ช่วง 108 เคล็ดลับวิธีบริหารเงิน: บัตรเครดิตเฮี้ยบค้าง 1 เดือนถูกล็อกบัญชี (ที่มา : โพสต์ทูเดย์)
นายธวัชชัย ธิติศักดิ์สกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) เปิดเผยว่า บริษัทจะขอยกเลิกบัตรเครดิตกับลูกค้าหากชำระล่าช้า 4 เดือน แต่หากลูกค้าเริ่มชำระล่าช้าตั้งแต่เดือนแรก บริษัทจะต้องติดตามทวงถาม และหากค้างชำระตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป บัญชีลูกค้ารายนั้นจะถูกล็อกบัตร ทั้งนี้ ปัจจุบันสัญญาณการขอยกเลิกบัตรเครดิตไม่ได้มีจำนวนมากขึ้น โดยปริมาณค้างชำระกลับลดลง ลูกค้าชำระตรงเวลามากขึ้น
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ลูกค้าผิดนัดชำระบัตรเครดิตในเดือนแรก ธนาคารก็จะติดตามทวงถาม และหากค้างชำระ 1 เดือน ก็จะล็อกบัตรทันที จนกว่าลูกค้าจะชำระค่าใช้จ่ายถึงเปิดบัตรให้ใช้ต่อ แต่หากจ่ายล่าช้าติดต่อกัน 3 เดือน ธนาคารจะทำการขอยกเลิกบัตร ซึ่งจำนวนหนี้ยังคงอยู่ และประวัติก็จะติดตัวลูกค้า ไม่สามารถทำบัตรใหม่ได้ อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีหนี้ที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) กลับปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3% จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 3.7% จากมูลหนี้ยอดบัตรเครดิตทั้งหมด 2.1 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วนการผ่อนชำระ จะเป็นแบบเต็มจำนวนอยู่ที่ 70% และอีก 30% เป็นการผ่อนชำระขั้นต่ำ สำหรับจำนวนบัตรเพิ่มจาก 1.6 ล้านบัตร เป็น 1.65 ล้านบัตร
น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารจะปิดบัตรเครดิตลูกค้าใน 3 เดือนที่มีการชำระล่าช้า ซึ่งเป็นระยะเวลาปกติ ไม่ได้ปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ดี NPLของธนาคารลดลงตลอดจาก 2.6% เหลือ 2.4% ทั้งนี้ การผ่อนชำระสินค้าผ่านบัตรเครดิตดอกเบี้ย 0% ในหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้า สินค้าตกแต่งบ้าน กลับมียอดคงค้างเพิ่มขึ้น 50% เป็น 1,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดคงค้างบัตรเครดิตรวมอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท จากจำนวนบัตร 1.1 ล้านบัตร
*********************************************************
ช่วง Money Whiz: พัฒนาคนเพื่อนำองค์กรสู่ความสำเร็จ กับอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
- ผู้บริหารที่ต้องเจอการตัดสินใจภายใต้สภาวะกดดันและในเวลาจำกัด มีคำแนะนำอย่างไร เพื่อให้การตัดสินใจมีความผิดพลาดน้อยที่สุด
ผู้บริหารที่มีตำแหน่งสูงย่อมมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจมาก และมักจะเป็นเรื่งอที่ยาก และมีความกดดันสูง หลักสำคัญคือไม่มีใครตัดสินใจได้ถูกต้อง 100% แต่ควรตัดสินใจในมุมที่สุดว่าถูกต้องที่สุดและดีที่สุด ณ เวลานั้น ซึ่งสามารถทำได้โดย
1. คิดล่วงหน้าว่า ถ้าตัดสินใจแบบนี้ ผลเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นคืออะไร และหากเกิดขึ้นมาแล้วจะรับมือได้หรือไม่ ถ้ารับมือได้ ก็ให้เดินหน้าต่อไป
2. เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้จากตนเองและผู้อื่น
ทั้งนี้ ผู้บริหารไม่ควรคิดว่าการตัดสินใจทุกครั้งจะต้องถูกต้องเสมอ ขอให้เรื่องที่ตัดสินใจมีความถูกต้องมากกว่าผิด และไม่ผิดซ้ำในเรื่องเดิมก็เพียงพอแล้ว
- พนักงานควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับมือกับโมเดลการบริหารองค์กรในอนาคต
พนักงานควรเตรียมพร้อมใน 3 เรื่อง เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังนี้
1. อายุงานไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป สิ่งที่เคยคาดว่าจะต้องได้รับตามอายุงาน เช่น โบนัส และการเลื่อนตำแหน่ง จะไม่มีอีกแล้ว ปัจจุบันทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับความสามารถเป็นสำคัญ ดังนั้น พนักงานอาจจะต้องมีหัวหน้าที่อายุน้อยกว่า และควรต้องพัฒนาความรู้ความสามารถด้วย
2. ทุกงานต้องมีตัวชี้วัด ซึ่งตัวชี้วัดนี้ก็จะเป็นการสร้างแรงกดดันให้พนักงาน แต่ข้อดีของตัวชี้วัดคือ จะทำให้พนักงานทราบว่าจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องใด
3. เทคโนโลยีและภาษา โดยขณะนี้ถ้าใครไม่รู้จัก Email จะลำบาก และอีก 5 ปีข้างหน้า หากใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษจะลำบากมาก เนื่องจากขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านได้มองภาษาที่ 3 ไว้แล้ว ดังนั้น พนักงานก็ควรปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและหาความรู้เรื่องภาษาด้วย
*********************************************************
ช่วง Smart Update: ASP เปิดขายกองตราสารหนี้ อายุ 6 เดือน รอบใหม่
จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส บลจ. แอสเซท พลัส กล่าวว่า ระยะนี้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะลางและยาวลดลงเล็กน้อย ดังนี้
- ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1-6 เดือน อยู่ที่ 3.5 - 3.6%
- ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1-3 ปี อยู่ที่ 3.6 - 3.7%
- ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว อยู่ที่ 3.9 – 4.0%
เนื่องจากในขณะนี้มีความเสี่ยงจากปัจจัยหลายด้าน นักลงทุนจึงครเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น โดยกองทุนเปิดตรารหนี้ ASP-MMF 2 เป็นกองทุนอายุ 6 เดือนที่เปิดมา 3 ปีแล้ว และกำลังจะครบรอบในวันที่ 25 ส.ค. 51 โดยมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ไทยเรทติ้ง A- ขึ้นไป และในตราสารหนี้ของสถาบันการเงินในต่างประเทศ เช่น Emirates Bank เป็นต้น ในสัดส่วนอย่างละครึ่ง โดยคาดว่าจะสามารถให้ผลตอบแทนได้ 3.7% ต่อปี
ทั้งนี้จะเปิดขายวันเดียวคือวันที่ 25 ส.ค. 51 แต่สามารถจองซื้อก่อนล่วงหน้าได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2672-1111
*********************************************************
Smart Money - - “สินเชื่อลดก๊าซเรือนกระจก”
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวผ่านรายการ Smart Money ว่าที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมรณรงค์ในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยจัด “โครงการลดต้นทุนพลังงาน ต้านโลกร้อน โดย K SME Care” ขึ้น มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ประกอบการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คือ โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ที่จะใช้เศษไม้ กากอ้อย เป็นเชื้อเพลิง และ โรงไฟฟ้าพลังงานชีวภาพ ที่ใช้ของเสียจากอุตสาหกรรมเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า มีรายได้เพิ่มเติมจากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ตลอดจนได้รับเงินชดเชยจากการขาย Carbon Credit ให้กับประเทศที่พัฒนาแล้วอีกด้วย
“โครงการลดต้นทุนพลังงาน ต้านโลกร้อน โดย K SME Care ” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทยและองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) โดยจะจัด Workshop ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาและคำแนะนำในด้านเทคโนโลยีในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และกระบวนการซื้อขาย Carbon Credit ให้กับผู้ประกอบการที่สนใจด้วย
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังให้สินเชื่อเงินกู้เพื่อการอนุรักษ์พลังงานกสิกรไทย (K-Energy Saving Loan) เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอีกด้วย โดยจะแบ่งออกเป็นสินเชื่อ 2 ส่วน คือ ส่วนที่ได้วงเงินช่วยเหลือจากกระทรวงพลังงาน 160 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 4% ระยะเวลากู้ 7 ปี วงเงินสูงสุดต่อรายไม่เกิน 20 ล้านบาท และสินเชื่อที่ได้รับการสนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทยในอัตราดอกเบี้ยปกติ
นายปกรณ์กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตร ทั้งรายย่อยไปจนถึงรายใหญ่ สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการขาย Carbon Credit ไปแล้วประมาณ 30 โครงการ และหากโครงการนี้มีผลตอบรับที่ดี ธนาคารกสิกรไทยก็จะยื่นขอวงเงินจากกระทรวงพลังงานเพิ่มเติมด้วย
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com หรือ K-Contact Center โทรฯ 0-2888-8888 กด 05
ติดตามรายการ Smart Planning ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 15.00 น. ทาง Money Channel
ติดตามรายการ Smart Money ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 15.30 น. ทาง Money Channelและทาง ททบ. 5
ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80, จานดาวเทียม Samart DTH ช่อง 08 และเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30