม้เรื่อง AUM จะเป็นเป้าหมายของบริษัทฯ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ดร.สมจินต์บอกว่า “คือการทำให้ลูกค้าหรือนักลงทุนเข้าใจหลักการเรื่อง Purpose-Driven Investment คือการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของผู้ลงทุน มองการลงทุนเป็นการแสงหาความมั่งคั่ง หากทำได้สำเร็จก็เท่ากับบรรลุเจตนารมณ์ของบลจ.ทหารไทยที่อยากจะเป็น – คู่ชีวิตการลงทุน”

จากคอลัมน์ Movers & Shakers โดย ภัชราพร ช้างแก้ว นิตยสาร M&W มีนาคม 2553


Posted on Tuesday, March 09, 2010 (Archive on Tuesday, March 16, 2010)
Posted by suchitra  Contributed by wasittee


บทสัมภาษณ์อื่น ๆ




      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement