Sunday, February 05, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  หุ้นโค้งสุดท้าย  



เมื่อผู้บริหารต้องตัดสินใจอย่ากลัวผิดพลาด -- กสิกรไทยให้สินเชื่อสร้างโรงไฟฟ้าลดก๊าซเรือนกระจก

Posted on Thursday, August 21, 2008

ช่วง 108 เคล็ดลับวิธีบริหารเงิน: บัตรเครดิตเฮี้ยบค้าง 1 เดือนถูกล็อกบัญชี (ที่มา : โพสต์ทูเดย์)

นายธวัชชัย ธิติศักดิ์สกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) เปิดเผยว่า บริษัทจะขอยกเลิกบัตรเครดิตกับลูกค้าหากชำระล่าช้า 4 เดือน แต่หากลูกค้าเริ่มชำระล่าช้าตั้งแต่เดือนแรก บริษัทจะต้องติดตามทวงถาม และหากค้างชำระตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป บัญชีลูกค้ารายนั้นจะถูกล็อกบัตร ทั้งนี้ ปัจจุบันสัญญาณการขอยกเลิกบัตรเครดิตไม่ได้มีจำนวนมากขึ้น โดยปริมาณค้างชำระกลับลดลง ลูกค้าชำระตรงเวลามากขึ้น

นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ลูกค้าผิดนัดชำระบัตรเครดิตในเดือนแรก ธนาคารก็จะติดตามทวงถาม และหากค้างชำระ 1 เดือน ก็จะล็อกบัตรทันที จนกว่าลูกค้าจะชำระค่าใช้จ่ายถึงเปิดบัตรให้ใช้ต่อ แต่หากจ่ายล่าช้าติดต่อกัน 3 เดือน ธนาคารจะทำการขอยกเลิกบัตร ซึ่งจำนวนหนี้ยังคงอยู่ และประวัติก็จะติดตัวลูกค้า ไม่สามารถทำบัตรใหม่ได้ อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีหนี้ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) กลับปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3% จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 3.7% จากมูลหนี้ยอดบัตรเครดิตทั้งหมด 2.1 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วนการผ่อนชำระ จะเป็นแบบเต็มจำนวนอยู่ที่ 70% และอีก 30% เป็นการผ่อนชำระขั้นต่ำ สำหรับจำนวนบัตรเพิ่มจาก 1.6 ล้านบัตร เป็น 1.65 ล้านบัตร

น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารจะปิดบัตรเครดิตลูกค้าใน 3 เดือนที่มีการชำระล่าช้า ซึ่งเป็นระยะเวลาปกติ ไม่ได้ปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ดี NPLของธนาคารลดลงตลอดจาก 2.6% เหลือ 2.4% ทั้งนี้ การผ่อนชำระสินค้าผ่านบัตรเครดิตดอกเบี้ย 0% ในหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้า สินค้าตกแต่งบ้าน กลับมียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 50% เป็น 1,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดคงค้างบัตรเครดิตรวมอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท จากจำนวนบัตร 1.1 ล้านบัตร

*********************************************************

ช่วง Money Whiz: พัฒนาคนเพื่อนำองค์กรสู่ความสำเร็จ กับอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด

- ผู้บริหารที่ต้องเจอการตัดสินใจภายใต้สภาวะกดดันและในเวลาจำกัด มีคำแนะนำอย่างไร เพื่อให้การตัดสินใจมีความผิดพลาดน้อยที่สุด

ผู้บริหารที่มีตำแหน่งสูงย่อมมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจมาก และมักจะเป็นเรื่งอที่ยาก และมีความกดดันสูง หลักสำคัญคือไม่มีใครตัดสินใจได้ถูกต้อง 100% แต่ควรตัดสินใจในมุมที่สุดว่าถูกต้องที่สุดและดีที่สุด ณ เวลานั้น ซึ่งสามารถทำได้โดย

1. คิดล่วงหน้าว่า ถ้าตัดสินใจแบบนี้ ผลเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นคืออะไร และหากเกิดขึ้นมาแล้วจะรับมือได้หรือไม่ ถ้ารับมือได้ ก็ให้เดินหน้าต่อไป
2. เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้จากตนเองและผู้อื่น

ทั้งนี้ ผู้บริหารไม่ควรคิดว่าการตัดสินใจทุกครั้งจะต้องถูกต้องเสมอ ขอให้เรื่องที่ตัดสินใจมีความถูกต้องมากกว่าผิด และไม่ผิดซ้ำในเรื่องเดิมก็เพียงพอแล้ว

- พนักงานควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับมือกับโมเดลการบริหารองค์กรในอนาคต

พนักงานควรเตรียมพร้อมใน 3 เรื่อง เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังนี้

1. อายุงานไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป สิ่งที่เคยคาดว่าจะต้องได้รับตามอายุงาน  เช่น โบนัส และการเลื่อนตำแหน่ง จะไม่มีอีกแล้ว ปัจจุบันทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับความสามารถเป็นสำคัญ ดังนั้น พนักงานอาจจะต้องมีหัวหน้าที่อายุน้อยกว่า และควรต้องพัฒนาความรู้ความสามารถด้วย

2. ทุกงานต้องมีตัวชี้วัด ซึ่งตัวชี้วัดนี้ก็จะเป็นการสร้างแรงกดดันให้พนักงาน แต่ข้อดีของตัวชี้วัดคือ จะทำให้พนักงานทราบว่าจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องใด

3. เทคโนโลยีและภาษา โดยขณะนี้ถ้าใครไม่รู้จัก Email จะลำบาก และอีก 5 ปีข้างหน้า หากใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษจะลำบากมาก เนื่องจากขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านได้มองภาษาที่ 3 ไว้แล้ว ดังนั้น พนักงานก็ควรปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและหาความรู้เรื่องภาษาด้วย

*********************************************************

ช่วง Smart Update: ASP เปิดขายกองตราสารหนี้ อายุ 6 เดือน รอบใหม่

จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส บลจ. แอสเซท พลัส กล่าวว่า ระยะนี้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะลางและยาวลดลงเล็กน้อย ดังนี้
- ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1-6 เดือน อยู่ที่ 3.5 - 3.6%
- ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1-3 ปี อยู่ที่ 3.6 - 3.7%
- ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว อยู่ที่ 3.9 – 4.0%

เนื่องจากในขณะนี้มีความเสี่ยงจากปัจจัยหลายด้าน นักลงทุนจึงครเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น โดยกองทุนเปิดตรารหนี้ ASP-MMF 2 เป็นกองทุนอายุ 6 เดือนที่เปิดมา 3 ปีแล้ว และกำลังจะครบรอบในวันที่ 25 ส.ค. 51 โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ไทยเรทติ้ง A- ขึ้นไป และในตราสารหนี้ของสถาบันการเงินในต่างประเทศ เช่น Emirates Bank เป็นต้น ในสัดส่วนอย่างละครึ่ง โดยคาดว่าจะสามารถให้ผลตอบแทนได้ 3.7% ต่อปี
ทั้งนี้จะเปิดขายวันเดียวคือวันที่ 25 ส.ค. 51 แต่สามารถจองซื้อก่อนล่วงหน้าได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2672-1111

*********************************************************

Smart Money - - “สินเชื่อลดก๊าซเรือนกระจก”

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวผ่านรายการ Smart Money ว่าที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมรณรงค์ในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยจัด “โครงการลดต้นทุนพลังงาน ต้านโลกร้อน โดย K SME Care” ขึ้น มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ประกอบการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คือ โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ที่จะใช้เศษไม้ กากอ้อย เป็นเชื้อเพลิง และ โรงไฟฟ้าพลังงานชีวภาพ ที่ใช้ของเสียจากอุตสาหกรรมเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า มีรายได้เพิ่มเติมจากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ตลอดจนได้รับเงินชดเชยจากการขาย Carbon Credit ให้กับประเทศที่พัฒนาแล้วอีกด้วย

“โครงการลดต้นทุนพลังงาน ต้านโลกร้อน โดย K SME Care ” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทยและองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) โดยจะจัด Workshop ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาและคำแนะนำในด้านเทคโนโลยีในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และกระบวนการซื้อขาย Carbon Credit ให้กับผู้ประกอบการที่สนใจด้วย

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังให้สินเชื่อเงินกู้เพื่อการอนุรักษ์พลังงานกสิกรไทย (K-Energy Saving Loan) เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอีกด้วย โดยจะแบ่งออกเป็นสินเชื่อ 2 ส่วน คือ ส่วนที่ได้วงเงินช่วยเหลือจากกระทรวงพลังงาน 160 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 4% ระยะเวลากู้ 7 ปี วงเงินสูงสุดต่อรายไม่เกิน 20 ล้านบาท และสินเชื่อที่ได้รับการสนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทยในอัตราดอกเบี้ยปกติ

นายปกรณ์กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตร ทั้งรายย่อยไปจนถึงรายใหญ่ สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการขาย Carbon Credit ไปแล้วประมาณ 30 โครงการ และหากโครงการนี้มีผลตอบรับที่ดี ธนาคารกสิกรไทยก็จะยื่นขอวงเงินจากกระทรวงพลังงานเพิ่มเติมด้วย

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com หรือ K-Contact Center โทรฯ 0-2888-8888 กด 05

ติดตามรายการ Smart Planning ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 15.00 น. ทาง Money Channel
ติดตามรายการ Smart Money ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 15.30 น. ทาง Money Channelและทาง ททบ. 5

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80, จานดาวเทียม Samart DTH ช่อง 08 และเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30


Posted on Thursday, August 21, 2008 (Archive on Thursday, August 28, 2008)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement