|
|
Wednesday, February 08, 2012
|
|
|
|
|
บัณฑูร ล่ำซำ “ระบบการเงินไม่มีปัญหา การเมืองคืออุปสรรค”
Posted on Friday, February 05, 2010 |
ในรอบหนึ่งปี โอกาสที่นายใหญ่เครือกสิกรไทยอย่าง “บัณฑูร ล่ำซำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จะออกโรงมาให้ความเห็นถึงภาพรวมสภาวะเศรษฐกิจ มีให้เห็นกันไม่บ่อยนัก
เมื่อได้จังหวะเหมาะ ประเดิมศักราชใหม่ จึงไม่รอช้า รีบเชิญกองทัพนักข่าวสายเศรษฐกิจ การเงิน มาร่วมเปิดบ้าน ชมห้องชมพูภูคา ห้องประชุมใหม่เอี่ยมบนชั้น 38 ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่แว่วมาว่าเป็นผลงานแก้ไขฮวงจุ้ยตามความเชื่อส่วนตัวของ “เสี่ยปั้น” พร้อมๆ กับรับฟังการแถลงทิศทางยุทธศาสตร์เครือธนาคารกสิกรไทย สะท้อนมุมมองถึงโจทย์ท้าทายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และไม่พลาดที่จะฝากวาทะเจ็บๆ คันๆ สำหรับการเมืองไทยอยู่เสมอ
บัณฑูร กล่าวว่าเครือธนาคารกสิกรไทยในวันนี้ เต็มไปด้วยพลังของคนหนุ่มคนสาว เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงมีอายุเฉลี่ยเพียง 45 ปี ซึ่งทุกคนนั่งอยู่ตำแหน่งที่มีอำนาจบริหาร เป็นภาพสะท้อนขององค์กรที่มีวัฒนธรรมที่เอื้ออำนวยให้คนเก่งได้แสดงฝีมือ เหมือนม้าแข่ง ต้องมีสนามที่ดีให้วิ่ง หากสนามเล็กเกินไป ก็ต้องย้ายไปหาสนามอื่นที่ใหญ่กว่า มีสภาพแวดล้อมดีกว่า ในมุมของธุรกิจก็เช่นเดียวกัน
สถาบันการเงินเป็นศูนย์รวมเงินออมของคนในประเทศ ประเทศจะเจริญเติบโตได้ดี ระบบสถาบันการเงินจะต้องสามารถผันเงินออมออกไปสู่ภาคการลงทุน และการให้เกิดดอกผลที่ดี เน้นย้ำว่าต้องดี ในอดีตมีภาพสะท้อนความเสียหายจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ให้เห็น ในรูปของภาษีที่ลูกหลานต้องจ่ายในอนาคต จ่ายเพื่อชดใช้พันธบัตรรัฐบาล เพราะฉะนั้นผู้ที่มีหน้าที่ในการบริหารระบบสถาบันการเงินของประเทศ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการบริหารเงินออม ไปสู่การลงทุนให้เกิดผลงอกเงยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินก็เป็นธุรกิจเช่นกัน และมีความกดดันอยู่ในตัวเอง การล่มสลายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจุดใดก็ตามก็เกิดขึ้นจากแรงกดดันทั้งสิ้น เมื่อกดดันมากๆ เข้า ฝ่ายบริหารก็ต้องยอมเสี่ยงมากขึ้น มากจนเกินกว่าสภาวะแท้จริงที่ควรจะเป็น ผลลัพท์จึงพังกันทั้งระบบ
“ความยากอยู่ตรงที่จะบอกได้อย่างไรว่าความพอดีอยู่ที่ตรงไหน ในช่วงปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน ออกกฎเข้มงวด ไม่ให้สถาบันการเงินปล่อยกู้เกินตัวหรือออกผลิตภัณฑ์ลงทุนที่เสี่ยงมาก ส่งผลให้ธุรกิจไม่สามารถดันกำไรได้สูงตามเป้า เกิดเป็นภาพของ 2 ฝ่ายที่พยายามดันให้ธุรกิจมีกำไรที่สูง กับอีกส่วนที่ดึงรั้งไว้ไม่ให้ทำอะไรเกินตัว เศรษฐกิจที่ดี จึงต้องมีความสมดุลของทั้งสองส่วน และนี่คือความยากของการบริหาร โดยเฉพาะในภาวะที่ความผันผวนของทั้งโลกยังคงอยู่อย่างนี้”
บัณฑูร บอกอีกว่า “โจทย์ในวันนี้จึงเป็นมากกว่าการที่สถาบันการเงินเป็นเสือนอนกินส่วนต่างของดอกเบี้ย เพราะโลกการแข่งขัน ผ่านเลยจุดนั้นมาหมดแล้ว สิ่งที่จะต้องทำคือ จะทำหน้าที่สถาบันการเงินอย่างไร โดยที่เครือธนาคารกสิกรไทย ต้องสามารถทำกำไรให้ผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกันก็เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบสถาบันการเงินให้เติบโตต่อไปอย่างมีคุณภาพด้วย”
ด้านปัญหาทางการเมือง เขาบอกว่า “การเมืองที่ดีควรเป็นอย่างไร ทำอย่างไรให้การเมืองของไทยเป็นการเมืองที่ดี เราต้องมีกฎกติกาที่ชัดเจนที่สามารถทำให้คนดำเนินชีวิตไปได้ด้วยความสงบสุขตามกฏกติกา แต่ปัจจุบันมีแต่ความวุ่นวาย ไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก คนหนึ่งบอกว่าคุณเป็นคนผิด ในขณะที่อีกคนหนึ่งฝั่งตรงข้ามก็บอกว่าตนเองไม่ผิด การบังคับใช้กฎหมายก็ไม่มีความเด็ดขาด นี่คือความวุ่นวายของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นจากการที่กติกาหรือข้อบังคับไม่มีความชัดเจน ในที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานให้ไม่สามารถดำเนินไปข้างหน้าได้”
"ระบบการเงินไม่เป็นปัญหา แต่อยู่ที่ระบบการเมืองที่ยังมีความวุ่นวายในการแก้ปัญหา ซึ่งถือเป็นความท้าทายของประเทศไทยที่ต้องแก้ปัญหา มีเงื่อนไขของการจัดการสังคมที่ทำให้ประเทศไทยเดินเครื่องได้ไม่เต็มสูบ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีทางออก การปรับฮวงจุ้ยมีสตางค์ก็ปรับได้ แต่การปรับความเข้าใจมีสตางค์แค่ไหนก็ปรับไม่ได้" บัณฑูร ทิ้งท้ายแบบเจ็บๆคันๆตามสไตล์เฉพาะตัวของเขา
จากคอลัมน์ Movers & Shakers โดย สุทธิณี มาพันธุ์ นิตยสาร M&W กุมภาพันธ์ 2553
| Posted on Friday, February 05, 2010 (Archive on Friday, February 12, 2010) Posted by suchitra Contributed by suchitra
|
|
|
|