Friday, May 18, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Forum  



TRUBB เตรียมขยายพื้นที่ปลูกยาง และเน้นผลิตน้ำยางข้นแทนธุรกิจปลายน้ำ หวังรับผลดีจากราคายางพุ่ง

Posted on Thursday, May 08, 2008

นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ไทยรับเบอร์ ลาเท็คซ์คอร์ปอเรชั่น (TRUBB) กล่าวผ่านรายการ Stock in Focus ว่า TRUBB เป็นผู้ผลิตน้ำยางข้นรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีโรงงานที่ภาคตะวันออก 4 แห่ง คือ ในระยอง 2 แห่ง จันทบุรีและชลบุรีอีกจังหวัดละ 1 แห่ง ส่วนภาคใต้มีโรงงาน 4 แห่ง คือ ในชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จังหวัดละ 1 แห่ง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 1 แห่งที่จังหวัดหนองคายและ TRUBB ยังว่าจ้างให้โรงงานผลิตน้ำยางข้นอีก 3 แห่ง คือ ในหาดใหญ่ 2 แห่ง และ ตรังอีก 1 แห่ง ส่งน้ำยางข้นที่ผลิตได้ให้กับ TRUBB ทั้งหมดด้วย

นอกจากนี้ TRUBB ยังผลิตสินค้าปลายน้ำอีกด้วย เช่น ถุงมือยาง เส้นด้ายยางยืด (Elastic) และที่นอนฟองน้ำ ขณะเดียวกัน TRUBB ยังเริ่มธุรกิจต้นน้ำ คือ การทำสวนยาง โดยปัจจุบันมีสวนยางในภาคตะวันออก 7,000 ไร่ ซึ่งกรีดยางออกได้แล้ว 3,000 ไร่ และในภาคเหนืออีก 12,000 ไร่ ที่เพิ่งปลูกเพียง 3 ปี จึงยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้

ปัจจุบัน TRUBB มีรายได้จากธุรกิจผลิตน้ำยางข้น ซึ่งถือเป็นธุรกิจกลางน้ำ เป็นสัดส่วน 88% จากยอดขายรวม 8 พันล้านบาท ส่วนธุรกิจปลายน้ำสร้างรายได้ 10% ขณะที่ธุรกิจต้นน้ำที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ สร้างรายได้เพียง 2% โดย TRUBB มีรายได้จากการจำหน่ายในประเทศ 60% และส่งออกประมาณ 40%

นายวรเทพกล่าวว่า TRUBB จะดำเนินการผ่านบริษัทย่อยในบางธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น บริษัทที่ดำเนินการด้านปลูกยาง คือ บริษัท ไทยรับเบอร์ ซิตี้ ที่ TRUBB ถือหุ้น 100% ส่วนบริษัทย่อยที่ผลิตถุงมือและเส้นด้ายยางยืด TRUBB ถือหุ้นกว่า 90% ส่วนบริษัทที่ดำเนินการผลิตน้ำยางข้น TRUBB ก็ถือหุ้น 100% เช่นกัน

นายวรเทพกล่าวว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้การผลิตยางสังเคราะห์ลดลงได้ในอนาคต ขณะที่ความต้องการใช้ยางของตลาดโลกก็เพิ่มขึ้นประมาณปีละ 2% จึงเชื่อว่าจะมีความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นแทน สำหรับปัญหาพื้นที่ปลูกยางที่มีจำกัด ยังส่งผลให้ราคายางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ปรับลดลงเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ TRUBB มาทำธุรกิจต้นน้ำ โดยมีเป้าหมายที่จะปลูกให้ได้ 50,000 ไร่ในอนาคต

นอกจากนี้ TRUBB ได้ไปร่วมทุนสร้างโรงงานน้ำยางข้นในเกาะไหหลำกับบริษัท ไซโน เคม อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้นใหญ่และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ด้วย โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของไซโนฯ ที่มีระบบสาธารณูปโภคที่เพียงพอ และเกาะไหหลำที่สามารถผลิตและส่งออกน้ำยางได้สูงมาก ซึ่งโรงงานใหม่นี้จะเน้นผลิตน้ำยางข้นที่มีคุณภาพสูงเพื่อนำไปผลิตถุงยางอนามัยและจำหน่ายในประเทศจีน ซึ่งการที่ผู้ผลิตน้ำยางข้นของจีนผลิตได้คุณภาพไม่ดีนัก ก็เชื่อว่าเป็นเป็นโอกาสของ TRUBB ด้วย โดยโครงการนี้จะเริ่มก่อสร้างในเดือนมิถุนายน 2551 และจะเริ่มผลิตได้จริงในเดือนเมษายน 2552 มีกำลังการผลิต 3 หมื่นตันต่อปี ซึ่ง TRUBB จะถือหุ้นในสัดส่วน 35% และจีนถือ 65% ทุนจดทะเบียน 60 ล้านหยวนหรือ 300 ล้านบาท

นายวรเทพเปิดเผย ว่า ในขณะนี้ TRUBB ได้วางแผนลดขนาดของโรงงานที่มีอยู่ลง แต่จะกระจายโรงงานให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นแทน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดหาวัตถุดิบ การใช้เครื่องจักร ซึ่งจะสามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่าโรงงานขนาดใหญ่ โดยเชื่อว่าจะดำเนินการตามแผนนี้ได้เสร็จภายใน 3 ปี

ส่วนแผนระยะกลางถึงระยะยาวนั้น TRUBB ได้วางแผนว่าจะเน้นธุรกิจต้นน้ำและกลางน้ำแทนธุรกิจปลายน้ำที่ไม่มีความถนัด เพราะเชื่อว่า การที่ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ ในการปลูกยางพารา ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทได้ในระยะยาว

นายวรเทพกล่าวว่า ที่ผ่านมา TRUBB ได้ขยายพื้นที่การปลูกยางในภาคเหนือค่อนข้างมาก ทำให้ถูกมองจากภายนอกว่ามีการบุกรุกป่าสงวน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว บริษัทมีแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายนั้น เกิดจากนายหน้าที่ดินรายย่อยได้นำพื้นที่สปก. (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) ของปี 2537 มานำเสนอให้กับนายหน้าที่ดินที่ TRUBB ว่าจ้างให้ไปหาที่ดินโดยตรง แต่ TRUBB ยังไม่ได้ชำระเงินค่าที่ดินผืนนี้ และยังไม่ได้มีการเข้าใช้ประโยชน์ ซึ่งในขณะนี้ที่ดินดังกล่าวก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นป่าสงวนหรือไม่

ส่วนกรณีที่ถูกมองว่า เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ก็เกิดจากการที่ทนายความ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ TRUBB ในกรณีปัญหาที่ดินที่เชียงราย เป็น 1 ในทีมงานทนายความของอดีตนายกรัฐมนตรี จึงทำให้เสี่ยงต่อการถูกเข้าใจผิดได้

TRUBB มีนโยบายปันผลที่ 60% ของกำไรสุทธิ แต่เนื่องจากบริษัทได้ประเมินสินทรัพย์ใหม่ตามมาตรฐานทางบัญชีฉบับที่ 32 ปี 2542 ซึ่งพบว่าสินทรัพย์บางส่วนมีมูลค่าลดลง โดยจะต้องนำไปหักกับงบกำไรขาดทุน ทำให้กำไรงวดปี 2550 เหลือเพียง 5 ล้านบาท จึงไม่สามารถจ่ายปันผลได้ แต่สำหรับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 500 ล้านบาท บริษัทก็จะนำไปบันทึกในส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งจะทำให้มูลค่าทางบัญชี (Book Value) เพิ่มขึ้นจาก 21 บาท เป็น 40 บาท ซึ่งถือเป็นผลดีต่อนักลงทุนไม่ต่างจากการจ่ายปันผล

ส่วนผลประกอบการปี 2551 นี้ TRUBB เชื่อว่า จะมียอดขายมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2550 และจะทำให้สามารถจ่ายปันผลของงวดปี 2551 ให้กับนักลงทุนได้

ติดตามรายการ Stock in Focus ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 11.00 น. ทาง Money Channel

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80, จานดาวเทียม Samart DTH ช่อง 08 และเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30


Posted on Thursday, May 08, 2008 (Archive on Thursday, May 15, 2008)
Posted by host  Contributed by admin
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

5100% 1
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 1 ,
คะแนนเฉลี่ย 5
  View Comments
 


  Rating: 5 [  7/1/2010 11:35:27 AM]
 Page:  of 1 



  Advertisement